เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า “สุนัข” เป็นสัตว์ที่มีประสาทสัมผัสในการรับรู้ ที่ไวกว่าคนในหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะเรื่องการได้ยินเสียง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ สุนัขกลัวเสียงดัง หรือเสียงพลุ ทุกคนคงจะเคยสังเกตเห็นแล้วว่า ในช่วงเทศกาลที่มีการเฉลิมฉลองโดยการจุดพลุ ประทัด หรือแม้แต่เสียงฟ้าร้อง ฟ้าผ่า น้องหมามักจะมีอาการพยายามเข้าบ้าน มุดแอบใต้โซฟา ใต้โต๊ะ ใต้ตู้ หรือแอบในที่ที่คิดว่าปลอดภัยที่สุด
แต่ถ้าแย่ไปกว่านั้น ก็จะเห็นข่าวว่ามีน้องหมาหนีเตลิดออกจากบ้าน หลงทาง และไม่สามารถหาทางกลับบ้านเองได้เลยก็มี เพราะฉะนั้น การที่น้องหมาเจอเสียงดัง และต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานาน ๆ อาจจะทำให้สุนัขเกิดอาการ “โฟเบีย” (Phobia) หรือมีอาการตื่นตกใจจนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ แล้วส่งผลให้เกิดความเครียดสะสม ซึ่งอาจจะทำให้ไม่ดีต่อสุขภาพ ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยของน้องหมาที่เรารัก วันนี้ พี่ไว้ใจ เลยมี วิธีดูแลและรับมือกับน้องหมาที่กลัวเสียงพลุ หรือเสียงดังต่าง ๆ ป้องกันไว้ดีกว่าค่ะ
เลือกอ่านตามหัวข้อที่สนใจ
- ติดป้ายชื่อให้สุนัข เผื่อในกรณีฉุกเฉิน
- พาเข้าบ้านจำกัดพื้นที่
- ทำให้สุนัขรู้สึกปลอดภัยและสงบ
- ลดความกลัวด้วยการสัมผัส
- ใส่เสื้อ Thundershirt ให้สุนัข
- ออกกำลังกายเพื่อปลดปล่อยพลังงาน
- ฝึกให้ชินและไม่กลัวเสียงดัง
- ปรึกษาสัตวแพทย์
1. ติดป้ายชื่อให้สุนัข เผื่อในกรณีฉุกเฉิน
ป้ายชื่อ นับว่าเป็นไอเทมสำคัญ และเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับน้องหมาทุกตัว เจ้าของควรทำป้ายชื่อ พร้อมทั้งใส่เบอร์โทรศัพท์ของเรา ห้อยติดตัวน้องหมาไว้ตลอด เผื่อวันหนึ่งเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น สิ่งนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากเวลาที่ สุนัขกลัวเสียงดัง แล้ววิ่งหลงทาง หรือเตลิดหนีไปที่ไหน คนที่พบเจอน้องหมา จะได้ติดต่อกลับมาหาเราได้ค่ะ
2. พาเข้าบ้านจำกัดพื้นที่
เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด ไม่เสียเวลา และไม่ต้องใช้ความพยายามมากในการดูแล ที่สำคัญน้องหมาของเราก็จะไม่หนีหายไปไหนแน่นอน เพียงแค่เราหาห้องที่น้องหมาสามารถอยู่ได้อย่างสบายใจ หรือถ้ามีกรง ก็ควรให้กรงนั้นอยู่ในห้องอีกที จะได้ป้องกันเสียงดังเข้ามาในห้อง พร้อมทั้งตรวจสอบให้แน่ใจว่าห้องปิดสนิท หน้าต่าง ผ้าม่านปิดเรียบร้อยหมดแล้ว
และอย่าลืมนำของเล่น หรือผ้าห่มที่สุนัขคุ้นเคย จัดเตรียมไว้ให้เรียบร้อย น้องหมาจะได้เอาไว้ซุกนอนหรือหลบซ่อนตัวได้ ซึ่งจะช่วยให้พวกเขารู้สึกปลอดภัยมากขึ้น ถ้าเป็นไปได้ให้เปิดเพลงเบา ๆ หรือการใช้กลิ่นอโรม่าไว้ในห้อง ก็ช่วยลดความเครียด และความวิตกกังวลได้เช่นกัน
3. ทำให้สุนัขรู้สึกปลอดภัยและสงบ
ถ้าเพื่อน ๆ ไม่สามารถหาพื้นที่ได้ เราอาจจะต้องสร้างความรู้สึกสงบ และปลอดภัยให้กับสุนัข พยายามหลีกเลี่ยงการสร้างแรงกระตุ้น ให้น้องหมารู้สึกหวาดกลัว และวิตกกังวล ยกตัวอย่างเช่น เมื่อมีการจุดประทัดหรือจุดพลุขึ้น และสุนัขมีอาการ กลัวเสียงพลุ เมื่อไหร่ ถ้าหากเราทำท่าทางปลอบประโลม หรือโอ๋น้องหมา ก็จะยิ่งทำให้พวกเขาเรียกร้องความสนใจ และหวาดกลัวมากยิ่งขึ้น
