หนุ่มสาววัยทำงานในเมืองใหญ่หลายคนอาจใฝ่ฝันที่จะมีคอนโดสักห้องเป็นของตัวเอง แต่ด้วยปัจจัยหลายอย่างทางด้านเศรษฐกิจ ก็ทำให้หลายคนเลือกที่จะมองหาคอนโดมือสองที่ราคาถูกกว่าคอนโดใหม่ แต่ก็ตามมาด้วยความเสี่ยงมากมายที่คุณอาจยังไม่ทราบ ดังนั้นการซื้อคอนโดมือสอง จึงเป็นสิ่งที่ควรศึกษาให้ดีก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ และวันนี้ พี่ไว้ใจ ก็มี แนวทางในการเลือก ซื้อคอนโดมือสอง ต้องเตรียมตัวยังไง มีเรื่องไหนต้องรู้ก่อนตัดสินใจ พร้อมทั้งการเตรียมเอกสารเมื่อทำการซื้อ ไปจนถึงการย้ายเข้า ใครกำลังวางแผนอยู่มาเก็บข้อมูลกันไว้ได้เลย
เลือกอ่านตามหัวข้อ
- สิ่งพื้นฐานที่ต้องคำนึง ก่อนซื้อคอนโดมือสอง
- ซื้อคอนโดมือสอง เตรียมเอกสารอะไรบ้าง
- ขั้นตอนการย้ายเข้าคอนโดมือสอง

Credit : pixabay.com
สิ่งพื้นฐานที่ต้องคำนึง ก่อนซื้อคอนโดมือสอง
- ดูความต้องการของตัวเองและราคาคอนโด
ก่อนอื่นคุณต้องวางแผนในการซื้อคอนโดมือสองอย่างรัดกุม เริ่มจากการวางเป้าหมายว่าอยากได้คอนโดราคาเท่าไหร่ อยู่ในย่านไหน และเมื่อลงมือหาคอนโดมือสองก็พยายามหาหลายๆ แห่งในย่านที่ตรงกับความต้องการ จากนั้นก็เปรียบเทียบความคุ้มค่า และเลือก คอนโดมือสอง ที่ตรงกับวัตถุประสงค์ที่สุด
- ทำเลที่ตั้งของคอนโด
หลายคนเลือกที่จะซื้อคอนโดมือสองในเมืองแทนการอยู่บ้านเดี่ยวที่อยู่นอกตัวเมือง เพื่อความสะดวกในการเดินทาง ซึ่งนอกจากการเลือกคอนโดในย่านที่ต้องการแล้ว ยังต้องดูทำเลที่ตั้งว่าอยู่ใกล้กับอะไรบ้าง มีสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่ใกล้เคียงหรือไม่ อย่างเช่น รถไฟฟ้า ทางด่วน ห้างสรรพสินค้า ฯลฯ เพื่อให้ได้คอนโดที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่สุด
- สิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องและคอนโด
ก่อนการซื้อคอนโดมือสอง ควรสอบถามทางผู้ขายและทางโครงการเกี่ยวกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่เราจะได้รับภายในห้อง ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ เช่น เตียง ตู้เสื้อผ้า เครื่องปรับอากาศ ฯลฯ เพราะเราจะได้ลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ลงได้ รวมไปถึงสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ เช่น ฟิตเนส สระว่ายน้ำ ที่จอดรถ ไปจนถึงระบบรักษาความปลอดภัยในคอนโด
ซื้อคอนโดมือสอง เตรียมเอกสารอะไรบ้าง
ก่อนการซื้อคอนโดมือสอง คุณต้องทำการตกลงกับผู้ขายให้ดี รวมถึงอ่านรายละเอียดในสัญญาให้ครบถ้วนว่าการซื้อขายมีการวางมัดจำเท่าไร มีข้อตกลงเงื่อนไขอะไรบ้าง และใช้เอกสารประกอบการขอสินเชื่ออะไรบ้าง ซึ่งคุณต้องเตรียมให้พร้อม ก่อนวันที่จะยื่นกู้สินเชื่อกับธนาคาร ทั้งผู้ยื่นกู้และผู้กู้ร่วมจะต้องเตรียมหลักฐาน ดังนี้
