เพื่อนๆ หลายคนที่เคยลง ประกาศขายบ้าน คงทราบกันดีว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเท่าไรนักที่จะขายบ้านได้สำเร็จในทันที บางคนอาจจะต้องรอนานเป็นปี หรือถ้ายังขายไม่ได้ก็เปลี่ยนเป็นปล่อยเช่า ไม่ก็เลิกขายไปเลยก็มี เพราะแค่ลงขายให้คนสนใจเข้ามาดูบ้านหรือแค่ติดต่อมาก็ยากแล้ว ไม่ว่าจะขายเองหรือขายผ่านนายหน้าก็ใช้เวลานาน วันนี้พี่ไว้ใจเลยจะชวนเพื่อนๆ มาลองทบทวนกันดูว่า สาเหตุที่ทำให้เรา ขายบ้านไม่ได้ นั้น มันเกิดจากอะไรได้บ้าง พร้อมกับหาทางแก้ไขไปด้วยกัน
เลือกอ่านตามหัวข้อที่สนใจ
- สภาพบ้านไม่พร้อมขาย
- ตกแต่งมากเกินไป
- ตั้งราคาสูงเกินไป
- ประกาศขายผิดช่องทาง
- บ้านทำเลไม่ดี
- ประกาศไม่น่าสนใจ
- ไม่ได้จ้างนายหน้า
1. สภาพบ้านไม่พร้อมขาย
เพราะสภาพบ้านที่ลูกค้ามองเห็นจะเป็นเหมือน First Impression ให้คนสนใจอ่านประกาศต่อหรืออยากติดต่อเข้ามาดูบ้านที่เราขาย ถ้าสภาพภายนอกดูเก่า ดูเสื่อมโทรมลงไปค่อนข้างมากแล้ว จะทำให้ลูกค้ารู้สึกได้ว่าต้องใช้เงินลงทุนอีกมากในการซ่อมบำรุง ราคาบ้านที่ลงขายไว้อาจจะดูไม่แพงก็จริง แต่พอลูกค้าเห็นว่าต้องเสียเวลาและเงินทุนในการทำบ้านเพิ่มก็จะรู้สึกไม่คุ้มค่า บางทีการแก้ปัญหาอาจจะทำได้ง่ายๆ เช่น การทาสีใหม่ ทำความสะอาดพื้นที่ทั้งหมด หรือการซ่อมบำรุงส่วนที่เสื่อมสภาพไป เพราะถึงราคาจะแพงขึ้นเล็กน้อยแต่ถ้าเทียบการซื้อแล้วได้บ้านที่พร้อมใช้งานเลยก็ถือว่าคุ้มค่ากว่า
2. ตกแต่งมากเกินไป
การตกแต่งบ้านก่อนลง ประกาศขายบ้าน ให้มีความสะอาดสะอ้านสวยงามน่าอยู่นั้นเป็นสิ่งที่ควรทำอยู่แล้ว แต่ก็มีผู้ขายบางคนที่ขายบ้านไม่ได้ เพราะว่าตกแต่งบ้านมากเกินไปด้วยเช่นกัน สาเหตุที่ทำให้บ้านที่ตกแต่งเยอะเกินไปขายยากขึ้นก็เพราะรูปแบบการตกแต่งไม่ตรงกับความต้องการของผู้ซื้อ ถึงแม้ว่าจะอยู่ในทำเลที่ดีหรือตั้งราคาเอาไว้เหมาะสมแล้ว แต่ก็ทำให้ขายยากขึ้นเพราะผู้ซื้ออาจจะคิดว่าราคาที่ตั้งขายรวมค่าตกแต่งอยู่แล้ว แต่กลับได้รูปแบบบ้านที่ไม่ใช่สไตล์ที่ชอบ แถมบางคนอาจจะต้องเสียงบประมาณในการแก้ไขปรับปรุงให้ถูกใจหลังจากที่ซื้อไปแล้วด้วย ทางที่ดีพี่ไว้ใจแนะนำว่าควรตกแต่งแบบกลางๆ และเรียบง่าย เพราะยิ่งถ้าตกแต่งเป็นสไตล์ที่ชัดเจนมากเกินไปจะเป็นการจำกัดกลุ่มลูกค้าลงไปอีก
3. ขายบ้านไม่ได้ เพราะตั้งราคาสูงเกินไป
