เลี้ยงน้องหมา น้องแมว หรือนก หลายคนอาจจะรู้สึกว่าธรรมดาไป อยากได้ความท้าทาย แปลก ๆ ชิค ๆ ดูบ้าง ลองมาเลี้ยง เต่า กันดูไหมคะ ? ใช่แล้วค่ะ! ไม่ได้อ่านผิดกันแน่นอนค่ะเพื่อน ๆ เพราะ พี่ไว้ใจ จะขอพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ เต่าบก ที่แม้ว่าจะไม่ได้มาจากนิทานเรื่อง กระต่ายกับเต่า แต่รับรองว่าเป็น สายพันธุ์เต่าเลี้ยง ที่น่ารักไม่แพ้ในนิทานเลยค่ะ ที่สำคัญยังดูแลง่าย เหมาะกับมือใหม่อีกด้วย จะมีสายพันธุ์อะไรบ้าง ตามพี่ไว้ใจไปทำความรู้จักกันได้เลย
เลือกอ่านตามหัวข้อที่สนใจ
- เต่าญี่ปุ่น หรือ เต่าแก้มแดง (Red-eared Slider)
- เต่ากรีก หรือ เต่าทะเลเมดิเตอร์เรเนียน (Testudo Gareca)
- เต่าเฮอร์มาน หรือ เต่าเฮอร์แมนน์ (Hermann tortoise)
- เต่าดาวอินเดีย (Indian Star Tortoise)
- เต่าซูลคาตา (African Spurred Tortoise / Geochelone sulcata)
1. เต่าญี่ปุ่น หรือ เต่าแก้มแดง (Red-eared Slider)
เมื่อพูดถึง สายพันธุ์เต่าเลี้ยง อย่าง เต่าญี่ปุ่น หรือ เต่าแก้มแดง (Red-eared Slider) ก็เป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ ที่ได้รับความนิยมในผู้เลี้ยงเต่าพอสมควรเลยค่ะ ด้วยความแปลกที่จะมีริ้วยาวสีแดงอมส้ม ต่อจากบริเวณดวงตา ทำให้มองดูเหมือนมีแก้มสีแดง เดิมทีเป็นเต่าท้องถิ่นในประเทศสหรัฐอเมริกาและแถบ ๆ ประเทศเม็กซิโก แต่ได้ถูกนำไปจำหน่ายโดยพ่อค้าชาวญี่ปุ่น ทำให้ได้รับการเรียกชื่อว่า เต่าญี่ปุ่น นั่นเอง
สำหรับเต่าสายพันธุ์นี้มีสีสันที่หลากหลายแตกต่างกันออกไปตามแต่ฟาร์มที่ได้มีการเพาะพันธุ์ ซึ่งในบ้านเราเองก็ได้มีการเพาะพันธุ์ออกมาจำหน่ายด้วยเช่นเดียวกัน ทั้งนี้มีอายุขัยที่พบได้ตั้งแต่ 20-40 ปี
ในด้านของอาหารการกิน เต่าสายพันธุ์นี้กินง่ายมาก ๆ และไม่เลือกกิน แต่อย่างไรก็ดีเราก็ควรเลือกอาหารที่มีความเหมาะสม กับช่วงวัยของเต่าด้วยค่ะ ในช่วงที่เป็นลูกเต่า อาจให้อาหารที่เป็นอาหารสำเร็จรูป สำหรับลูกเต่าโดยเฉพาะ และเมื่อโตเต็มวัย อาจให้อาหารสำเร็จรูป สลับกับการให้ผักบุ้งก็ได้ค่ะ
สำหรับใครที่อยากเลี้ยงเต่าสายพันธุ์นี้ สามารถหาซื้อได้ในราคาตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่นบาทเลยค่ะ แตกต่างที่ความสวยงาม และความหายาก ของเต่าแต่ละตัว หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าเต่าญี่ปุ่นมีตัวเล็ก แต่ความจริงแล้วจะมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ตามวัย ซึ่งสามารถโตเต็มวัยจนมีขนาดใหญ่ได้ถึง 15-30 ซม. เลยล่ะค่ะ
