เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า “แมว” เป็นสัตว์ที่ชอบเลียขน เพื่อทำความสะอาดให้กับตัวเอง แต่นั่นก็ไม่เพียงพอที่จะช่วยขจัดสิ่งสกปรกให้กับเจ้าเหมียวได้หมด ดังนั้น ทาสแมวอย่างเราจึงต้องเพิ่มการ อาบน้ำแมว เพื่อให้เกิดสุขลักษณะอนามัยที่ดียิ่งขึ้น และถึงแม้ว่าน้องแมวจะไม่ชอบน้ำ และเกิดอาการต่อต้านในช่วงแรก ๆ ก็ตาม เพื่อน ๆ ก็ไม่ต้องกังวลไปค่ะ พี่ไว้ใจ ขอนำเสนอ วิธีอาบน้ำลูกแมว พร้อมเคล็ดลับในการอาบน้ำให้น้องแมวอย่างถูกวิธี และปลอดภัยจากการโดนข่วน มาแนะนำกันค่ะ
เลือกอ่านตามหัวข้อที่สนใจ
- แมวจำเป็นต้องอาบน้ำไหม ?
- แมวต้องอาบน้ำบ่อยแค่ไหน ?
- เตรียมความพร้อมอาบน้ำให้น้องแมวที่เกลียดน้ำ
- 7 เคล็ดลับอาบน้ำให้น้องแมวด้วยตัวเอง
แมวจำเป็นต้องอาบน้ำไหม ?
เพราะแมวเป็นสัตว์ที่รักสะอาด ดังนั้นแล้ว การแปรงขนและอาบน้ำแมวบ่อยๆ จึงเป็นวิธีทำความสะอาดที่ช่วยกำจัดสิ่งสกปรกได้เป็นอย่างดี และมีส่วนที่ช่วยทำให้คนรักแมวอย่างเราสามารถมองเห็นปัญหาเกี่ยวกับสภาพผิวของน้องแมวได้ เช่น ผิวหนังเป็นขุย แดง คัน หรืออักเสบ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของโรคบางอย่าง จะได้ไปปรึกษาสัตวแพทย์ให้รักษาได้อย่างทันท่วงทีค่ะ
แมวควรอาบน้ำบ่อยแค่ไหน ?
โดยปกติแล้ว ความเหมาะสมในการอาบน้ำแมว คืออาบทุก ๆ 1- 3 เดือน ยิ่งในแมวโต ที่เป็นโรคไขข้ออักเสบ หรือโรคอ้วน ทำให้เขาเลียขนตัวเองได้ไม่ทั่วถึง หรือแมวพันธุ์ที่มีขนยาวอย่าง เมนคูน เปอร์เซีย และหิมาลายัน การอาบน้ำบ่อยหน่อยจะทำให้ลดขนร่วงลงได้
สำหรับแมวสายพันธุ์สฟิงซ์ ที่ไม่มีขน ทำให้มีคราบสกปรกทางผิวหนังออกมา และอาจนำไปสัมผัสสิ่งของรอบข้างได้ง่าย แต่ถ้าแมวตัวไหนกลัวการอาบน้ำมาก ๆ อาจเลือกใช้ทิชชู่เปียกสำหรับสัตว์เลี้ยงเช็ดตัว หรือใช้แชมพูแห้ง ช่วยในการทำความสะอาดได้เช่นกัน แต่ในบางสถานการณ์ เช่น ตัวเปื้อนน้ำมัน เปื้อนสี เพื่อน ๆ จำเป็นต้องรีบอาบน้ำให้แมวทันที เพราะหากปล่อยทิ้งไว้อาจจะเป็นอันตรายได้
เตรียมความพร้อม อาบน้ำแมว ที่เกลียดน้ำ
สาเหตุที่แมวส่วนใหญ่ไม่ชอบน้ำ คือ น้องไม่ชอบให้ขนตัวเองเปียกและรู้สึกหนัก ที่สำคัญ น้ำจะไปชำระล้างกลิ่นตัวตามธรรมชาติของแมวออก เมื่อการอาบน้ำเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ พี่ไว้ใจจึงมีเคล็ดลับมาให้เพื่อน ๆ ได้เตรียมความพร้อมให้น้องแมวก่อนอาบน้ำ เพื่อไม่ให้เราโดนน้องแมวข่วน และไม่ให้แมวเกิดความเครียดมาก ดังนี้เลยค่ะ
