ปัจจุบัน เครื่องใช้ไฟฟ้า ถือว่าเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวัน เพราะเราจำเป็นต้องพึ่งสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เหล่านี้ ยิ่งเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ที่ไม่ว่าห้องไหน ๆ ภายในบ้าน ทั้งห้องนอน ห้องครัว ห้องนั่งเล่น ล้วนมีเครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อให้เราสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น อาทิเช่น แอร์ พัดลม ทีวี เครื่องทำน้ำอุ่น ตู้เย็น ฯลฯ ยิ่งในช่วงนี้ ใครหลายคนอาจจะทำงานที่บ้าน เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ค่าใช้จ่ายภายในบ้านของเราเพิ่มขึ้น วันนี้ พี่ไว้ใจ มี Tips ดูแล เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ไม่ให้กินไฟ ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ มาฝากทุกคนกันค่ะ
เลือกอ่านตามหัวข้อที่สนใจ
เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ที่กินไฟที่สุด
ก่อนอื่น เรามาทำความรู้จักกับเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านกันก่อนว่า เครื่องไหนทำงานยังไง และเครื่องไหนที่กินไฟมาก ทำให้เราต้องเสียค่าไฟเยอะที่สุด ในบรรดาเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน
1. เครื่องปรับอากาศ หรือ แอร์
หลายคนคงเดากันถูกอยู่แล้วว่า เครื่องใช้ไฟฟ้ากินไฟ เยอะที่สุด ก็คงหนีไม่พ้น เครื่องปรับอากาศ เนื่องด้วยอากาศของเมืองไทยที่ร้อนขึ้นทุกวัน แถมยังมีสถานการณ์โควิดที่ทำให้เพื่อน ๆ บางคนต้องทำงานที่บ้าน เลยต้องเปิดแอร์ตลอดทั้งวัน
โดยเฉลี่ยแล้วถ้าเราเปิดต่อเนื่องกันเป็นเวลา 10 ชั่วโมงใน 1 วันจะกินไฟถึง 377 หน่วยต่อเดือน คิดเป็นค่าใช้จ่ายประมาณ 55-60 บาท/วัน หรือ 6 บาท/ชั่วโมง
2. เครื่องทำน้ำอุ่น
เครื่องทำน้ำอุ่น ในเมืองไทยบ้านเรา ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นมากนัก แถมยังเป็น เครื่องใช้ไฟฟ้ากินไฟ แต่ถ้าวันไหนที่อากาศมีอุณหภูมิลดลง เครื่องทำน้ำอุ่นก็ดูจะจำเป็นขึ้นมา เพราะการอาบน้ำอุ่นจะช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย
ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้ว เครื่องทำน้ำอุ่นเมื่อเปิดต่อครั้ง ใช้เวลาประมาณ 15 นาที ทั้งเช้าและเย็น คิดเป็นค่าใช้จ่ายประมาณ 3-4 บาท/15 นาที
3. ตู้เย็น
ตู้เย็น ถือว่าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ที่ต้องมีติดไว้ประจำบ้าน โดยภูมิอากาศบ้านเราตั้งอยู่ในเขตร้อน จึงต้องการที่จะกินหรือดื่มอะไรที่เย็น ๆ ในยามที่อากาศร้อนหรืออบอ้าว เพื่อให้เรารู้สึกสดชื่น ผ่อนคลาย
แต่เพื่อน ๆ รู้ไหมว่า ตู้เย็นติดอันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าสิ้นเปลืองพลังงานอันดับต้น ๆ เพราะเราต้องเสียบปลั๊กตู้เย็นทิ้งไว้ทั้งวันตลอดทั้งปี โดยเฉลี่ย คิดเป็นค่าใช้จ่ายประมาณ 0.20-0.40 บาท/ชั่วโมง
4. เครื่องซักผ้า
การซักผ้า คงเป็นปัญหาสำหรับหลาย ๆ คน แม้กระทั่งตัวพี่ไว้ใจเอง ถึงแม้ว่าการมี เครื่องซักผ้า จะช่วยให้เราทุ่นแรง และประหยัดเวลา แต่ตัวเครื่องซักผ้าก็เป็น เครื่องใช้ไฟฟ้ากินไฟ มากอยู่เหมือนกัน โดยเฉลี่ยคิดเป็นค่าใช้จ่ายประมาณ 2-8 บาท/ชั่วโมง
5. เตารีด
เพื่อน ๆ เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมเราต้องรีดผ้าครั้งละเยอะ ๆ นั่นก็เพราะว่า จะช่วยประหยัดค่าไฟได้มากกว่านั่นเอง แต่ก็มีหลายคนที่จะรีดเสื้อผ้า เฉพาะเวลาที่จะใส่ เพียงครั้งละ 1-2 ตัว เรามาดูค่าเฉลี่ยไฟฟ้าของ เตารีด กันว่ากินไฟเยอะแค่ไหน ต่อการใช้งาน 1 ชั่วโมง คิดเป็นค่าใช้จ่ายประมาณ 3.5-10 บาท/ชั่วโมง
เทคนิคดูแลเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ไม่ให้กินไฟ
การดูแลรักษา เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ให้อยู่ในสภาพปกติ ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่จะทำให้เราสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้ และยังทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าได้ทำงานเต็มประสิทธิภาพตลอดอายุการใช้งานได้อีกด้วย
ไมโครเวฟ
