ใครอยากเลี้ยงปลา ? ฉันน่ะสิ ฉันน่ะสิ… นอกจากปลาสวยงามที่ชอบแล้ว ในตู้ปลาก็ตกมีของตกแต่งเป็น ต้นไม้น้ำ เพิ่มความสดใสให้ตู้ปลาด้วยนะคะ ก่อนอื่น พี่ไว้ใจ ขอเล่าให้ฟัง ถึงข้อดีของต้นไม้น้ำกันก่อน ในส่วนของข้อดีนั้นมีมากมาย ทั้งช่วยผลิตออกซิเจน มีส่วนช่วยในการบำบัดน้ำเสียภายในตู้ปลา เป็นแหล่งอาหารชั้นดี แถมยังช่วยป้องกันศัตรู และเป็นที่ให้น้องปลาได้วางไข่ เป็นการจำลองระบบนิเวศ ให้เหมาะกับการอยู่อาศัยของปลาอีกด้วย เอาล่ะ ได้รู้ถึงประโยชน์ของต้นไม้น้ำกันมาพอสมควรแล้ว งั้นตามพี่ไว้ใจไปดู 15 ต้นไม้น้ำ ในตู้ปลา ที่ทั้งมาก และดูแลไม่ยาก เหมาะกับนักปลูกมือใหม่
เลือกอ่านตามหัวข้อที่สนใจ
- บัวอเมซอน
- แว่นแก้ว
- สาหร่ายเดนซ่า
- บูเซป
- จอก
- สาหร่ายหางกระรอก
- เทปเกลียว
- สาหร่ายมาริโมะ
- เพิลหวีดจิ๋ว
- ลานไพลิน
- สาหร่ายคาบอมบ้าเขียว
- ลัดวีเจียรีเพน
- สาหร่ายขนนกญี่ปุ่น
- สาหร่ายพุงชะโด
- โรทาล่า
1. บัวอเมซอน
เรามาเริ่มกันที่ บัวอเมซอน ต้นไม้ที่คนเลี้ยงปลา ต่างก็รู้จักเป็นอย่างดี ด้วยก้านที่ทอดยาวสีเขียว และมีดอกสีขาวขนาดเล็ก ตัดด้วยเกสรสีเหลือง จุดเด่นอยู่ที่ปลูกได้ง่ายและโตเร็ว แต่มีข้อควรระวังคือ อาจจะโตเร็วจนทำให้ตู้ปลา ดูรกเกินไปได้ค่ะ ราคาจะอยู่ประมาณต้นละ 25-250 บาท ตามขนาด และความสวยของแต่ละต้น
2. แว่นแก้ว
สำหรับ แว่นแก้ว หรือ บัวแก้ว ที่ใครหลายคนอาจจะหลงเข้าใจผิดว่าคือ ใบบัวบก ก็เจ้าสองต้นนี้ หน้าตาคล้ายกัน จนแยกแทบไม่ออก แว่นแก้วเป็นพืชล้มลุก ทนทานไม่ว่าจะชื้นหรือแล้ง ใบสามารถกินได้ และมีสรรพคุณทางยา ราคาโดยทั่วไปอยู่ที่ 30-120 บาท เป็น ต้นไม้น้ำ ในตู้ปลา ที่น่าสนใจอีกหนึ่งประเภท
3. สาหร่ายเดนซ่า
หากกำลังมองหา ต้นไม้ประดับตู้ปลา ต้องมีชื่อ สาหร่ายเดนซ่า อยู่ในลิสต์อย่างแน่นอน เพราะว่า โตเร็ว จัดอยู่ในพืชใบเลี้ยงเดี่ยว มีดอกสีขาว ลำต้นยาว ใบเป็นรูปไข่เรียวเล็ก รูปร่างโดยทั่วไป มีความคล้ายกับสาหร่ายหางกระรอกมาก ๆ มีราคาถูก เริ่มตั้งแต่ 15-20 บาทขึ้นไป นอกจากนี้ ยังสามารถบำบัดน้ำเสีย ได้ค่อนข้างดีทีเดียวค่ะ
4. บูเซป
ใครที่ชื่นชอบในการเลี้ยงปลา ขอแนะนำให้รู้จักกับ บูเซป มีหลากหลายสายพันธุ์ สวยงามแตกต่างกันออกไป โตช้ามาก และหากเลี้ยงไม่ดี อาจเสี่ยงต่อการเกิดใบละลายได้ เหมาะในการนำไปพันกับขอนไม้ หรือวัสดุอื่น ๆ ในตู้ปลา เพื่อเพิ่มความสวยงาม ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 100 บาทขึ้นไปจนถึงหลักพันบาท ราคาค่อนข้างสูง อยู่ที่แต่ละสายพันธุ์เลยค่ะ
5. จอก