เลือกเวลาอาบน้ำ ควรเป็นหลังจากแมวกินอิ่มหรือเล่นเสร็จแล้ว อยู่ในช่วงเวลาที่แมวรู้สึกอิ่มเอม อารมณ์ดี พี่ไว้ใจแนะนำให้หาคนช่วยจับ อาจจะเป็นคนที่น้องแมวเคยเล่นด้วยเป็นประจำและไว้ใจ มาช่วยจับ ช่วยอุ้ม ขณะที่อีกคนคอยอาบน้ำให้นะคะ
เตรียมแชมพูหรือครีมอาบน้ำสูตรอ่อนโยน สำหรับแมวโดยเฉพาะ แนะนำให้แชมพูสำหรับแมวที่ได้รับคำแนะนำจากสัตวแพทย์ หรือร้านขายอุปกรณ์สัตว์เลี้ยง อย่าลืมเลยนะคะ ว่าไม่ควรใช้แชมพูของคนกับขนของน้องแมว เพราะอาจทำร้ายผิวอันบอบบาง ทำให้ผิวแห้ง และเป็นอันตรายได้
เตรียมอุปกรณ์จำเป็น ที่ต้องใช้ทั้งในการอาบน้ำ และหลังอาบน้ำให้พร้อม เช่น
– ผ้าเช็ดตัวสำหรับแมว ควรเตรียมไว้มากกว่า 1 ผืน
– หวีแปรงขน สำหรับแมว จะช่วยกำจัดขนเสียที่ตาย หรือร่วงแล้วออกจากผิวหนังของแมวได้ – กรรไกรตัดแต่งขน เล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับน้องแมวขนยาว เพื่อให้ขนดูเป็นระเบียบเรียบร้อย
และก่อนเริ่มอาบน้ำ ให้เพื่อน ๆ วางอุปกรณ์อาบน้ำทั้งหมด ไว้ในที่ที่เอื้อมถึง สะดวกหยิบใช้นะคะ
ตัดเล็บให้แมว เพราะเล็บ คืออาวุธป้องกันตัวของแมว ถ้าเป็นไปได้ เพื่อน ๆ ควรเล็ม พร้อมตะไบปลายเล็บของแมว ก่อนนำน้องแมวไปอาบน้ำ เพื่อลดบาดแผล ที่อาจถูกน้องแมวข่วนขณะอาบน้ำ
Tip : เพื่อน ๆ อย่าลืม เสื้อผ้าสำหรับให้ตัวเราใส่ตอนอาบน้ำให้แมวด้วยนะคะ แนะนำว่าควรใส่เสื้อผ้าแขนขายาว และสามารถเปียกน้ำ หรือเลอะเทอะได้
7 ขั้นตอนและเทคนิคการ อาบน้ำแมว ด้วยตัวเอง
นิสัยของน้องแมว มักจะเล่นซุกซนอยู่ตลอด ซึ่งแน่นอนว่า สิ่งที่แฝงมาด้วยเวลาเล่นก็คือ ความสกปรก ดังนั้น การทำความสะอาดโดยการอาบน้ำแมวก็เพื่อป้องกันเชื้อโรคต่าง ๆ เข้าสู่ร่างกายของน้องแมว และเคล็ดลับสำหรับการอาบน้ำให้น้องแมวด้วยตัวเราเองนั้นก็ไม่ยากเลยค่ะ
วิธีอาบน้ำลูกแมว และแมวโต
1. แปรงขน ขั้นแรกที่ขาดไม่ได้คือ การแปรงขนให้แมว ตั้งแต่หัว ตัว ขา และท้อง จะช่วยให้กระจุกขนที่พันกันคลายตัวออกมา เพราะถ้าไปเอาออกตอนขนน้องแมวเปียกน้ำ จะทำให้เจ็บและออกยาก ซึ่งแมวบางตัวก็ชอบสัมผัสของแปรงขนมาก ๆ เพราะทำให้รู้สึกผ่อนคลาย
