ติดตามไว้ใจ :

6 Step ออกแบบบ้านเอง ในสไตล์ที่ใช่ พร้อมตัวช่วยแบบง่ายๆ

6 Step ออกแบบบ้านเอง ในสไตล์ที่ใช่ พร้อมตัวช่วยแบบง่ายๆ

ชอบเรื่องนี้ใช่ไหม? แชร์เลย

10

หลายคนคงเคยจินตนาการเอาไว้ว่า ถ้าได้ปลูกบ้านของตัวเองสักหลังหนึ่งจะหน้าตาออกมาประมาณไหน ที่สำคัญไปกว่าภาพที่วาดไว้คือ เราจะเริ่มต้นยังไงเพื่อให้ได้บ้านในรูปแบบที่เราชอบ แถมยังอยู่สบายตรงกับความต้องการของทุกคนในบ้านด้วย วันนี้ พี่ไว้ใจ มี 6 สเต็ปการเริ่มต้น ออกแบบบ้านเอง มาฝากทุกคน เอาไว้ เป็นไอเดียสำหรับใครที่อยากลองทำบ้านเอง พร้อมแนะนำตัวช่วยคือ โปรแกรมออกแบบบ้าน สำเร็จรูปมาให้ด้วย ลองไปดูกันเลยค่ะ

เลือกอ่านตามหัวข้อที่สนใจ

  1. หาไอเดีย ดูสไตล์บ้านที่ชอบ
  2. สำรวจความต้องการของทุกคนในบ้าน
  3. ดูรูปแปลงที่ดิน
  4. เลือกขนาด
  5. ลองวางผังคร่าว ๆ
  6. วางงบประมาณ

1. หาไอเดีย ดูสไตล์บ้านที่ชอบ

เริ่มกันที่ภาพรวมหลักๆ ก่อน เมื่อจะเริ่มออกแบบบ้านเอง ต้องลองรวบรวมเอาสไตล์บ้านที่ชอบออกมา อาจจะหาจากในเว็บไซต์ออกแบบบ้าน จากนิตยสารออกแบบ หรือทุกวันนี้ก็มีคลิปวิดีโอที่เกี่ยวกับการออกแบบบ้านให้เราเลือกรับชมมากมายใน Youtube ดูแล้วก็เหมือนกับได้ไปเห็นงานจริง ๆ ที่สร้างเสร็จแล้วเป็น Case Study บางรายการก็มีการสัมภาษณ์เจ้าของบ้านด้วย เพื่อให้เราเห็นเสียงสะท้อนจากผู้ใช้งานบ้านจริงหลังจากที่บ้านสร้างแล้วเสร็จ พี่ไว้ใจแนะนำว่าให้ลองดูเยอะ ๆ เห็นตัวอย่างมาก ๆ แล้วนำรูปที่ชอบทั้งหมดมาวางเป็นกลุ่มที่ต่างกัน เพื่อเป็นการทำ Mood Board สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เพื่อน ๆ สามารถตัดสินใจเลือกรูปแบบได้ง่ายขึ้น และทำให้เห็นภาพแนวทางที่ชัดเจนมากขึ้น เวลาเริ่มออกแบบบ้านก็จะมีแนวทางให้ทำตามได้ เรียกว่ามีการคุมธีมเอาไว้ตั้งแต่ต้นนั่นเองค่ะ

2. สำรวจความต้องการของทุกคนในบ้าน

อีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญในการออกแบบบ้านเอง คือการสำรวจความต้องการของผู้ใช้งานหลักในบ้าน เพราะแต่ละคนมีวิถีชีวิตไม่เหมือนกัน การออกแบบบ้านก็เป็นเหมือนการออกแบบวิถีชีวิตให้คนในบ้าน ผู้ออกแบบคือคนกำหนดเส้นทางการเดิน การนั่ง การนอน ว่าต้องไปตรงไหนในแต่ละช่วงเวลา เราอาจจะลองทำการสำรวจคร่าว ๆ เช่น เวลาตื่น เวลานอน ใครออกจากบ้านกี่โมง ใช้ห้องไหนในช่วงเวลาไหนกันบ้าง เพื่อให้การวางผังพื้นที่ใช้งานตอบโจทย์คนในบ้าน ไม่กระทบให้คนใดคนหนึ่งใช้งานไม่สะดวก บางคนตื่นนอนและหลับคนละเวลา ก็สามารถเก็บข้อมูลเหล่านี้เพื่อออกแบบพื้นที่ให้กระทบกันน้อยที่สุด รวมถึงเพื่อน ๆ อาจจะลองรวบรวมปัญหาที่เกิดจากการใช้งานบ้านเดิมเอาไว้แก้ไขด้วยก็ได้

3. ดูรูปแปลงที่ดิน

จากรูปภาพไอเดียที่หากันมาในข้อแรก ทั้งเรื่องสไตล์ รูปแบบอาคาร พื้นที่ภายในที่อยากได้ อาจจะไม่สามารถทำได้ ขึ้นอยู่กับสภาพหน้างานจริง หรือที่ดินที่เราจะปลูกบ้าน บางทีรูปแบบที่เราชอบอาจจะไม่เหมาะกับบริบทข้างเคียงก็ได้ ดังนั้นการนำเอารูปแบบที่ชอบมาวิเคราะห์ร่วมกับแปลงที่ดินของเรา ก็จะทำให้สามารถปรับเปลี่ยนและแก้ปัญหาล่วงหน้าที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เช่น ชอบบ้านรูปแบบที่หน้าบ้านเปิดโล่งเป็นกระจกทั้งหมด แต่ดันอยู่ในทิศตะวันตกที่แดดร้อน ถ้าสร้างจริงน่าจะอยู่ไม่สบาย เรื่องเหล่านี้ก็จะถูกนำมาคิดวิธีการแก้ปัญหาล่วงหน้าได้ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยต่าง ๆ ทั้งเรื่องความกว้างยาวของที่ดิน ทิศทางลม ทิศทางแดด วิวที่มองจากภายนอก กลิ่น ฯลฯ ที่ต้องนำมาคิดควบคู่กันไปด้วย

