ติดตามไว้ใจ :

15 ต้นไม้น้ำ ในตู้ปลา สวยมาก ดูแลไม่ยาก เหมาะกับนักปลูกมือใหม่

15 ต้นไม้น้ำ ในตู้ปลา สวยมาก ดูแลไม่ยาก เหมาะกับนักปลูกมือใหม่

ชอบเรื่องนี้ใช่ไหม? แชร์เลย

10

ใครอยากเลี้ยงปลา ? ฉันน่ะสิ ฉันน่ะสิ… นอกจากปลาสวยงามที่ชอบแล้ว ในตู้ปลาก็ตกมีของตกแต่งเป็น ต้นไม้น้ำ เพิ่มความสดใสให้ตู้ปลาด้วยนะคะ ก่อนอื่น พี่ไว้ใจ ขอเล่าให้ฟัง ถึงข้อดีของต้นไม้น้ำกันก่อน ในส่วนของข้อดีนั้นมีมากมาย ทั้งช่วยผลิตออกซิเจน มีส่วนช่วยในการบำบัดน้ำเสียภายในตู้ปลา เป็นแหล่งอาหารชั้นดี แถมยังช่วยป้องกันศัตรู และเป็นที่ให้น้องปลาได้วางไข่ เป็นการจำลองระบบนิเวศ ให้เหมาะกับการอยู่อาศัยของปลาอีกด้วย เอาล่ะ ได้รู้ถึงประโยชน์ของต้นไม้น้ำกันมาพอสมควรแล้ว งั้นตามพี่ไว้ใจไปดู 15 ต้นไม้น้ำ ในตู้ปลา ที่ทั้งมาก และดูแลไม่ยาก เหมาะกับนักปลูกมือใหม่

เลือกอ่านตามหัวข้อที่สนใจ

  1. บัวอเมซอน
  2. แว่นแก้ว
  3. สาหร่ายเดนซ่า
  4. บูเซป
  5. จอก
  6. สาหร่ายหางกระรอก
  7. เทปเกลียว
  8. สาหร่ายมาริโมะ
  9. เพิลหวีดจิ๋ว
  10. ลานไพลิน
  11. สาหร่ายคาบอมบ้าเขียว
  12. ลัดวีเจียรีเพน
  13. สาหร่ายขนนกญี่ปุ่น       
  14. สาหร่ายพุงชะโด
  15. โรทาล่า

1. บัวอเมซอน

เรามาเริ่มกันที่ บัวอเมซอน ต้นไม้ที่คนเลี้ยงปลา ต่างก็รู้จักเป็นอย่างดี ด้วยก้านที่ทอดยาวสีเขียว และมีดอกสีขาวขนาดเล็ก ตัดด้วยเกสรสีเหลือง จุดเด่นอยู่ที่ปลูกได้ง่ายและโตเร็ว แต่มีข้อควรระวังคือ อาจจะโตเร็วจนทำให้ตู้ปลา ดูรกเกินไปได้ค่ะ ราคาจะอยู่ประมาณต้นละ 25-250 บาท ตามขนาด และความสวยของแต่ละต้น

2. แว่นแก้ว

สำหรับ แว่นแก้ว หรือ บัวแก้ว ที่ใครหลายคนอาจจะหลงเข้าใจผิดว่าคือ ใบบัวบก ก็เจ้าสองต้นนี้ หน้าตาคล้ายกัน จนแยกแทบไม่ออก แว่นแก้วเป็นพืชล้มลุก ทนทานไม่ว่าจะชื้นหรือแล้ง ใบสามารถกินได้ และมีสรรพคุณทางยา ราคาโดยทั่วไปอยู่ที่ 30-120 บาท เป็น ต้นไม้น้ำ ในตู้ปลา ที่น่าสนใจอีกหนึ่งประเภท

