ปัจจุบันนี้มีหลายคนก็หันมาเปิดบริษัทเป็นเจ้าของธุรกิจเอง ทำให้มีบริษัทที่มีขนาดและรูปแบบหลากหลายมากขึ้น และสำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่พึ่งเริ่มเปิดบริษัทของตัวเอง ทั้ง Start Up, SMEs หรือใครที่เปิดกิจการของตัวเองมานานแล้ว แต่กำลังหาที่ทางสำหรับตั้งออฟฟิศใหม่หรือมองหาที่สำหรับขยายกิจการอยู่ แต่ก็ไม่ได้มีพื้นที่เป็นของตัวเอง ลองมาดู ออฟฟิศให้เช่า กันดีกว่า เพราะทุกวันนี้ก็มีให้เลือกหลายทำเล และมีรูปแบบให้เลือกหลากหลายมากขึ้น บทความนี้ พี่ไว้ใจ ได้รวบรวม ออฟฟิศให้เช่า 3 รูปแบบ พร้อมวิเคราะห์ข้อดีและข้อเสียของออฟิศแต่ละประเภท ให้เพื่อนๆ ได้เอาไปเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจ ไปดูกันเลยดีกว่าว่าออฟฟิศแบบไหนจะเหมาะกับองค์กรหรือบริษัทของเราที่สุด
เลือกอ่านตามหัวข้อที่สนใจ
โฮมออฟฟิศ (Home Office)
เริ่มต้นกันที่ออฟฟิศให้เช่าแบบแรก โฮมออฟฟิศ ซึ่งจุดเด่นของออฟฟิศแบบนี้คือจะมีทั้งที่พักอาศัยและสำนักงานอยู่ด้วยกัน โฮมออฟฟิศให้เช่าส่วนใหญ่มักจะเป็นอาคารพาณิชย์หรือทาวน์โฮม ที่มีพื้นที่พักอาศัยอยู่ชั้นบนและมีพื้นที่ด้านล่างเป็นสำนักงานหรืออาจจะทำเป็นหน้าร้านสำหรับเปิดโชว์รูมหรือใช้รองรับลูกค้าได้ด้วย

Credit : Canva.com
จุดเด่นของโฮมออฟฟิศ คือ มีความเป็นส่วนตัวมากเพราะไม่ต้องมีออฟฟิศอื่นมาอยู่รวมในอาคารเดียวกัน ไม่ต้องใช้ส่วนกลางร่วมกัน สำหรับข้อเสียก็คือเรื่องของทำเลที่ตั้ง โฮมออฟฟิศให้เช่ามักจะอยู่ในทำเลที่ไม่ได้อยู่ใจกลางเมืองมากนัก เนื่องจากราคาที่ดินในเมืองมีราคาสูง จะต่างจากสำนักงานแบบทั่วไปที่มักจะอยู่อาคารสูงตามย่านธุรกิจ (CBD) หรือถ้าเป็นโฮมออฟฟิศในย่านใจกลางเมืองก็มักจะมีราคาแพงมาก

Credit : Canva.com
ด้วยเหตุผลด้านทำเลที่ตั้งทำให้พื้นที่สำนักงานให้เช่ารูปแบบโฮมออฟฟิศอาจจะไม่เหมาะกับองค์กรขนาดใหญ่หรือองค์กรที่ต้องการความน่าเชื่อถือ เพราะการที่ออฟฟิศอยู่ในทำเลที่เป็นที่รู้จักหรืออยู่ในอาคารที่เป็นแหล่งสำนักงานขนาดใหญ่ก็จะช่วยให้แบรนด์ของบริษัทน่าเชื่อถือขึ้นตามไปด้วย
รูปแบบออฟฟิศในลักษณะนี้จึงเหมาะกับธุรกิจขนาดเล็ก ไปจนถึงขนาดกลางที่มีจำนวนพนักงานไม่มาก และเหมาะกับเจ้าของกิจการที่ต้องการความเป็นส่วนตัว อาจจะไม่ต้องมีการเดินทางมาประชุมบ่อย หรือเจ้าของกิจการจะเน้นเดินทางไปพบปะลูกค้าข้างนอกแทน
สำนักงานแบบทั่วไป (Conventional Office)
สำนักงานให้เช่ารูปแบบนี้ เหมาะกับองค์กรขนาดใหญ่ที่มีพนักงานค่อนข้างเยอะ เรามักจะเห็นพื้นที่ให้เช่าแบบนี้ในอาคารสำนักงานที่เป็นอาคารสูงในเมือง โดยมีการแบ่งพื้นที่เช่าเป็นขนาดต่าง ๆ ส่วนมากจะเริ่มกันที่ 100 ตร.ม. ซึ่งอาจจะไม่เหมาะกับบริษัทที่ยังมีพนักงานไม่เยอะมากเพราะจะได้ไม่ต้องแบบรับภาระค่าใช้จ่ายที่เยอะเกินไป

