ติดตามไว้ใจ :

10 ผักที่ปลูกง่าย ใช้เวลาน้อย พื้นที่ไม่เยอะ เหมาะกับปลูกในห้อง

10 ผักที่ปลูกง่าย ใช้เวลาน้อย พื้นที่ไม่เยอะ เหมาะกับปลูกในห้อง

ชอบเรื่องนี้ใช่ไหม? แชร์เลย

10

ปัจจุบัน ใครหลายคนคงเจอวิกฤตเศรษฐกิจในสถานการณ์ Covid-19 ทำให้ต้องประหยัดค่าใช้จ่ายกันมากขึ้น จากที่ทานข้าวนอกบ้านเป็นประจำ ก็ต้องเริ่มหันมาประกอบอาหารเองบ้าง แต่จะให้ซื้อวัตถุดิบทุกอย่างตลอดก็ไม่ไหว บางอย่างก็ราคาสูงเหลือเกิน หรือจะปลูกทานเอง พื้นที่ก็ไม่เอื้ออำนวยอีก แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ! พี่ไว้ใจ มี ผักที่ปลูกง่าย 10 ชนิด ใช้พื้นที่ไม่มาก เหมาะสำหรับปลูกในห้อง มาแนะนำ พร้อมเคล็ดลับในการดูแลผักที่เราปลูกให้โต แข็งแรง และสวยน่าทาน มาฝากกันค่ะ

เลือกอ่านตามหัวข้อที่สนใจ

10 ผักที่ปลูกง่าย ทั้งโตเร็ว ใช้พื้นที่ไม่มาก

และนี่คือผักทั้ง 10 ชนิด ที่พี่ไว้ใจเลือกแล้วว่าปลูกง่าย กินได้บ่อย ๆ เหมาะกับคนพื้นที่น้อย จะปลูกลงกระถางเล็ก ๆ หรือปลูกในถาดหลุมก็ได้หมด มาดูกันค่ะว่ามีอะไรบ้าง

1. ถั่วงอก

ถั่วงอก เป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการเยอะมาก ๆ เพราะในถั่วงอกมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ และวิตามินซี แถมยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค แล้วยังเป็นผักที่ปลูกง่ายมาก ๆสามารถนำเมล็ดถั่วชนิดต่าง ๆ มาเพาะให้เกิดต้นถั่วงอก เมล็ดถั่วที่ได้รับความนิยม คือ เมล็ดถั่วดำ และเมล็ดถั่วเขียว จะมีวิตามินและเกลือแร่สูง

ถั่วงอกเพาะได้หลายวิธี สามารถหาอุปกรณ์การเพาะจากของใช้ในบ้านได้เลย เช่น ขวดพลาสติกเจาะรู ตะแกรง และวางผ้าทั้งด้านล่างและด้านบนของเมล็ดถั่ว แต่อย่าให้เมล็ดถั่วโดนแสงนะคะ เพราะแสงแดดจะทำให้ต้นถั่วงอกเป็นสีเขียว ในการเพาะถั่วงอกต้องรดน้ำ 3-4 ครั้งต่อวัน ใช้เวลาเพาะเพียง 3-7 วัน ก็สามารถนำมาทานได้แล้วค่ะ

2. มะเขือเทศ

มะเขือเทศ อุดมไปด้วยวิตามิน และแร่ธาตุหลายชนิด ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยบำรุงผิวให้ดูชุ่มชื่น มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ที่ชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย บำรุงสายตา แถมยังมีให้เลือกหลายสายพันธุ์ เช่น มะเขือเทศราชินี มะเขือเทศสีดา มะเขือเทศเชอร์รี่ เป็นต้น

วิธีการปลูกมะเขือเทศก็ไม่ยากค่ะ เราต้องเตรียมพื้นที่ในการปลูก ด้วยการเพาะเมล็ด แล้วขุดแปลงขึ้นมา หรือจะปลูกในกระถางก็ได้ มะเขือเทศชอบดินที่ระบายน้ำได้ดี ปลูกในที่มีแสงตลอดทั้งวัน ระยะเวลาในการปลูกประมาณ 70-90 วัน และมีอายุในการเก็บเกี่ยวประมาณ 4-5 เดือน