3. สาหร่ายเดนซ่า

หากกำลังมองหา ต้นไม้ประดับตู้ปลา ต้องมีชื่อ สาหร่ายเดนซ่า อยู่ในลิสต์อย่างแน่นอน เพราะว่า โตเร็ว จัดอยู่ในพืชใบเลี้ยงเดี่ยว มีดอกสีขาว ลำต้นยาว ใบเป็นรูปไข่เรียวเล็ก รูปร่างโดยทั่วไป มีความคล้ายกับสาหร่ายหางกระรอกมาก ๆ มีราคาถูก เริ่มตั้งแต่ 15-20 บาทขึ้นไป นอกจากนี้ ยังสามารถบำบัดน้ำเสีย ได้ค่อนข้างดีทีเดียวค่ะ

4. บูเซป

ใครที่ชื่นชอบในการเลี้ยงปลา ขอแนะนำให้รู้จักกับ บูเซป มีหลากหลายสายพันธุ์ สวยงามแตกต่างกันออกไป โตช้ามาก และหากเลี้ยงไม่ดี อาจเสี่ยงต่อการเกิดใบละลายได้ เหมาะในการนำไปพันกับขอนไม้ หรือวัสดุอื่น ๆ ในตู้ปลา เพื่อเพิ่มความสวยงาม ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 100 บาทขึ้นไปจนถึงหลักพันบาท ราคาค่อนข้างสูง อยู่ที่แต่ละสายพันธุ์เลยค่ะ 

5. จอก

เพื่อน ๆ เชื่อกันไหมคะว่า จอก ที่ทุกคนมองว่าเป็นวัชพืชนั้น เมื่อนำมาเลี้ยงในตู้ปลา กลับช่วยบำบัดน้ำเสียให้สะอาด ปรับธาตุอาหารในน้ำ กลีบใบของจอก จะมีลักษณะเป็นรูปใบพัดเรียงซ้อน สลับสับหว่างกันไปมาอยู่บนผิวน้ำ และมีรากที่ยาวแช่ในน้ำ เดิมเราสามารถหาได้จาก ริมแม่น้ำลำคลอง ทั่วไปได้เลย แต่หากใครไม่อยากลำบาก หรือยุ่งยาก ก็ซื้อหาได้ในราคาหลักสิบบาทเท่านั้นค่ะ 

6. สาหร่ายหางกระรอก

อีกหนึ่ง ต้นไม้น้ำ ในตู้ปลา ได้แก่ สาหร่ายหางกระรอก มีราคาไม่แพง ขายอยู่ที่ประมาณ 20-50 บาท หาซื้อได้ง่าย คนเลี้ยงปลาสวยงามทั่วไป จึงมักนิยมเลือกนำมา ประดับตู้ปลากันค่ะ ซึ่งสาหร่ายหางกระรอก จะช่วยเพิ่มออกซิเจนภายในตู้ปลา อีกทั้งยังปรับน้ำให้สะอาดด้วยค่ะ

7. เทปเกลียว

มาถึง เทปเกลียว ชื่อสุดแปลกที่มาจากลักษณะของใบ ที่คล้ายคลึงกับเทป บิดไปมาเป็นเกลียว ใบสีเขียวอ่อน และมีความยาว 8 -15 นิ้ว โดยจะแตกใบออกเป็นกอ ดูแลง่าย ช่วยเพิ่มลูกเล่นให้กับตู้ปลา เหมาะกับตู้ปลาขนาดใหญ่ ราคาของต้นเทปเกลียว จะเริ่มตั้งแต่ 10-30 บาทขึ้นไปต่อหนึ่งต้นค่ะ