Credit : Canva.com
รูปแบบพื้นที่ให้เช่าจะเป็นพื้นที่โล่ง มีการเตรียมงานระบบเอาไว้ให้ เช่น น้ำประปา ไฟฟ้า เครื่องปรับอากาศที่ส่วนมากจะเป็นแอร์รวม มีเวลาในการเปิดปิดที่แน่นอน เช่น 8 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น และมีระบบรักษาความปลอดภัยให้ ทำให้ผู้เช่าจะต้องเสียค่าส่วนกลางนอกเหนือจากค่าเช่าด้วย
ซึ่งพื้นที่สำนักงานให้เช่าแบบนี้ไม่มีการตกแต่งภายในและไม่มีเฟอร์นิเจอร์มาให้ ผู้เช่าจะต้องทำการตกแต่งเอง ทำให้ระยะเวลาการเช่าในสัญญามักจะนานกว่ารูปแบบอื่น ๆ (ประมาณ 3 ปี) เพราะผู้เช่าเองก็ต้องใช้เงินลงทุนในการตกแต่งจำนวนมาก ทำให้ระยะเวลาเช่าต้องนานพอแก่ความคุ้มค่าในการลงทุนด้วย

Credit : Canva.com
ข้อดีของออฟฟิศให้เช่าแบบนี้อีกอย่างคือจะอยู่ในทำเลที่ดีมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ครบครัน เช่น อยู่ในแนวรถไฟฟ้า ทำให้พนักงานสามารถเดินทางมาทำงานได้สะดวก อยู่ใกล้สำนักงานอื่นในเมือง ทำให้ติดต่อประชุมงานกันได้สะดวก แถมทำเลที่ดียังช่วยให้องค์กรมีภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือขึ้นอีกด้วย
ส่วนข้อเสียของสำนักงานแบบทั่วไปคือจะถ้ามีการทำงานนอกเวลาอาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการเปิดแอร์ล่วงเวลาหรือค่าส่วนกลาง พนักงานต้องมีภาระในการจ่ายค่าที่จอดรถเพิ่มเติมนั่นเอง
สำนักงานสำเร็จรูป (Serviced Office)
สำนักงานสำเร็จรูป เป็นออฟฟิศที่สะดวกสบายกว่ารูปแบบอื่น ๆ โดยผู้เช่าสามารถเข้าอยู่ได้โดยที่ไม่ต้องเตรียมอะไรมากนักเพราะผู้ให้เช่าจะตกแต่งและมีเฟอร์นิเจอร์มาไว้ให้แล้ว รูปแบบของพื้นที่เช่าเริ่มต้นก็มีขนาดเล็กกว่า และมีบริการรูปแบบต่าง ๆ นอกเหนือจากสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานด้วย เช่น พนักงานต้อนรับ มีห้องประชุมและพื้นที่ส่วนกลางสำหรับพนักงานร่วมกัน รวมไปถึงพื้นที่ล๊อบบี้ส่วนต้อนรับ มีการเช่าเครื่องปริ้นงานสำหรับใช้ร่วมกัน ทำให้ผู้เช่าแต่เจ้าสามารถแชร์ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้กันได้

Credit : Canva.com
นอกจากนี้สำนักงานสำเร็จรูปจะมีข้อดีในเรื่องของทำเลที่ตั้ง ที่มักจะตั้งอยู่ในทำเลที่ดี การคมนาคมขนส่งสะดวกสบายไม่ต่างจากสำนักงานทั่วไป แต่สามารถเช่าได้ในราคาเริ่มต้นที่ไม่แพงมากสำหรับบริษัทขนาดเล็ก และระยะเวลาในการทำสัญญาก็อาจยืดหยุ่นกว่า
สำหรับข้อเสียคือค่าใช้จ่ายต่อตารางเมตรมักจะสูงกว่าออฟฟิศให้เช่าแบบอื่น ๆ รวมถึงอาจมีค่าบริการในด้านสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติมอีก เช่น ค่าปริ้นงาน ค่าถ่ายเอกสาร เป็นต้น ทำให้สำนักงานสำเร็จรูปเหมาะกับองค์กรขนาดเล็กหรือบริษัทที่ยังมีพนักงานไม่เยอะมากนัก เพราะจะมีค่าใช้จ่ายในการเริ่มเช่าพื้นที่ถูกกว่าแบบอื่น และมีความยืดหยุ่นกว่าเพราะระยะเวลาการเช่ามีให้เลือกหลายรูปแบบ ตั้งแต่เป็นราย 3-6 เดือนไปจนถึงรายปี จึงเหมาะกับบริษัทที่ยังมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบอยู่นั่นเอง

Credit : Canva.com
สรุปส่งท้าย
จะเห็นได้ว่าในการเลือกพื้นที่เช่า ผู้เช่านอกจากจะต้องคำนึงถึงปัจจัยด้านทำเลที่ตั้ง การเดินทางที่สะดวกสบายทั้งสำหรับลูกค้าและพนักงาน และค่าเช่าที่สมเหตุสมผลแล้วนั้น การเลือกรูปแบบสำนักงานให้เช่าที่เหมาะสมก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญในการเลือกลงทุนเพื่อเปิดสำนักงาน เพราะถ้าเลือกได้เหมาะสมจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนที่ไม่จำเป็นและสามารถนำเงินใช้ในการดำเนินการของบริษัทได้มากขึ้นนั่นเอง
และนอกจากเรื่องทำเลที่ตั้งและสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานแล้ว สิ่งที่ต้องพิจารณาให้เหมาะสมกับธุรกิจและความก้าวหน้าของบริษัทก็คือ ลักษณะของออฟฟิศให้เช่าแต่ละประเภท ก็เป็นสิ่งที่ควรคิดพิจารณาอย่างถี่ถ้วนเพื่อให้เหมาะสมและรู้ข้อดีข้อเสียเหมาะสมกับลักษณะองค์กรที่แตกต่างกันไป