2. เต่ากรีก หรือ เต่าทะเลเมดิเตอร์เรเนียน (Testudo Gareca)
มาต่อกันด้วย เต่ากรีก หรือ เต่าทะเลเมดิเตอร์เรเนียน (Testudo Gareca) หรือ Spur-Thighed Tortoise จัดได้ว่าเป็นเต่าที่มีขนาดเล็ก แถมยังหายากอีกสายพันธุ์เลยก็ว่าได้ นั่นจึงทำให้เต่ากรีก ได้รับความนิยม และเป็นที่ต้องการในกลุ่มคนที่ชื่นชอบ สายพันธุ์เต่าเลี้ยง นั่นเอง
ความโดดเด่นหรือเอกลักษณ์ ที่ทำให้เต่ากรีก น่าเลี้ยง จะอยู่ที่ สีของกระดอง โดยกระดองของน้องจะประกอบไปด้วย สีขาวครีมอมเหลืองอ่อน สีดำ และสีน้ำตาล ตัดกันพอดีค่ะ
เต่ากรีกตัวเมียจะมีขนาดที่ใหญ่กว่าเต่ากรีกตัวผู้เล็กน้อย โดยมีขนาดโตเต็มวัยประมาณ 12-20 ซม. ในส่วนของอายุขัยจะเฉลี่ยอยู่ที่ 20 ปีขึ้นไป และหากได้รับการดูเป็นอย่างดี อาจอยู่ได้มากกว่า 100 ปี! เลยทีเดียว เป็นเต่าที่มีอายุยืนอีกหนึ่งชนิดเลยค่ะ
ดังนั้น หากเพื่อน ๆ ต้องการเลี้ยงเต่าสายพันธุ์นี้ อาจจะต้องมีการวางแผนในเรื่อง การเลี้ยงดูหรือการส่งต่อผู้เลี้ยงคนอื่น ๆ ในระยะยาวด้วยนะคะ ในด้านของการเลี้ยงดู สามารถให้ทานผัก ผลไม้ ตามอัตราส่วนที่ควรได้รับในแต่ละวันได้เลย ทั้งนี้ เต่ากรีกมีราคาสูง โดยมีราคาเริ่มตั้งแต่หลักหลายหมื่นบาทขึ้นไปค่ะ
3. เต่าเฮอร์มาน หรือ เต่าเฮอร์แมนน์ (Hermann tortoise)
อีกหนึ่งสายพันธุ์ของ เต่าบก ที่น่าสนใจได้แก่ เต่าเฮอร์มาน หรือ เต่าเฮอร์แมนน์ (Hermann tortoise) เป็นเต่าที่มีขนาดเล็ก มีถิ่นกำเนิดมาจากทางทวีปยุโรป โดยมีขนาดเฉลี่ยเมื่อโตเต็มวัยอยู่ที่ 15-28 ซม. หนักประมาณ 2.5-4.5 กก.
เต่าเฮอร์มาน มีอายุขัยประมาณ 40-100 ปี ขึ้นอยู่กับปัจจัยของการเลี้ยงดู ลวดลายของกระดองเต่าจะเป็นสีเหลืองและสีดำ ซึ่งจะเริ่มจางลงอีกเรื่อย ๆ ตามธรรมชาติ สวนทางกับอายุที่เพิ่มมากขึ้น
ในการเลี้ยงดู ควรมีพื้นที่ให้เดินเล่น เพราะเต่าเฮอร์มานเป็นเต่าที่ค่อนข้างช่างสงสัย กระตือรือร้น แข็งแรง และพลังงานสูง โดยควรจัดหาพื้นที่ให้สามารถขุดได้ด้วย เพราะตามนิสัยพื้นฐาน เต่าชนิดนี้ ชื่นชอบการขุดเพื่ออำพรางตัวและหลบภัยค่ะ สำหรับราคาอาจพบได้ตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป จนถึงราคาหลักหมื่นบาทค่ะ
4. เต่าดาวอินเดีย (Indian Star Tortoise)
ใครที่เตรียมความพร้อมในการที่จะเลี้ยง เต่าบก สักตัว ขอแนะนำ เต่าดาวอินเดีย (Indian Star Tortoise) เลยค่ะ ด้วยความพิเศษที่เป็นเอกลักษณ์ของเต่าสายพันธุ์นี้ ก็คงต้องยกให้กับกระดองที่มีความสวยงาม ที่เราเห็นกันได้ชัด ๆ ก็คือ รูปแฉกสีเหลืองบนพื้นดำ ในลักษณะของดาวกระจาย
