องค์กร ถือว่าเป็นกุญแจสำคัญในการสนับสนุนธุรกิจให้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน และคลังสินค้า หรือ โกดังเก็บของ ควรเป็นรากฐานสำหรับธุรกิจ ถ้าเรามี ระบบ การจัดการคลังสินค้าที่ไม่เป็นระเบียบ และต้องการความช่วยเหลือ ในการจัดลำดับความสำคัญของแต่ละขั้นตอนอยู่ล่ะก็ วันนี้ พี่ไว้ใจ มี 18 เทคนิค การจัดการคลังสินค้า ให้เป็นระบบระเบียบมากยิ่งขึ้น มาฝาก ลองตามมาดูกันนะคะว่ามีอะไรบ้าง
เลือกอ่านตามหัวข้อที่สนใจ
- การจัดระเบียบสายพาน
- จัดระเบียบด้วยฉลากและป้าย
- แสดงแผนที่
- ตรวจสอบพื้นที่จัดเก็บสินค้า
- การแยกประเภทสินค้า
- การแบ่งช่องสินค้าด้วยอุปกรณ์ต่าง ๆ
- ใช้กลยุทธ์ Slotting
- มีกระบวนการรับที่มีประสิทธิภาพ
- จัดทำเอกสารและขั้นตอนการคืนสินค้า
- ใช้ระบบที่ช่วยในการจัดเก็บสินค้าและข้อมูล
- ปรับพื้นที่การจัดเก็บสินค้า
- จัดระเบียบสต็อกเพื่อความปลอดภัย
- ตรวจนับสต็อกสินค้า
- ใช้ระบบการจัดการคลังสินค้า
- ทำความสะอาดเป็นประจำ
- ฝึกอบรมพนักงาน
- การดูแลรักษาเครื่องมือเป็นประจำ
- จัดทางเดินในคลังสินค้าให้เหมาะสม
1. การจัดระเบียบสายพาน
เพื่อให้โฟลว์การไหลของสินค้าลื่นไหล ทำให้ง่ายต่อการลำเลียงสินค้า พนักงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ไม่เกิดอุบัติเหตุในระหว่างทำงาน การจัดระเบียบสายพานควรเป็นไปในทิศทางเดียว ไม่ย้อนกลับไปมา และต่อเนื่อง ควรระวังช่วงคอขวดที่อาจมีสินค้าสะสม ทำให้ระบบการไหลหยุดชะงัก หรือถ้ามีเครื่องตรวจสอบโลหะ ก็ต้องดูให้แน่ใจว่า สินค้าอยู่ในความเร็ว และตำแห่งที่เหมาะสมกับการตรวจสอบ เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้
2. จัดระเบียบด้วยฉลากและป้าย
ถ้าพูดถึงการจัดการคลังสินค้า การจัดป้ายบ่งชี้ ก็ถือเป็นเคล็ดลับง่าย ๆ ที่เราสามารถนำไปใช้ได้ทันที และประหยัดค่าใช้จ่ายอย่างมาก เพราะการติดป้ายหรือฉลากสินค้า จะช่วยบ่งบอกถึงตำแหน่ง พื้นที่ทำงาน และประเภทของสินค้า ยิ่งถ้าเป็นคลังสินค้าที่รับพนักงานใหม่และใช้พนักงานชั่วคราวอยู่บ่อย ๆ วิธีนี้เหมาะสมมากเลยค่ะ เพราะจะช่วยลดความผิดพลาดและทำให้ทำงานได้ต่อเนื่องมากขึ้น
3. แสดงแผนที่ การจัดการคลังสินค้า
การใช้แผนที่แสดงสัดส่วนต่าง ๆ ของพื้นที่ จะช่วยบ่งบอกว่าสินค้าอยู่ตรงไหนของคลังสินค้า เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ ทำให้พนักงานไม่ต้องเดินหาให้เสียเวลา และยังเป็นประโยชน์สำหรับพนักงานใหม่หรือพนักงานชั่วคราวด้วย
4. ตรวจสอบพื้นที่จัดเก็บสินค้า
เมื่อเรามีป้ายและฉลากสินค้าแล้ว สิ่งที่ควรทำต่อไปก็คือ การจัดเก็บสินค้าให้เป็นหมวดหมู่และเป็นระเบียบมากที่สุด เพื่อเราจะตรวจสอบได้ง่ายว่า ยังมีพื้นที่จัดเก็บสินค้าที่ว่างเปล่าอยู่หรือเปล่า จะช่วยเพิ่มความคุ้มค่าให้กับค่าใช้จ่ายคลังสินค้าที่เราจ่ายไปแล้วค่ะ
5. แยกประเภทสินค้า