วิธีการแก้ คือ ให้เราใส่สายจูงที่มีสายรัดอก และคอยนั่งอยู่ข้าง ๆ ลูบ กอดบริเวณอกหรือไหล่ พร้อมทั้งหาผ้าห่มที่พวกเขาคุ้นเคยคลุมร่างกายไว้ เมื่อน้องหมาเริ่มสงบลง ให้ค่อย ๆ เดินออกมาอย่างเงียบ ๆ ให้พวกเขารู้สึกว่าสามารถอยู่ได้
4. ลดความกลัวด้วยการสัมผัส
การเข้าไปนั่งใกล้ ๆ จากนั้นวางมือไปที่บริเวณไหล่ หรือหน้าอกของน้องหมา พร้อมทั้งลูบขึ้นลงอย่างช้า ๆ ในช่วงแรกสุนัขจะรู้สึกกลัวและวิตกกังวลอยู่ แต่เดี๋ยวสักพักพวกเขาจะค่อย ๆ สงบลงค่ะ ถ้าเป็นไปได้เราอาจจะเปิดเพลงคลอเบา ๆ ไปด้วยก็ได้นะคะ จะได้ช่วยคลายความกังวลของน้องหมา การสัมผัสจะช่วยให้สุนัขรู้สึกปลอดภัย และมั่นคง เพียงแค่เราสัมผัสให้ถูกจุดเท่านั้นเองค่ะ
5. ใส่เสื้อ Thundershirt ให้สุนัข
จุดที่ สุนัขกลัวเสียงดัง และไวต่อความรู้สึกก็คือ บริเวณไหล่ อก และใต้ท้อง เพราะฉะนั้นการใส่เสื้อ Thundershirt ซึ่งเป็นเสื้อสำหรับสัตว์เลี้ยง ที่ถูกออกแบบให้รัดกระชับตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เมื่อสวมใส่แล้วจะทำให้รู้สึกปลอดภัย เหมือนโดนโอบกอดอยู่ตลอดเวลา
เพื่อน ๆ สามารถหาซื้อได้จากร้านขายอุปกรณ์สัตว์เลี้ยง หรือจะทำเองก็ได้นะคะ เพียงใช้ผ้าพันรอบตัวน้องหมาตามบริเวณจุดต่าง ๆ ที่น้องหมาไวต่อความรู้สึก เท่านี้ก็เรียบร้อยแล้วค่ะ
6. ออกกำลังกายเพื่อปลดปล่อยพลังงาน
ถ้าเรารู้ล่วงหน้าว่าจะมีการจุดพลุ หรือประทัดขึ้น ในวันนั้นให้เราพาสุนัขไปวิ่งเล่น ออกกำลังกาย เพื่อให้น้องหมารู้สึกเหนื่อย และเผาผลาญพลังงานให้ได้มากที่สุด พอถึงเวลาจุดพลุ พวกเขาก็จะตื่นตัวน้อยลง สงบมากขึ้น และสามารถควบคุมตัวเองได้ เพราะสูญเสียพลังงานไปกับการออกกำลังกายไปแล้วนั่นเอง
7. ฝึกให้ชินและไม่กลัวเสียงดัง
การฝึกให้สุนัขคุ้นชิน และไม่กลัวเสียงดังนั้น ก็เพื่อทำให้สุนัขมั่นใจว่าเสียงเหล่านั้นไม่ทำอันตรายนั่นเองค่ะ เราต้องคอยฝึกพวกเขาบ่อย ๆ ค่อย ๆ เพิ่มระดับความดังของเสียงให้มากขึ้นทีละนิด จนน้องหมาเคยชินกับเสียง และไม่กลัว
วิธีนี้เป็นการแก้ไขปัญหาแบบระยะยาว และต้องใช้เวลาพอสมควร ควรฝึกแค่วันละ 10 นาที เพื่อไม่ให้น้องหมาเครียดจนเกินไป และขณะที่ฝึกอยู่ ถ้าสุนัขมีอาการหวาดกลัว ตื่นตกใจ หรือส่งเสียงร้อง เพื่อน ๆ ไม่ควรรีบปิดเสียง หรือโอ๋น้องหมา เพราะจะยิ่งทำให้พวกเขาเรียกร้องความสนใจมากยิ่งขึ้นค่ะ
8. ปรึกษาสัตวแพทย์
ถ้าลองมาหมดทุกวิธีแล้ว แต่ก็ยังมีอาการ สุนัขกลัวเสียงดัง อยู่ เพื่อน ๆ ลองนำพฤติกรรมของน้องหมา ไปปรึกษาสัตวแพทย์ดูนะคะ บางทีหมออาจจะมีวิธีการรักษา หรือการตรวจเช็กระบบประสาท ความผิดปกติอื่น ๆ ของสุนัขเพิ่มเติม ว่ามีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพหรือไม่
หมออาจจะจ่ายยาคลายเครียด เพื่อช่วยลดอาการตื่นกลัว และวิตกกังวล หรืออาจจะรักษาโดยการใช้แพทย์ทางเลือก เช่น การฝังเข็ม การนวด หรือวิธีอื่น ๆ อีกมากมายค่ะ
สรุปส่งท้าย
สำหรับใครที่เลี้ยงสุนัข แล้วมักจะเจอกับปัญหา สุนัขกลัวเสียงดัง กลัวเสียงพลุ หรือมีอาการหวาดกลัว ตื่นตกใจ เวลาที่มีเสียงดัง เพื่อน ๆ ลองนำเทคนิคเหล่านี้ ไปปรับใช้และฝึกน้องหมากันดูนะคะ เพื่อสร้างความคุ้นชินให้น้องหมาชิน และไม่กลัวเสียงดัง
นอกจากจะช่วยให้สุนัขรู้สึกมั่นใจ และปลอดภัยแล้ว ยังเป็นวิธีป้องกันไม่ให้พวกเขาหนีเตลิดออกจากบ้านอีกด้วย อย่างไรก็ตาม เมื่อเสียงดังต่าง ๆ สงบลง ทุกคนอย่าลืมที่จะให้คำชม และขนมเป็นของรางวัล เพื่อปลอบใจน้องหมา สุนัขขี้กลัว ของเราด้วยนะคะ
