1. เอกสารสถานะส่วนบุคคล ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน (ยังไม่หมดอายุ), สำเนาทะเบียนบ้าน, สำเนาการเปลี่ยนชื่อ-สกุล
2. เอกสารสถานะทางการเงิน ได้แก่ สำเนาสลิปเงินเดือนหรือใบแสดงรายได้ย้อนหลัง 3 – 6 เดือน (ถ้าเป็นแบบคาร์บอนจะดีมาก) และสำเนาเดินบัญชีเงินฝากย้อนหลัง 6 เดือน ซึ่งเราอาจต้องเตรียมตัวจริงไปด้วย แต่บางกรณีที่บริษัทหรือหน่วยงานราชการ มีสวัสดิการร่วมกับทางธนาคารในการยื่นกู้เพื่อซื้อคอนโด อาจไม่ต้องเตรียมหลักฐานนี้
3. เอกสารสถานะการทำงาน ได้แก่ เอกสารใบรับรองเงินเดือน (แสดงรายละเอียดของตำแหน่ง เงินเดือนที่ได้รับ และอายุงาน) หรือ เอกสารแสดงเงินได้ส่วนบุคคลที่ยื่นต่อประกันสังคม
4. เอกสารแสดงการปลอดภาระหนี้ เช่น ถ้าคุณเคยติดเครดิตบูโร แต่ปัจจุบันได้เคลียร์ยอดหนี้และปิดบัญชีแล้ว คุณจำเป็นต้องมีเอกสารรับรองจากสถาบันการเงินนั้นๆ ว่าคุณได้ปิดบัญชีเรียบร้อยแล้ว เพราะจะทำให้คุณมีเครดิตที่ดี อาจช่วยให้คุณกู้ผ่านง่ายขึ้นนั่นเอง
5. เอกสารการซื้อ-ขาย สำหรับ คอนโดมือสอง ระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย คือ เอกสารสัญญาการซื้อ-ขาย ที่มีลายเซ็นต์ของทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ (พร้อมสำเนา) และเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด หรือ อช.2 (พร้อมสำเนา)
ขั้นตอนการย้ายเข้าคอนโดมือสอง
เมื่อคุณได้รับอนุมัติในการซื้อคอนโดจากทางธนาคารและโอนกรรมสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการย้ายเข้า โดยต้องแสดงการแจ้งย้ายเข้าแก่บุคคลที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
1. การแสดงตัวตนกับผู้พัฒนาโครงการ
คุณต้องแจ้งการซื้อคอนโดต่อจากเจ้าของเดิม เพื่อกรอกแบบฟอร์มของโครงการในฐานะเจ้าของคนใหม่ โดยแนบหลักฐานสำเนาบัตรประชาชน สำเนาโฉนด (อช.2) สำเนาทะเบียนบ้านคอนโด พร้อมเซ็นรับรองทุกฉบับ
2. การแจ้งย้ายเข้าคอนโดกับทางนิติบุคคล
ทำการติดต่อนิติบุคคลของคอนโด เพื่อแจ้งการย้ายเข้าในวันเวลาที่คุณต้องการ แล้วกรอกรายละเอียดการย้ายเข้า พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาโฉนด (อช.2) เพื่อยืนยันสิทธิ์ และจ่ายค่าส่วนกลางตามที่ตกลงกัน
3. การแจ้งสำนักงานเขต
คุณต้องแจ้งการย้ายเข้าเพื่อเปลี่ยนชื่อมิเตอร์ไฟฟ้าและน้ำประปา หรือการแจ้งย้ายเข้าทะเบียนบ้าน ต้องไปแจ้งที่สำนักงานเขตที่คอนโดตั้งอยู่ ตามวันและเวลาราชการปกติ
สรุปส่งท้าย
ก่อนการตัดสินใจเลือก ซื้อคอนโดมือสอง อยากให้ทุกคนศึกษารายละเอียดให้ถี่ถ้วน และเปรียบเทียบความคุ้มค่าในส่วนต่างๆ เพื่อให้ตรงกับความต้องการมากที่สุด และสิ่งสำคัญก็คือ การพูดคุยทำข้อตกลงกับผู้ขาย เพื่อจะได้ไม่โดนหลอกขายคอนโดที่ไม่มีคุณภาพ ที่เหลือก็เตรียมเอกสารต่างๆ ให้พร้อม เท่านี้ก็จะได้คอนโดที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่สะดวกสบาย