3. กระเทียม

กระเทียม ถือได้ว่าเป็นวัตถุดิบหลัก ในการนำมาปรุงอาหารได้หลากหลาย เป็นสมุนไพรที่อุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด นอกจากนี้ยังสามารถนำไปแปรรูป เป็นอาหารเสริมได้อีกด้วย ประโยชน์ของกระเทียมคือ ช่วยสร้างภูมิต้านทานให้ร่างกาย ป้องกันการเกิดมะเร็ง และอีกมากมาย

วิธีการปลูกกระเทียม ก็สามารถทำได้ง่าย ๆ คือ นำหัวกระเทียมมาแช่น้ำ หรือใช้เป็นการอบ ให้รากงอกขึ้นมาก่อน จากนั้นนำกระเทียมลงดินที่เตรียมไว้ ถ้าปลูกกินใบ สามารถปลูกในกระถาง หรือภาชนะหลุมที่หาได้ในบ้าน กระเทียมเป็น ผักสวนครัว แดดรําไร ปลูกไว้ประมาณ 10 วัน ต้นกระเทียมก็จะงอก และปลูกต่ออีกประมาณ 3-4 เดือน รดน้ำทุกวัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้วค่ะ

4. ผักชี

ผักชี เหมาะสำหรับคนที่เป็นโรคเบาหวาน และคนที่ต้องการลดน้ำหนัก จะช่วยลดน้ำตาลในเลือด แถมยังป้องกันโรคหวัด ต่อต้านเชื้อโรคต่าง ๆ ในลำไส้ ผักชีเป็นวัตถุดิบในการปรุงอาหารหลาย ๆ อย่าง สามารถทานได้ทุกส่วน ตั้งแต่รากจนถึงใบ เป็น ผักสวนครัว แดดรําไร ก็เติบโตได้ดี และใช้เมล็ดในการปลูก

โดยนำเมล็ดมาบดให้เป็น 2 ซีก แล้วนำไปแช่น้ำประมาณ 2-3 ชั่วโมง จากนั้นนำเมล็ดผสมทราย หรือขี้เถ้าเล็กน้อย นำไปผึ่งลม เมื่อเมล็ดงอกแล้วให้นำมาปลูกในกระถาง คลุมด้วยฟาง หรือหญ้าแห้ง รดน้ำให้ชุ่มวันละ 2 ครั้ง ประมาณ 30 วัน ก็สามารถเก็บมาทานได้แล้วค่ะ

5. พริก

พริก ไม่เพียงแค่ให้ความเผ็ดร้อนอย่างเดียว แต่ประโยชน์ก็มีมากมาย เช่น ช่วยให้เจริญอาหาร ลดคอเลสเตอรอล มีฤทธิ์ต่อต้านมะเร็ง ป้องกันเส้นเลือดอุดตัน พริกเป็น ผักที่ปลูกง่าย ใช้พื้นที่ไม่เยอะ

การปลูกพริก สามารถใช้เมล็ดได้ โดยการแช่ในน้ำอุ่น 1 วัน และน้ำมาตากแดดอีกครึ่งวัน จากนั้นแกะเมล็ดพริกออกมาลงเพาะในกระถางเล็ก หรือกระบะเล็ก ๆ ที่ใส่ดินปลูกผสมกับปุ๋ยหมัก หยอดหลุมละ 3-4 เม็ด กลบดินแล้วรดน้ำให้ชุ่มทุกวัน พอต้นกล้างอกได้ประมาณ 5-6 นิ้ว ก็ย้ายไปปลูกในกระถางใหญ่ พริกจะชอบแสงแดด ควรวางในที่ที่มีแดดส่องถึง พริกจะออกผลหลังจากการปลูกประมาณ 2-3 เดือน

6. ผักบุ้ง

ผักบุ้ง มีเบต้าแคโรทีน ช่วยบำรุงสายตา มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง และมีประโยชน์อีกมากมาย แต่คนที่เป็นโรคความดันโลหิตต่ำ ไม่ควรรับประทานนะคะ เพราะผักบุ้งมีคุณสมบัติ ช่วยลดความดันของเลือด จะส่งผลให้ความดันเลือดยิ่งต่ำลง 