เพื่อน ๆ เชื่อกันไหมคะว่า จอก ที่ทุกคนมองว่าเป็นวัชพืชนั้น เมื่อนำมาเลี้ยงในตู้ปลา กลับช่วยบำบัดน้ำเสียให้สะอาด ปรับธาตุอาหารในน้ำ กลีบใบของจอก จะมีลักษณะเป็นรูปใบพัดเรียงซ้อน สลับสับหว่างกันไปมาอยู่บนผิวน้ำ และมีรากที่ยาวแช่ในน้ำ เดิมเราสามารถหาได้จาก ริมแม่น้ำลำคลอง ทั่วไปได้เลย แต่หากใครไม่อยากลำบาก หรือยุ่งยาก ก็ซื้อหาได้ในราคาหลักสิบบาทเท่านั้นค่ะ
6. สาหร่ายหางกระรอก
อีกหนึ่ง ต้นไม้น้ำ ในตู้ปลา ได้แก่ สาหร่ายหางกระรอก มีราคาไม่แพง ขายอยู่ที่ประมาณ 20-50 บาท หาซื้อได้ง่าย คนเลี้ยงปลาสวยงามทั่วไป จึงมักนิยมเลือกนำมา ประดับตู้ปลากันค่ะ ซึ่งสาหร่ายหางกระรอก จะช่วยเพิ่มออกซิเจนภายในตู้ปลา อีกทั้งยังปรับน้ำให้สะอาดด้วยค่ะ
7. เทปเกลียว
มาถึง เทปเกลียว ชื่อสุดแปลกที่มาจากลักษณะของใบ ที่คล้ายคลึงกับเทป บิดไปมาเป็นเกลียว ใบสีเขียวอ่อน และมีความยาว 8 -15 นิ้ว โดยจะแตกใบออกเป็นกอ ดูแลง่าย ช่วยเพิ่มลูกเล่นให้กับตู้ปลา เหมาะกับตู้ปลาขนาดใหญ่ ราคาของต้นเทปเกลียว จะเริ่มตั้งแต่ 10-30 บาทขึ้นไปต่อหนึ่งต้นค่ะ
8. สาหร่ายมาริโมะ
สำหรับ สาหร่ายมาริโมะ มีลักษณะเป็นก้อนกลมสีเขียวปุย คล้ายกับการนำสำลีมาปั้นก้อน คนญี่ปุ่นเชื่อว่า เป็นสาหร่ายนำโชค และเริ่มเข้ามาเป็นที่นิยมในบ้านเรามากขึ้น ด้วยรูปทรงที่น่ารักสะดุดตา เลี้ยงง่าย เหมาะกับการนำไปจัดวางในตู้ปลา โดยมีราคาหลักสิบ ไปจนถึงหลักร้อยบาทค่ะ
9. เพิลหวีดจิ๋ว
มาต่อกันที่ ต้นไม้ประดับตู้ปลา อย่าง เพิลหวีดจิ๋ว เหมาะกับการเลี้ยงเพื่อทำเป็นไม้น้ำปูพื้นตู้ปลา โดยจะค่อย ๆ โตขยายจนเต็มพื้น เมื่อเลี้ยงจนต้นอัดแน่น ใบจะเริ่มมีขนาดเล็กลง เมื่อมองดูจะคล้ายกับการปูหญ้าสนาม แต่ค่อนข้างต้องดูแลเอาใจใส่ ในเรื่องของแสงและอุณหภูมิของน้ำให้พอดี สำหรับราคาจะพบได้ตั้งแต่ 100 – 350 บาทค่ะ
10. ลานไพลิน
รูปก็งามนามก็เพราะอย่างต้น ลานไพลิน มักจะได้รับความนิยม นำมาเลี้ยงประดับตู้ปลา ด้วยความสวยงามของดอกสีม่วงเล็กจิ๋ว น่ารัก บวกกับสามารถปลูกได้ ทั้งในน้ำและพื้นดิน มีอายุหลายปี ดอกและใบมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ทั้งนี้มีราคาตั้งแต่ 50-150 บาทค่ะ
11. สาหร่ายคาบอมบ้าเขียว
สาหร่ายคาบอมบ้าเขียว หรือ สาหร่ายบัว เลี้ยงง่ายไม่ต้องดูแลมาก ใครที่ไม่มีเวลาจึงเหมาะมาก ๆ ที่จะปลูกไว้เป็น ต้นไม้ประดับตู้ปลา ด้วยรูปทรงคล้ายสาหร่ายฉัตร ทั้งนี้มีความต่างอยู่ที่ สาหร่ายชนิดนี้จะมีใบ และก้านใบแตกออกจากลำต้น ใบฟูกว่า แต่สาหร่ายฉัตร จะไม่มีการแตกออกของใบ ในลักษณะเดียวกันนี้ โดยจะมีราคาอยู่ที่ต้นละ 25-45 บาทค่ะ
12. ลัดวีเจียรีเพน