- หลีกเลี่ยงการใช้ภาชนะพลาสติก เพราะความร้อนจากไมโครเวฟอาจทำให้ละลาย และเกิดอันตรายได้
- อย่าเปิดใช้เตาไมโครเวฟที่ว่างเปล่า ไม่มีอาหารอยู่ในนั้น เพราะจะเป็นการลดอายุการใช้งานของเตา
- เลือกใช้ภาชนะก้นแบน หรือภาชนะที่แถมมากับเครื่อง เพื่อให้รับความร้อนได้ดี
- ถอดปลั๊กหลังใช้งานทุกครั้ง รวมถึงการทำความสะอาดคราบที่หกภายในเตาด้วยผ้านุ่ม ๆ อย่างสม่ำเสมอ
ตู้เย็น
- ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอุณหภูมิในช่องแช่เย็นปกติคือ 4 -5 องศาเซลเซียส ในขณะที่อุณหภูมิในห้องแช่แข็งคือ -18 ถึง -17 องศาเซลเซียส ซึ่งความเย็นที่เหมาะสมจะเก็บรักษาความสดของอาหารไว้ได้นาน ทางที่ดีควรซื้อเซนเซอร์อุณหภูมิ หรือตัวตรวจวัดอุณหภูมิ เพื่อคอยดูการทำงานของตู้เย็นว่าปกติดีหรือไม่
- อย่าใส่อาหารร้อนในตู้เย็นโดยตรง ควรตั้งอาหารไว้ในอุณหภูมิห้องให้เย็นลง แล้วค่อยใส่ในตู้เย็น
- การใส่อาหารที่มากเกินไป จะทำให้การกระจายความเย็นภายในไม่ทั่วถึง ทำให้ตู้เย็นทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษาอุณหภูมิภายใน และไม่ควรเปิดประตูทิ้งไว้เป็นเวลานาน
เครื่องซักผ้า
- อย่าลืมใช้น้ำยาทำความสะอาดภายในเครื่องซักผ้า อย่างน้อยเดือนละครั้ง
- ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเปิดฝาเครื่องซักผ้าทิ้งไว้หลังจากซักเสร็จทุกครั้ง เนื่องจากจะช่วยทำให้ความชื้นภายในถังซักผ้าระเหยออกไป
- หากเพื่อน ๆ สังเกตเห็นการหกเลอะเทอะในเครื่องซักผ้า ให้เช็ดออกด้วยผ้านุ่มชุบน้ำหมาด ๆ ทันที
- ควรใส่จำนวนผ้าแต่พอเหมาะ ไม่น้อยเกินไป และไม่มากจนเกินกำลังเครื่อง เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เครื่องทำงานหนัก
- หากมีแสงแดดไม่ควรใช้เครื่องอบแห้ง ควรจะนำเสื้อผ้าที่ซักเสร็จมาตากแดด
เครื่องปรับอากาศ
- หมั่นทำความสะอาดหรือเปลี่ยนไส้กรอง และควรถอดไส้กรองมาล้างทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่าอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง
- เมื่อผ่านการใช้งานมาสัก 4-6 เดือน ควรจ้างช่างแอร์มาล้างทำความสะอาดคอยล์ร้อนและคอยล์เย็น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้กับเครื่องปรับอากาศ โดยหลังจากล้างแอร์เสร็จแล้ว ควรตรวจเช็กระดับน้ำยาแอร์ให้อยู่ระดับปกติทุกครั้ง จะช่วยประหยัดค่าไฟ รวมถึงยืดอายุการใช้งานของแอร์ได้
- สังเกตเสียงของเครื่องปรับอากาศ หากพบเสียงดังผิดปกติ ควรรีบแจ้งช่างเพื่อทำการแก้ไข ก่อนอาการจะลุกลาม
- ห้องที่ติดตั้งแอร์ ควรปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิดเพื่อไม่ให้แอร์ทำงานหนักจนเกินไป อย่าลืมเลือกแอร์ให้เหมาะกับขนาดของห้องกันด้วยนะคะ
เครื่องทำน้ำอุ่น
- ไม่ควรเปิดเครื่องตลอดเวลาขณะเราอาบน้ำ เมื่อใช้เสร็จแล้วให้ปิดเครื่อง ไม่ควรเปิดสวิตช์ทิ้งไว้
- ตั้งระดับความแรงของน้ำไว้ระดับปานกลาง และหมั่นตรวจดูระบบท่อน้ำ และรอยต่อให้มีสภาพดีอยู่เสมอ อย่าให้มีการรั่วซึม
- เลือกใช้เครื่องทำน้ำอุ่นที่มีถังเก็บน้ำภายในตัวเครื่อง และมีฉนวนหุ้มจะช่วยให้ประหยัดการใช้ไฟฟ้า
- อย่างอ หรือพับสายฝักบัว เพราะจะทำให้สายฝักบัวชำรุดได้
- ควรหมั่นเช็ดทำความสะอาดฝักบัว เพราะอาจมีตะกรันไปอุดตันทางออกของน้ำ
- ทำความสะอาดตัวเครื่องข้างนอกด้วยผ้านุ่มชุบน้ำบิดให้แห้ง ก่อนทำความสะอาดเครื่อง ต้องปิดเบรกเกอร์ควบคุมไฟฟ้าทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยด้วยนะคะ
สรุปส่งท้าย
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ไม่ควรละเลย สำหรับการใช้ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ก็คือการทำตามคำแนะนำในคู่มือที่มาพร้อมกับอุปกรณ์อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะข้อห้าม เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเอง และคนในครอบครัว
อีกทั้งเราควรหมั่นดูแล และตรวจเช็กเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านอยู่เสมอ หากมีการชำรุด หรือเสียหาย เราควรเรียกผู้เชี่ยวชาญมาดูทันที เพื่อความปลอดภัย อีกทั้งยังช่วยให้เราประหยัดเงินค่าไฟเพิ่มขึ้นอีกด้วยนะคะ