ผักบุ้งใช้เมล็ดในการปลูก โดยนำไปแช่น้ำ 1 วัน แล้วนำมาห่อด้วยผ้าที่ชุ่มน้ำต่ออีก 2 วัน เมื่อมีรากงอกมาแล้ว ย้ายต้นกล้าไปปลูกในกระถางต่อได้เลย หลังจากปลูกประมาณ 3-4 สัปดาห์ ก็สามารถเก็บมารับประทานได้ ส่วนวิธีการตัดผักบุ้ง ควรตัดให้เหลือข้อประมาณ 2 ข้อ ผักบุ้งจะแตกหน่อมาให้เราเก็บได้อีก 2 –3 ครั้งค่ะ

7. แครอท

แครอท เป็นอีกหนึ่งผักที่ปลูกง่าย ประโยชน์ของแครอทจะช่วยบำรุงสายตา และมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในการชะลอวัย อีกทั้งยังช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดอีกด้วย

ส่วนการปลูกนั้นจะใช้เมล็ดปลูกในดินร่วน โดยเราจะต้องเตรียมกระถาง หรือแปลงดินสำหรับปลูก หว่านเมล็ดลงในดินที่เตรียมไว้ เว้นช่องให้เท่า ๆ กัน ไม่ควรหว่านชิดกันจนเกินไป จากนั้นคลุมด้วยผ้าหรือพลาสติก คอยดูทุก ๆ 2 วัน ถ้าต้นงอกมาแล้ว เอาผ้าคลุมออก รดน้ำให้ดินมีความชุ่มชื้นไว้เสมอ หมั่นถอนวัชพืชออกให้หมด ประมาณ 3-4 เดือน แครอทก็พร้อมให้เราเก็บมารับประทานได้แล้วค่ะ

8. ผักสลัด

ผักสลัด ขวัญใจสายเฮลตี้ ที่มีให้เลือกทานหลากหลายชนิด เช่น ผักกาดหอม กรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค ผักคอส เป็นต้น ผักสลัดมีเส้นใยสูง แต่แคลอรี่ต่ำ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี 

ผักสลัดปลูกง่าย สามารถซื้อเมล็ดมาเพาะในกระถางหลุมเล็ก ๆ เมื่อเมล็ดงอกประมาณ 3-4 นิ้ว ก็ย้ายมาปลูกในกระถางใหญ่ได้เลย การดูแลให้รดน้ำทุกวัน ช่วงเช้าและเย็น แต่ไม่ควรรดน้ำมากเกินไป เพราะจะทำให้รากเน่าได้ และหมั่นดูแลไม่ให้มีศัตรูพืชมารบกวน

9. ต้นหอม

ผักสวนครัว แดดรําไร ที่เราคุ้นเคยเป็นอย่างดี ต้นหอม มีสารฟลาโวนอยด์และสารเคอร์ซิติน สามารถช่วยยับยั้งการเกิดเซลล์มะเร็ง ป้องกันโรคภูมิแพ้ ช่วยแก้หวัด คัดจมูก 

วิธีปลูกก็แสนจะง่าย เพียงแค่เตรียมดินใส่ลงกระถาง แล้วนำมีดมาตัดต้นหอมเหนือรากประมาณ 2 นิ้ว แล้วนำไปปักในดินที่เตรียมไว้ได้เลย หรือถ้าจะปลูกโดยเมล็ด สามารถหว่านเมล็ดลงหน้าดินได้เลย แต่อย่าหว่านติดกันจนเกินไปนะคะ

การดูแลให้รดน้ำทุกวัน เช้าและเย็น พอใบเป็นสีเขียวแล้ว ให้รดเหลือแค่วันละ 1 ครั้ง ต้นหอมไม่จำเป็นต้องใส่ปุ๋ย สามารถใส่เปลือกถั่ว หรือเปลือกไข่แทนได้เลย หลังจากปลูกประมาณ 30-40 วัน สามารถเก็บมารับประทานได้ค่ะ

10. กะเพรา

กะเพรา อีกหนึ่งผักที่ปลูกง่าย และใช้ทำอาหารในเมนูยอดนิยมตลอดกาลอย่าง ผัดกะเพรา ประโยชน์ของกะเพราคือ ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรค ช่วยขับลมในกระเพาะ แก้อาการจุกเสียดแน่นท้อง 