ลัดวีเจียรีเพน เรียกชื่อตรงตัวตามชื่อภาษาอังกฤษว่า Ludwigia Repens เหมาะกับการปลูกบริเวณกลางตู้ปลา โดดเด่นด้วยใบรีแต่มนช่วงปลายใบ โดยทั่วไปด้านบนของใบ จะมีสีเขียวแต่ใต้ใบมักมีสีแดงทับทิม ต้นนี้ช่วยลดความน่าเบื่อให้ตู้ปลา ที่มีแต่พืชสีเขียวได้เป็นอย่างดีค่ะ ราคาก็ไม่แพงอยู่ที่ 20-50 บาทต่อกิ่ง
Tips : การเลือกต้นไม้มาใส่ตู้ปลา หากยังไม่มีความชำนาญ และยังไม่รู้จักต้นไม้ชนิดนั้นเท่าที่ควร เพื่อน ๆ ควรศึกษา และเปรียบเทียบราคาจากหลายแหล่ง ที่มีการจำหน่าย ในระยะแรกอาจจะซื้อหลายชนิด หลายราคาปนกันไปก่อน
13. สาหร่ายขนนกญี่ปุ่น
ใครที่กำลังอยากได้ ต้นไม้ไปใส่ในตู้ปลา ลองเลี้ยง สาหร่ายขนนกญี่ปุ่น ที่เหมาะกับสภาพอากาศบ้านเรา ดูก็ได้นะคะ จุดเด่นต้องยกให้สาหร่ายชนิดนี้เลยค่ะ เก๋สุด ๆ เพราะใบมีความคล้ายกับขนนก เป็นแฉกออกมาจากลำต้น โดยกิ่งใบเรียงตัวสวยงามเป็นระเบียบ ในส่วนของราคา ก็สามารถจับต้องได้ ไม่แพงเลยค่ะ อยู่ที่ 80-100 บาท ขึ้นอยู่กับแต่ละร้านค่ะ
14. สาหร่ายพุงชะโด
อีกไฮไลต์ สำหรับคนที่เป็นมือใหม่ และกำลังสนใจ ต้นไม้น้ำ ในตู้ปลา ก็คือ สาหร่ายพุงชะโด ด้วยประโยชน์ที่ล้นเหลือ อย่างการช่วยบำบัดน้ำเสีย ให้ตู้ปลากลับมามีค่าออกซิเจน เหมาะกับการอยู่อาศัยของปลามากขึ้น เปรียบเหมือนเครื่องฟอกอากาศดี ๆ เลยค่ะ นอกจากนี้ สัตว์น้ำก็สามารถกินได้ และมีสารอาหารที่จำเป็นต่อสัตว์น้ำอีกด้วยค่ะ ราคาของสาหร่ายชนิดนี้อยู่ที่ 20-80 บาทขึ้นไป มีขายเป็นถุง และเป็นกิโลกรัมสำหรับเลี้ยงสัตว์ด้วยค่ะ
15. โรทาล่า
ขอปิดท้ายกันด้วย โรทาล่า พืชล้มลุกอวบน้ำ ลำต้นทอดยาว หรืออาจเลื้อยขึ้นด้านบนเพื่อหาแสง ออกดอกสีขาว กลีบดอกบาง ใบค่อนข้างกลม เลี้ยงง่าย เหมาะกับมือใหม่อย่างเรา ๆ สุด ๆ ค่ะ โดยขายปลีกเริ่มต้นที่ 25 บาทขึ้นไปต่อ 1 ก้านค่ะ
สรุปส่งท้าย
คนที่เป็นมือใหม่ และเพิ่งเริ่มเลี้ยงปลา นอกจากจะรู้จักกับ 15 ต้นไม้น้ำ ในตู้ปลา ไปแล้ว พี่ไว้ใจขอแนะนำเพิ่มเติมอีกนิดว่า เพื่อน ๆ อย่าเพิ่งรีบร้อน ซื้อไม้น้ำที่มีราคาแพง โดยให้เลือกซื้อต้นไม้ ที่มีความแข็งแรง สมบูรณ์ ไม่เป็นโรค และมีลักษณะดี ถูกต้องตรงกับชนิดของต้นไม้
รวมทั้งพิจารณาในเรื่องของ ความยากง่ายในการดูแล การเจริญเติบโต และปัจจัยอื่น ๆ ด้วยนะคะ อย่างเช่น ขนาดของตู้ปลา จำนวนปลาในตู้ แสงสว่าง ตำแหน่งการจัดวาง อุณหภูมิ เป็นต้น นอกจากนี้ ในส่วนของการดูแลต้นไม้ ควรมีการให้ปุ๋ย CO 2 หรือ แร่ธาตุอาหาร ที่จำเป็น อย่างเพียงพอ กับความต้องการของต้นไม้ และหากพบว่า มีต้นไม้ชนิดไหนใบเหลือง ตาย หลุด ให้รีบนำออกจากตู้ปลา เพื่อช่วยลดการเกิดน้ำเน่าเสียได้อีกทางค่ะ