การจัดการคลังสินค้า ด้วยวิธีการแยกประเภทสินค้า จะช่วยให้เราจัดระเบียบสินค้าคงคลังให้เป็นหมวดหมู่มากขึ้น และสามารถวิเคราะห์ให้รู้ว่าสินค้าตัวไหนเป็นสินค้าที่ขายดี หรือค้างสต็อกอยู่นานแล้ว เพื่อที่ราจะได้วางแผนการระบายสินค้าได้ถูก
6. การแบ่งช่องสินค้าด้วยอุปกรณ์ต่าง ๆ
เมื่อเราต้องจัดเก็บสินค้าที่มีขนาดเล็กให้เป็นระเบียบ และไม่ตกหล่นหายที่ไหน หรือต้องการให้สินค้าแบ่งแยกกันอย่างชัดเจน การใช้อุปกรณ์จัดเก็บ เช่น ถาด ตู้ ลิ้นชัก หรือราง จะทำให้สินค้าชิ้นเล็กไม่ผสมรวมกัน จัดการได้ง่ายขึ้น และจะใช้คนน้อยลงค่ะ
7. ใช้กลยุทธ์ Slotting สำหรับ การจัดการคลังสินค้า
ก่อนที่จะใช้กลยุทธ์นี้ พี่ไว้ใจขอแนะนำให้เพื่อน ๆ แยกประเภท ติดป้ายฉลาก และวิเคราะห์การเคลื่อนไหวสินค้าก่อน เพราะการที่จะใช้วิธีการทำสล็อตจะไม่สามารถทำได้ ถ้าไม่มีข้อมูลเหล่านี้ เมื่อมีข้อมูลแล้วเพื่อน ๆ จะสามารถจัดพื้นที่สินสินค้าตามความเร็วในการเคลื่อนไหวของสินค้า
โดยอาจแบ่งระดับเป็น A B C และจัดให้สินค้ากลุ่ม A ที่เคลื่อนไวเร็วไปอยู่ใกล้ทางออก เพี่อลดงานเวลาในการขนย้ายบ่อย ๆ และเพิ่มประสิทธิภาพให้พนักงาน ในการหยิบสินค้าของได้อย่างรวดเร็ว
8. มีกระบวนการรับสินค้าที่มีประสิทธิภาพ
การจัดการคลังสินค้าให้เป็นระบบ ถือว่าสำคัญไม่น้อยไปกว่าการจัดระเบียบภายในคลังสินค้า เพื่อน ๆ ควรเริ่มตั้งแต่การจัดการข้อมูล เมื่อรับสินค้าเข้าคลังสินค้าให้ถูกต้องครบถ้วน เพราะการรับเข้าถ้าไม่มีระบบ อาจทำให้สินค้าสูญหายหรือตกหล่น จากการบันทึกรับสินค้าผิดประเภทได้
9. จัดทำเอกสารและขั้นตอนการคืนสินค้า
นอกจากกระบวนการรับสินค้าแล้ว อย่าลืมคำนึงถึงขั้นตอนการรับสินค้าคืนด้วยนะคะ เราควรมีขั้นตอนที่เป็นลายลักษณ์อักษรไว้สำหรับพนักงาน เพื่อให้ลูกค้าหรือคู่ค้า มั่นใจว่าจะได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ไม่อย่างนั้นสินค้าที่รับคืน อาจปนเข้าไปในคลังจนทำให้จำนวนสินค้าคลาดเคลื่อนได้
10. ใช้ระบบช่วยในการจัดเก็บสินค้าและข้อมูล
ปัจจุบันมี ระบบอัตโนมัติ ที่ช่วยในการจัดเก็บสินค้าและข้อมูล อยู่มากมายหลายบริษัท ระบบเหล่านี้สามารถช่วยในการลดเวลาทำงาน จัดงานให้เป็นระบบ รวมทั้งสามารถดึงข้อมูลมาวิเคราะห์ เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บสินค้าให้มีประสิทธิภาพ และมีระเบียบมากยิ่งขึ้นด้วย ลองหาข้อมูลและนำมาปรับใช้กับโกดังสินค้าของเราดูนะ
11. ปรับพื้นที่การจัดเก็บสินค้า
สินค้าในคลังย่อมมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา เพื่อน ๆ ควรปรับพื้นที่การจัดเก็บสินค้าให้เหมาะสมกับสินค้าที่มีอยู่ในคลังอยู่เสมอ อะไรที่ไม่จำเป็น เช่น เครื่องมือ หรืออุปกรณ์ที่ไม่ได้ใช้ แต่เก็บไว้จนกินพื้นที่คลังก็ควรนำออกไป เพื่อให้คลังสินค้าของเรามีระเบียบ และป้องกันไม่ให้มีสินค้าคงคลังที่ไม่เคลื่อนไหวเยอะเกินไป
12. จัดระเบียบสต็อกเพื่อความปลอดภัย
เป็นสต็อกที่ต้องสำรองไว้กันสินค้าขาด เมื่อสินค้าถูกใช้มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ เพราะฉะนั้นการจัดระเบียบสินค้าให้เห็นชัดเจน ว่าสต็อกส่วนนี้ยังคงเหลือสินค้าอยู่ ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญไม่น้อยค่ะ