8. สาหร่ายมาริโมะ

สำหรับ สาหร่ายมาริโมะ มีลักษณะเป็นก้อนกลมสีเขียวปุย คล้ายกับการนำสำลีมาปั้นก้อน คนญี่ปุ่นเชื่อว่า เป็นสาหร่ายนำโชค และเริ่มเข้ามาเป็นที่นิยมในบ้านเรามากขึ้น ด้วยรูปทรงที่น่ารักสะดุดตา เลี้ยงง่าย เหมาะกับการนำไปจัดวางในตู้ปลา โดยมีราคาหลักสิบ ไปจนถึงหลักร้อยบาทค่ะ

9. เพิลหวีดจิ๋ว

มาต่อกันที่ ต้นไม้ประดับตู้ปลา อย่าง เพิลหวีดจิ๋ว เหมาะกับการเลี้ยงเพื่อทำเป็นไม้น้ำปูพื้นตู้ปลา โดยจะค่อย ๆ โตขยายจนเต็มพื้น เมื่อเลี้ยงจนต้นอัดแน่น ใบจะเริ่มมีขนาดเล็กลง เมื่อมองดูจะคล้ายกับการปูหญ้าสนาม แต่ค่อนข้างต้องดูแลเอาใจใส่ ในเรื่องของแสงและอุณหภูมิของน้ำให้พอดี สำหรับราคาจะพบได้ตั้งแต่ 100 – 350 บาทค่ะ

10. ลานไพลิน

รูปก็งามนามก็เพราะอย่างต้น ลานไพลิน มักจะได้รับความนิยม นำมาเลี้ยงประดับตู้ปลา ด้วยความสวยงามของดอกสีม่วงเล็กจิ๋ว น่ารัก บวกกับสามารถปลูกได้ ทั้งในน้ำและพื้นดิน มีอายุหลายปี ดอกและใบมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ทั้งนี้มีราคาตั้งแต่ 50-150 บาทค่ะ

11. สาหร่ายคาบอมบ้าเขียว

สาหร่ายคาบอมบ้าเขียว หรือ สาหร่ายบัว เลี้ยงง่ายไม่ต้องดูแลมาก ใครที่ไม่มีเวลาจึงเหมาะมาก ๆ ที่จะปลูกไว้เป็น ต้นไม้ประดับตู้ปลา ด้วยรูปทรงคล้ายสาหร่ายฉัตร ทั้งนี้มีความต่างอยู่ที่ สาหร่ายชนิดนี้จะมีใบ และก้านใบแตกออกจากลำต้น ใบฟูกว่า แต่สาหร่ายฉัตร จะไม่มีการแตกออกของใบ ในลักษณะเดียวกันนี้ โดยจะมีราคาอยู่ที่ต้นละ 25-45 บาทค่ะ

12. ลัดวีเจียรีเพน

ลัดวีเจียรีเพน เรียกชื่อตรงตัวตามชื่อภาษาอังกฤษว่า Ludwigia Repens เหมาะกับการปลูกบริเวณกลางตู้ปลา โดดเด่นด้วยใบรีแต่มนช่วงปลายใบ โดยทั่วไปด้านบนของใบ จะมีสีเขียวแต่ใต้ใบมักมีสีแดงทับทิม ต้นนี้ช่วยลดความน่าเบื่อให้ตู้ปลา ที่มีแต่พืชสีเขียวได้เป็นอย่างดีค่ะ ราคาก็ไม่แพงอยู่ที่ 20-50 บาทต่อกิ่ง

Tips : การเลือกต้นไม้มาใส่ตู้ปลา หากยังไม่มีความชำนาญ และยังไม่รู้จักต้นไม้ชนิดนั้นเท่าที่ควร เพื่อน ๆ ควรศึกษา และเปรียบเทียบราคาจากหลายแหล่ง ที่มีการจำหน่าย ในระยะแรกอาจจะซื้อหลายชนิด หลายราคาปนกันไปก่อน