การตั้งราคาสูงเกินไปจะเป็นการตัดโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายบางส่วนได้ เพราะจะทำให้กลุ่มลูกค้าบางคนไม่กล้าเข้ามาดูหรือแม้แต่เข้ามาขอข้อมูลเพิ่มเติม บางคนอาจจะตั้งราคาโดยคิดจากความพอใจของตัวเองโดยไม่ดูราคาตลาด ทำให้ราคาโดดขึ้นไปมาก เมื่อผู้ซื้อไปเปรียบเทียบกับบ้านหลังอื่นๆ ใกล้เคียงก็จะรู้สึกว่าไม่คุ้มค่า ดังนั้นก่อนตั้งราคาขายควรจะศึกษาราคาประเมิน ราคาตลาด แล้วลองเปรียบเทียบจุดเด่นของบ้านเรากับบ้านหลังอื่นๆ ว่าสามารถหักลบหรือเป็นราคาที่เพิ่มเติมได้หรือไม่ ถ้าราคาที่ตั้งไม่สูงโดดเกินไป ลูกค้าก็จะสนใจและอยากโทรมาสอบถามมากขึ้นนั่นเอง
4. ประกาศขายผิดช่องทาง
เวลาลง ประกาศขายบ้าน สิ่งสำคัญที่สอดคล้องกับเรื่องราคาขายก็คือ เรื่องการลงประกาศให้ถูกกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นการเลือกช่องทางในการขาย การประกาศขายออนไลน์ ฝากขายกับนายหน้า หรือการขายแบบออฟไลน์ เพราะลูกค้าแต่ละกลุ่มก็มีช่องทางในการรับรู้สารแตกต่างกันออกไป ลูกค้ากลุ่มที่มีอายุหน่อยอาจไม่เหมาะกับช่องทางออนไลน์ แต่เหมาะกับช่องทางออฟไลน์มากกว่า อย่างเช่น การติดป้ายในพื้นที่ใกล้เคียง แต่ถ้าเป็นบ้านราคาไม่สูงมากนัก ช่องทางออนไลน์อาจเหมาะกว่า เพื่อให้ประกาศนี้เข้าถึงคนได้มาก อย่างเช่น กลุ่มคนทำงาน การลงประกาศขายผิดช่องทางอาจทำให้เสียงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์ได้ ดังนั้นก่อนลงขายควรดูช่วงราคาและลักษณะบ้านที่เราประกาศขาย และวิเคราะห์ว่ากลุ่มเป้าหมายของเราเป็นใคร ดูเรื่องช่วงอายุ รายได้ หรือสถานภาพครอบครัว เพราะจะมีผลต่อความสามารถในการผ่อนชำระหรือการกู้ร่วมได้ เป็นต้น

Credit : unsplash.com
5. บ้านทำเลไม่ดี
ทำเลคือสิ่งสำคัญของอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท เพราะเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ถ้าซื้อไปแล้ว แต่ถ้าปัญหาใหญ่ของการขายบ้านไม่ได้คือเรื่องทำเล เช่น ไม่มีขนส่งสาธารณะ เข้าถึงยาก เพื่อนบ้านไม่ดี มีแหล่งเสื่อมโทรมอยู่ใกล้ๆ ฯลฯ ก็อาจจะต้องใช้วิธีการลดราคาให้ถูกลงเมื่อเทียบกับบ้านที่มีลักษณะคล้ายกันในทำเลอื่นๆ ใกล้เคียง หรืออาจจะลองหาจุดเด่นอื่นๆ เสริม เช่น มีการต่อเติมหลังคาที่จอดรถเอาไว้ให้แล้ว หรือมีส่วนต่อเติมครัวด้านหลังให้พร้อมใช้งาน เพื่อเป็นการเพิ่มฟังก์ชั่นให้กับบ้าน ช่วยสร้างข้อแตกต่างที่กลบปัญหาที่แก้ไขได้ยากอย่างเรื่องทำเลไปได้
6. ประกาศไม่น่าสนใจ