วิธีการปลูกกะเพรา สามารถหว่านเมล็ดลงดินที่เตรียมไว้ แล้วคลุมด้วยฟาง รดน้ำทุกวัน รอให้ต้นกล้างอกออกมาอีกประมาณ 1 เดือน แล้วย้ายมาปลูกในกระถาง ส่วนวิธีปักชำก็แสนง่าย แค่นำกิ่งแก่กลางอ่อน ตัดยอดออก แล้วนำมาปักในดินที่เตรียมไว้ ให้เฉียง 45 องศา กลบดินตรงที่ปักชำ ปิดด้วยฟางบาง ๆ รดน้ำให้ชุ่ม การดูแลรดน้ำ เช้าและเย็น ต้นกะเพราเป็นพืชที่ทนแล้งได้ดี จึงไม่ต้องดูแลมาก รอให้ต้นเติบโตตามธรรมชาติ ก็สามารถเก็บมารับประทานได้เลย

ข้อดีและข้อเสียของการทำสวนในร่ม 

การปลูกพืชไว้ทานในบ้านหรืออาคาร ข้อดี คือ เราสามารถควบคุมการเจริญเติบโต และสิ่งแวดล้อมของพืชได้ เช่น คุณภาพน้ำ คุณภาพดิน รวมถึงการให้ปุ๋ย และพืชของเราจะไม่ถูกรบกวนจากสัตว์

ข้อเสีย คือ การปลูกพืชภายในอาคาร จะยากต่อการได้รับการเติบโตจากสภาพอากาศภายนอก เช่น ได้รับแสงแดดไม่เต็มที่ แมลงผสมเกสร ลม เป็นต้น นอกจากนี้ ไม่ว่าเราจะปลูกพืชภายใน หรือภายนอกอาคาร แมลงหรือโรคบางชนิดก็ยังสามารถมาทำลายพืชของเราได้ ควรหมั่นดูแลพืชที่ปลูกอย่างสม่ำเสมอนะคะ

เคล็ดลับน่ารู้ ก่อนลงมือปลูกผักในพื้นที่จำกัด

  • เลือกภาชนะในการปลูก ที่มีรูเพียงพอในการระบายน้ำ และขนาดของภาชนะต้องเหมาะสม กับการเติบโตของพืชที่ทำการปลูก พืชบางอย่างต้องการความลึกกว่าพืชทั่วไป เช่น แครอทที่จะเติบโตจากหัวในดิน มะเขือเทศที่รากหยั่งลึก อาจจะต้องหาภาชนะที่มีความลึกอย่างน้อย 12 นิ้วขึ้นไป 
  • ตรวจสอบคุณภาพดิน ว่าเหมาะสมกับการปลูกหรือไม่ ถ้าพืชที่ต้องการดินที่ระบายน้ำได้ดี อาจจะหาเพอร์ไลท์มาผสมกับดิน เพื่อช่วยในการระบายน้ำได้ดีขึ้น 
  • ถ้าบ้านหรืออาคารของเรา มีแสงจากธรรมชาติไม่เพียงพอ สามารถหาหลอดไฟสำหรับเลี้ยงต้นไม้ มาติดตั้งเพิ่ม เพื่อช่วยให้พืชของเพื่อน ๆ เจริญเติบโตได้ดี แม้ได้รับแสงจากธรรมชาติไม่เพียงพอนะคะ

สรุปส่งท้าย

สุดท้ายแล้ว เพื่อน ๆ จะเห็นได้ว่า การปลูกผักสวนครัวไว้ทานเองที่บ้านนั้น เป็นเรื่องที่ไม่ยากเลย เพราะผักสวนครัวเป็น ผักที่ปลูกง่าย ช่วยให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายได้เยอะเลยในสถานการณ์แบบนี้ เพื่อน ๆ สามารถเลือกผักที่ชื่นชอบมาลองปลูกลงกระถางไว้ทานที่บ้านดูได้เลย เพื่อเราจะได้มีผักสด ๆ ปลอดสารพิษ เป็นผลดีต่อร่างกายของเรา และร่างกายของคนที่เรารักด้วยนะคะ

อยากพูดอะไรเกี่ยวกับบทความนี้

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

*

บทความสุดฮิตติดอันดับ

Category อื่นๆ