13. สาหร่ายขนนกญี่ปุ่น       

ใครที่กำลังอยากได้ ต้นไม้ไปใส่ในตู้ปลา ลองเลี้ยง สาหร่ายขนนกญี่ปุ่น ที่เหมาะกับสภาพอากาศบ้านเรา ดูก็ได้นะคะ จุดเด่นต้องยกให้สาหร่ายชนิดนี้เลยค่ะ เก๋สุด ๆ  เพราะใบมีความคล้ายกับขนนก เป็นแฉกออกมาจากลำต้น โดยกิ่งใบเรียงตัวสวยงามเป็นระเบียบ ในส่วนของราคา ก็สามารถจับต้องได้ ไม่แพงเลยค่ะ อยู่ที่ 80-100 บาท ขึ้นอยู่กับแต่ละร้านค่ะ

14. สาหร่ายพุงชะโด

อีกไฮไลต์ สำหรับคนที่เป็นมือใหม่ และกำลังสนใจ ต้นไม้น้ำ ในตู้ปลา ก็คือ สาหร่ายพุงชะโด ด้วยประโยชน์ที่ล้นเหลือ อย่างการช่วยบำบัดน้ำเสีย ให้ตู้ปลากลับมามีค่าออกซิเจน เหมาะกับการอยู่อาศัยของปลามากขึ้น เปรียบเหมือนเครื่องฟอกอากาศดี ๆ เลยค่ะ นอกจากนี้ สัตว์น้ำก็สามารถกินได้ และมีสารอาหารที่จำเป็นต่อสัตว์น้ำอีกด้วยค่ะ ราคาของสาหร่ายชนิดนี้อยู่ที่ 20-80 บาทขึ้นไป มีขายเป็นถุง และเป็นกิโลกรัมสำหรับเลี้ยงสัตว์ด้วยค่ะ

15. โรทาล่า

ขอปิดท้ายกันด้วย โรทาล่า พืชล้มลุกอวบน้ำ ลำต้นทอดยาว หรืออาจเลื้อยขึ้นด้านบนเพื่อหาแสง ออกดอกสีขาว กลีบดอกบาง ใบค่อนข้างกลม เลี้ยงง่าย เหมาะกับมือใหม่อย่างเรา ๆ สุด ๆ ค่ะ โดยขายปลีกเริ่มต้นที่ 25 บาทขึ้นไปต่อ 1 ก้านค่ะ

สรุปส่งท้าย

คนที่เป็นมือใหม่ และเพิ่งเริ่มเลี้ยงปลา นอกจากจะรู้จักกับ 15 ต้นไม้น้ำ ในตู้ปลา ไปแล้ว พี่ไว้ใจขอแนะนำเพิ่มเติมอีกนิดว่า เพื่อน ๆ อย่าเพิ่งรีบร้อน ซื้อไม้น้ำที่มีราคาแพง โดยให้เลือกซื้อต้นไม้ ที่มีความแข็งแรง สมบูรณ์ ไม่เป็นโรค และมีลักษณะดี ถูกต้องตรงกับชนิดของต้นไม้

รวมทั้งพิจารณาในเรื่องของ ความยากง่ายในการดูแล การเจริญเติบโต และปัจจัยอื่น ๆ ด้วยนะคะ อย่างเช่น ขนาดของตู้ปลา จำนวนปลาในตู้ แสงสว่าง ตำแหน่งการจัดวาง อุณหภูมิ เป็นต้น นอกจากนี้ ในส่วนของการดูแลต้นไม้ ควรมีการให้ปุ๋ย CO 2 หรือ แร่ธาตุอาหาร ที่จำเป็น อย่างเพียงพอ กับความต้องการของต้นไม้ และหากพบว่า มีต้นไม้ชนิดไหนใบเหลือง ตาย หลุด ให้รีบนำออกจากตู้ปลา เพื่อช่วยลดการเกิดน้ำเน่าเสียได้อีกทางค่ะ 

อยากพูดอะไรเกี่ยวกับบทความนี้

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

*

บทความสุดฮิตติดอันดับ

Category อื่นๆ

star

อ่านอะไรต่อดี