นอกจากราคาจะเป็นสิ่งดึงดูดให้ลูกค้าคลิกหรือเข้ามาขอข้อมูลเพิ่มเติมกับเราแล้ว อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้ ขายบ้านไม่ได้ ก็เพราะว่าประกาศของเราไม่น่าสนใจ ไม่ว่าจะด้วยภาพถ่ายที่ใช้ หรือการใช้คำพูดที่เป็น “Keyword” ให้น่าสนใจ ถ้าเราลองสังเกตดูประกาศขายที่ได้ผล จะเห็นว่าบ้านที่ไม่ได้สวยโดดเด่นแต่ถ่ายรูปแล้วเห็นสเปซการใช้งานในบ้านที่ดูสะอาด โปร่ง โล่งสบาย ก็ช่วยให้บ้านดูน่าสนใจมากขึ้นได้ หรืออาจจะมีมุมขาย ที่เป็นจุดเด่นของบ้านเป็นรูปแรก เพื่อให้คนสนใจเข้ามาดูต่อ รวมถึงการใช้คำที่ดึงดูดใจในการลงประกาศก็สำคัญเช่นกัน โดยเน้นความสะดวกสบาย อย่างทำเลใกล้สถานที่สำคัญ เช่น 5 นาทีถึงรถไฟฟ้า หรือบอกลักษณะทำเล เช่น สงบและเป็นส่วนตัว ก็จะช่วยดึงดูดลูกค้าได้มากขึ้น
7. ไม่ได้จ้างนายหน้า
ทุกวันนี้มีช่องทางการขายออนไลน์ให้ลงโพสขายบ้านได้เต็มไปหมด ทั้งใน Facebook, กรุ๊ปขายบ้าน หรือเว็บไซต์ฝากขายต่างๆ แต่อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ ขายบ้านไม่ได้ อาจเป็นเพราะผู้ซื้อบางคนรู้สึกว่าการซื้อบ้านผ่านนายหน้ามีความปลอดภัยมากกว่า ถึงแม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นก็ตาม เนื่องจากการซื้อบ้านเป็นการลงทุนก้อนใหญ่ ใช้เงินลงทุนจำนวนมาก หลายคนจึงต้องการความมืออาชีพจากนายหน้า โดยเฉพาะเรื่องเอกสารและขั้นตอนต่างๆ ในการซื้อบ้าน ดังนั้นการจ้างนายหน้าอาจจะไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้าม เพราะถ้าได้นายหน้าที่ดีก็จะช่วยให้เราเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น ทั้งนี้เพื่อนๆ ก็ควรศึกษารูปแบบการขายและความเชี่ยวชาญของนายหน้าที่จะนำบ้านไปฝากก่อนด้วยนะ อย่างเช่น เรื่องช่องทางการขาย ค่าบริการ และกลุ่มลูกค้าที่มีในมือ
สรุปส่งท้าย
และนี่ก็เป็นปัญหาคร่าวๆ ของหลายๆ คนที่อาจจะทำให้ประกาศ ขายบ้านไม่ได้ สักที เพื่อนๆ ลองวิเคราะห์กันดูว่าเป็นเพราะอะไร เพื่อที่จะได้นำไปปรับแก้ไขกันได้ แต่ถ้าใครที่คิดไม่ออกว่าทำไมถึงขายไม่ได้อาจจะลองถาม Feedback จากลูกค้าที่เคยติดต่อมาดูก็ได้เช่นกัน เพราะเจ้าของเองอาจมองไม่เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้น การถามลูกค้าที่เงียบหายไปนานๆ นอกจากเป็นการติดตามผลแล้ว ก็เป็นตัวช่วยประเมินเราได้ด้วยว่าผิดพลาดไปในจุดไหนบ้าง แต่ถ้าใครที่ยังไม่เคยมีลูกค้าติดต่อมาเลยก็อย่าลืมอัปเดตประกาศขายให้ Active อยู่เสมอ เพื่อให้ลูกค้าเห็นได้มากขึ้น และให้ความรู้สึกว่าผู้ขายมีความพร้อมเสมอด้วยนั่นเอง