เต่าดาวอินเดียเหมาะกับเพื่อน ๆ ที่ชอบความเงียบ รักความสงบ เพราะเต่าจะไม่ส่งเสียงดังรบกวนผู้เลี้ยง อีกทั้งยังดูแลได้ง่าย กินง่าย นับได้ว่าเป็นเสน่ห์ของเต่าสายพันธุ์นี้เลยก็ว่าได้ แต่ควรงดหรือหลีกเลี่ยง การให้กินผักคะน้า เนื่องจากเป็นผักที่มีแคลเซียมสูง ซึ่งจะทำให้เต่าเกิดโรคได้ง่าย หากร่างกายไม่สามารถดูดซึมแคลเซียมไปใช้ได้หมด จนเกิดการอุดตันลำไส้ของเต่าค่ะ
โดยเต่าดาวอินเดียจะมีอายุขัยโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 50-70 ปีขึ้นไป และในด้านของราคา หากเป็นลูกเต่า จะมีราคาเริ่มต้นที่ 1,000 บาทขึ้นไป แต่หากเป็นเต่าที่มีลวดลายบนกระดองสวยงาม มีลายเส้นของกระดองที่มีความถี่ และมีสีเหลืองเข้มเป็นพิเศษ อาจมีราคากระโดดไปถึงหลักแสนบาทได้เลยค่ะ
5. เต่าซูลคาตา (Geochelone sulcata)
สำหรับ เต่าบก สายพันธุ์สุดท้ายอย่าง เต่าซูลคาตา (African Spurred Tortoise / Geochelone sulcata) เป็นสายพันธุ์เต่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในทวีปแอฟริกา และใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก! เพื่อน ๆ ที่ต้องการเลี้ยงเต่าสายพันธุ์นี้จึงต้องมีพื้นที่มากพอสมควรค่ะ โดยเมื่อโตเต็มวัยจะมีขนาดใหญ่ได้ถึง 60-90 ซม. และหนักได้มากกว่า 100 กก. เลยล่ะค่ะ
สำหรับสีของกระดองเต่า ในช่วงเป็นลูกเต่าจะมีสีเหลืองหรือสีเหลืองทอง ตัดขอบด้วยสีน้ำตาล แต่เมื่อโตเต็มที่ กระดองจะมีสีเข้มขึ้น เป็นสีเหลืองอมสีน้ำตาล ไปจนถึงน้ำตาลอ่อน คล้ายกับสีของทรายหรือดิน โดยขอบของกระดอง จะมีหยักริ้วโดยรอบ มีอายุขัยเฉลี่ยอยู่ที่ 70 ปี สำหรับอาหาร สามารถให้เป็นหญ้าและผักต่าง ๆ ได้ค่ะ
สรุปส่งท้าย
สำหรับใครที่ชื่นชอบ และมีความสนใจอยากเลี้ยงสัตว์แปลก ๆ นอกจากสุนัขหรือแมว พี่ไว้ใจก็แนะนำ เต่าบก เลยค่ะ เพราะเลี้ยงง่าย แถมเต่าในบางสายพันธุ์ที่เป็นเต่าขนาดเล็ก ยังเหมาะกับคนที่มีพื้นที่ไม่มาก รวมไปถึงเพื่อน ๆ ที่ไม่อยากมีปัญหากับเพื่อนบ้านในเรื่องของเสียงรบกวนจากสัตว์เลี้ยงของเรา แต่ก่อนจะตัดสินใจเลี้ยง เพื่อน ๆ ควรศึกษาหรือหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสายพันธุ์ที่เราสนใจ ทั้งในเรื่องของการเลี้ยงดู อาหาร ราคาของสายพันธุ์นั้น ๆ ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยง รูปแบบและขนาดของที่อยู่อาศัย รวมไปถึงขนาดพื้นที่บ้าน และความเข้ากันได้กับไลฟ์สไตล์ของเราด้วยนะคะ ที่สำคัญ ไม่ว่าจะเลี้ยงสัตว์ชนิดไหน ต้องให้ความรัก ความเอาใจใส่ และดูแลอีกหนึ่งชีวิตให้ดีที่สุดค่ะ