2. ใช้อ่างอาบน้ำ เป็นวิธีอาบน้ำลูกแมว ที่จะช่วยให้เพื่อน ๆ ควบคุมการอาบน้ำได้ง่ายขึ้น โดยการนำแผ่นยาง หรือผ้าขนหนู วางไว้ที่ก้นอ่างทำเป็นที่ยืน และลดการลื่นให้กับลูกแมว จากนั้นเติมน้ำอุ่นในอ่างลงไปประมาณ 3 – 4 นิ้ว เพื่อให้อุ้งเท้าลูกแมวชินกับน้ำก่อนจะเริ่มอาบน้ำแมว วิธีนี้จะเป็นการฝึกสำหรับอาบน้ำครั้งต่อไปได้ด้วย ถ้าลูกแมวกลัวน้ำมาก ๆ อาจต้องมีอีกคนช่วยจับตลอดการอาบน้ำก็ได้นะคะ เพื่อป้องกันน้องแมวข่วน
3. เปิดน้ำเบา ๆ เพราะว่าความแรงของน้ำ และเสียงที่ดังจากการเปิดน้ำนั้น จะทำให้แมวตื่นกลัว พร้อมกับอุ้มแมวให้ถนัด เพื่อป้องกันการโดนคมเล็บ หรือเพื่อน ๆ อาจจะค่อย ๆ เทน้ำอุ่นอย่างเบามือลงบนตัวแมวจนเปียกทั้งตัว ระหว่างนี้น้องแมวอาจจะตกใจและดิ้น จนบางครั้งอาจจะกระโดด หรือใช้เล็บข่วนเราได้ และเพื่อน ๆไม่ควรดุน้องแมวนะคะ เพราะอาจทำให้แมวเกิดความเครียดได้
4. เทแชมพูใส่มือถูเข้าด้วยกัน เริ่มจากถูที่หลังแมว ต่อด้วยนวดไปที่คอ หาง และขาเบา ๆ ราวกับสระผมให้เด็กประมาณนั้น ควรหลีกเลี่ยงบริเวณใบหน้า ตา และหู เพราะเป็นจุดที่บอบบาง
5. ล้างแชมพูออกด้วยน้ำอุ่น เมื่อฟอก ถู นวด ผ่อนคลายให้ลูกแมวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้ล้างแชมพูออกด้วยน้ำอุ่นที่สะอาด โดยเทน้ำลงบนตัวแมว และใช้มือถูเบา ๆ จนแน่ใจว่าแชมพูออกหมด โดยจะใช้ผ้าขนหนูเปียกช่วยเช็ดด้วยก็ได้
6. ซับหน้าและลำตัวแมว ด้วยผ้าขนหนูอย่างเบามือ การทำความสะอาดใบหน้าของลูกแมว ให้ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นบิดหมาด ๆ เช็ดบริเวณใบหน้าอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะรอบดวงตาและใบหู หลังจากนั้นห่อตัวลูกแมวด้วยผ้าขนหนูผืนใหญ่ ซึ่งวิธีนี้จะเป็นการช่วยกำจัดความชื้นออกไป อย่าลืมว่าแมวจะสูญเสียความร้อนในร่างกายได้ง่ายหากขนชื้น ดังนั้น ควรเช็ดตัวแมวให้แห้งโดยเร็วที่สุด หรือเพื่อน ๆ อาจจะใช้ไดร์เป่าผมเปิดในระดับต่ำสุด เป่าขนให้แมวร่วมด้วยก็ได้
7. ให้รางวัลเด็กดี หลังจากอาบน้ำน้องแมวเสร็จเรียบร้อยแล้ว อย่าลืมให้รางวัลสำหรับน้องแมวที่น่ารักของเพื่อน ๆ ด้วยนะคะ ที่ในระหว่างการอาบน้ำไม่ดื้อเลย โดยการให้ขนมหรืออาหารที่น้องชอบ ลูบหลังพร้อมกับพูดคำชม แมวก็จะได้มีความรู้สึกดี ไม่กลัว หรือมีอคติในการอาบน้ำในครั้งถัดไปนั่นเอง
สรุปส่งท้าย
นอกจากการอาบน้ำให้น้องแมวแล้ว เพื่อน ๆ ควรดูแลเรื่องอาหารและสุขภาพของน้องแมวควบคู่กันไปด้วย พร้อมทั้งมอบความรัก ความเอาใจใส่ มีเวลาให้แมว และชวนน้องแมวเล่นเป็นประจำด้วยนะคะ เพื่อลดภาวะความเครียด ทำให้แมวและทาสแมว มีความสุขไปด้วยกันค่ะ
