4. เลือกขนาด

นอกจากรูปแบบที่ชอบแล้ว ขนาดพื้นที่ใช้สอยก็เป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากสำหรับการออกแบบบ้านเอง ที่ต้องคิดให้ตอบโจทย์การใช้งานของทุกคน เช่น จำนวนห้องนอน ห้องน้ำ แต่ละห้องนอนควรมีห้องน้ำในตัวหรือไม่ ในแต่ละห้องอยากให้มีการจัดวางเฟอร์นิเจอร์อะไรบ้าง เพื่อนำมาคำนวณขนาดพื้นที่ กว้าง ยาว สูง ได้ถูกต้องว่าแต่ละห้องควรมีระยะเท่าไหร่ เช่น ระยะทางเดินที่เหลือจากการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ รวมถึงระยะทางตั้งด้วย เพราะการออกแบบห้องแต่ละห้องเป็นเรื่องของการรับรู้ในเชิงสามมิติ เช่น ฝ้าเพดานที่ระดับความสูงแตกต่างกัน ก็จะส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึกในการใช้งานห้องนั้น ๆ แตกต่างกันไปด้วย

5. ลองวางผังคร่าว ๆ

หลังจากที่ได้รูปแบบที่ชอบและขนาดที่ต้องการแล้ว ก็ลองมาวางผังคร่าว ๆ โดยเพื่อน ๆ สามารถดาวน์โหลดผู้ช่วยส่วนตัวมาช่วยในขั้นตอนนี้ได้ ซึ่งก็คือ โปรแกรมออกแบบบ้าน ที่ใช้งานได้ไม่ยากและมีฟังก์ชั่นที่ค่อนข้างสำเร็จรูป สามารถช่วยให้เจ้าของบ้านที่อยากลอง ออกแบบบ้านเอง แต่ไม่ได้เป็นสถาปนิก สามารถเห็นภาพที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นได้ เช่น โปรแกรม SketchUp หรือจะให้ง่ายขึ้นก็สามารถใช้งานผ่านเว็บไซต์ได้เลยแบบไม่ต้องลงโปรแกรม เช่น roomstyler.com, sweethome3d.com , www.smartdraw.com  เป็นต้น

6. วางงบประมาณ

หลังจากที่เราได้รูปแบบของบ้านที่ชอบและขนาดพื้นที่แล้ว ก็จะเป็นขั้นตอนของการกำหนดงบประมาณ ซึ่งผู้รับเหมาเมื่อเห็นปริมาณพื้นที่และรูปแบบการใช้วัสดุก็จะสามารถประเมินราคาคร่าว ๆ ให้เราได้ว่าใช้งบประมาณในการก่อสร้างเท่าไหร่ต่อตารางเมตร เพื่อให้เราสามารถไปบริหารจัดการต่อได้ว่า ถ้าเกินงบจะตัดลดพื้นที่ หรือเปลี่ยนวัสดุที่ใช้ให้ถูกลง เพราะวัสดุแต่ละแบบก็มีราคาต่อตร.ม.ที่หลากหลายต่างกันมาก ดังนั้นถ้าจะเป็นการสร้างบ้านที่ละเอียดขึ้นก็จะต้องวางสเปควัสดุที่ใช้ รวมถึงปริมาณเพื่อให้การคิดราคาออกมาถูกต้องแม่นยำมากขึ้นนั่นเอง

สรุปส่งท้าย

จากขั้นตอนการ ออกแบบบ้านเอง ที่พี่ไว้ใจรวบรวมมา น่าจะช่วยดึงภาพบ้านในฝันแบบที่เพื่อน ๆ ชอบออกมาให้ใกล้เคียงความจริงได้มากขึ้น บวกกับการใช้ โปรแกรมออกแบบบ้าน ที่ได้ภาพเสมือนจริง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าบ้านที่ถูกออกแบบโดยสถาปนิกนั้นจะได้รับการแก้ปัญหาทั้งเรื่องฟังก์ชั่นการใช้งานและความสวยงาม อีกทั้งยังช่วยให้ได้แบบที่สามารถสื่อสารกับช่างในทางเทคนิคได้ตรงกับความต้องการของเจ้าของบ้านมากที่สุด ดังนั้นไอเดียในการออกแบบบ้านเองที่พี่ไว้ใจเสนอมาในครั้งนี้ อาจจะเป็นแนวทางหนึ่งสำหรับใครที่อยากสร้างบ้านเล็ก ๆ ของตัวเอง หรือช่วยให้เจ้าของบ้านสามารถสื่อสารไอเดียของตัวเองที่จะนำไปบรีฟกับทีมผู้ออกแบบให้เข้าใจความต้องการของเราได้ตรงจุดมากขึ้นนั่นเอง

อยากพูดอะไรเกี่ยวกับบทความนี้

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

*

บทความสุดฮิตติดอันดับ

Category อื่นๆ

star

อ่านอะไรต่อดี