13. ตรวจนับสต็อกสินค้า
เป็นการเช็กจำนวนสินค้าคงเหลือภายในคลัง ว่าตรงกับระบบที่เราใช้อยู่หรือไม่ และเพื่อไม่ให้สินค้าค้างสต๊อกใน โกดังเก็บของ นานจนเสียหายหรือหมดอายุการใช้งาน และเพื่อป้องกันความเสียหาย ที่เกิดจากการทุจริตจากการปฏิบัติงานของพนักงานด้วยค่ะ
14. ใช้ระบบ การจัดการคลังสินค้า
เป็นระบบซอฟต์แวร์หรือเครื่องมือ ที่ช่วยควบคุมและจัดการคลังทั้งหมดทุกกระบวนการ ตั้งแต่ต้นจนจบ เพื่อช่วยให้พนักงานทำงานง่าย เป็นระบบและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
15. การจัดการคลังสินค้า ควรทำความสะอาดเป็นประจำ
การดูแลคลังสินค้าให้สะอาด ปราศจากฝุ่นละอองและสิ่งสกปรก นอกจากจะป้องกันความเสียหายต่อสินค้าของเราแล้ว ยังช่วยให้สุขภาพของพนักงานปลอดภัย จากอันตรายที่จะเกิดจากสิ่งสกปรกด้วยค่ะ
16. ฝึกอบรมพนักงาน
ควรอัปเดตข้อมูลและวิธีใช้เครื่องมือ ที่เรานำมาสนับสนุนการทำงานของพนักงานให้สะดวกสบายและมีประสิทธิภาพอย่างสม่ำเสมอ นอกจากจะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพ ก็ยังช่วยยืดอายุเครื่องมือให้ใช้ได้นานไม่ชำรุดเสียหายอีกด้วย
17. การจัดการคลังสินค้า ดูแลรักษาเครื่องมือเป็นประจำ
เครื่องมือ ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการปฏิบัติงานในคลังสินค้า เพราะเครื่องมือเป็นสิ่งที่ช่วยให้งานสำเร็จตามเป้าหมาย ภายในเวลาที่เราวางแผนไว้ ถ้าเครื่องมือดันเกิดปัญหา ในช่วงที่เราต้องเร่งส่งสินค้าให้กับลูกค้า อาจจะทำให้ธุรกิจของเราหรือลูกค้าหยุดชะงักเสียหายได้ค่ะ
18. จัดทางเดินในคลังสินค้าให้เหมาะสม
ควรจัดให้มีทางเดินที่ว่างและชัดเจน สำหรับการเคลื่อนที่ของรถยกสินค้า เพื่อให้พนักงานและอุปกรณ์ปลอดภัย และยังทำให้การขนย้ายสินค้ามีความสะดวกสบายมากขึ้น แต่ไม่ควรจัดให้ทางเดินมีพื้นที่กว้างมากเกินไป เพราะจะทำให้สิ้นเปลืองพื้นที่โดยเปล่าประโยชน์
สรุปส่งท้าย
การบริหารจัดการเรื่องเหล่านี้ เป็นสิ่งที่จะต้องตรวจสอบ และควรที่จะต้องมีในโกดังเก็บของ เพื่อน ๆ สามารถเริ่มจากการเลือก 1-2 ข้อง่าย ๆ ที่เราสามารถทำได้เลย ลองนำไปปรับและทดลองใช้ดูก่อน จะได้ค่อย ๆ ปรับให้คลังสินค้าของเราทำงานอย่างเป็นระบบมากยิ่งขึ้น
หลังจากการจัดระเบียบคลังสินค้าแล้ว ควรคำนึงถึงการตรวจสอบกระบวนการและขั้นตอนอย่างสม่ำเสมอ วิเคราะห์ว่าการปรับเปลี่ยนแต่ละอย่างส่งผลดีหรือไม่ พนักงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นหรือไม่ สิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นเป้าหมายหลักในการบริหาร และดำเนินธุรกิจ เพื่อให้เกิดการดำเนินการอย่างเป็นระบบ คุ้มค่ากับการลงทุนมากที่สุด การจัดการคลังสินค้าให้ดีในวันนี้ จะช่วยให้เรามีธุรกิจที่มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จในอนาคตค่ะ













