ถ้าพูดถึง “ห้องพระ” สำหรับชาวไทยพุทธแล้ว คงเป็นอีกหนึ่งห้องสำคัญที่ต้องจัดไว้ในบ้าน สำหรับกราบไหว้เคารพบูชาพระพุทธรูป และสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความสบายใจ เป็นสิริมงคลกับผู้อยู่อาศัย แต่รู้หรือไม่ว่า แม้แต่ การจัดห้องพระ ก็มีหลักฮวงจุ้ย ที่ถูกหลัก ไม่ใช่แค่การจัดวางเพื่อให้เข้ากับบ้าน หรือเพื่อความสวยงามเท่านั้น ซึ่ง พี่ไว้ใจ ก็ได้รวบรวม 7 หลัก ฮวงจุ้ยห้องพระ ที่สำคัญ เพื่อให้เพื่อน ๆ สามารถจัดห้องให้ตรงตามหลัก มาแนะนำไว้ในบทความนี้ ไปชมกันเลยค่ะ
เลือกอ่านตามหัวข้อที่สนใจ
- ฮวงจุ้ยห้องพระที่ดีควรอยู่บนสุดของบ้าน
- จัดวางลำดับองค์พระให้ถูกต้อง
- หันหน้าองค์พระให้ถูกทิศ
- เลือกห้องพระให้อยู่ในมุมสงบ คนไม่พลุกพล่าน
- ห้องพระควรมีอากาศถ่ายเทสะดวก
- ห้องพระไม่ควรอยู่ติดห้องน้ำ
- ห้องพระที่ติดกับห้องนอนต้องระวังปลายเท้า

Credit : canva.com
1. ฮวงจุ้ยห้องพระ ที่ดี ควรอยู่บนสุดของบ้าน
พระถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านเรือนที่อยู่สูง ดังนั้นจำเป็นต้องเลือกห้องพระในตำแหน่งที่อยู่สูงสุดของบ้าน ไม่ควรอยู่บริเวณใต้คานหรือใต้บันไดโดยเด็ดขาด ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อยู่อาศัยเผลอเดินข้ามไปมา หลายบ้านถึงกับวางแผนก่อสร้างแยกห้องพระให้อยู่ในชั้นลอย ส่วนบ้านและคอนโดที่ไม่มีห้องสำหรับ จัดห้องพระ โดยเฉพาะ หรือไม่มีที่สูงยกระดับจากพื้นที่อยู่อาศัย ก็สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยการติดตั้งชั้นวางติดผนังให้อยู่สูงในระดับเหนือศีรษะได้ แต่ต้องระวังเรื่องตำแหน่งการติดตั้งให้เหมาะสมด้วย
2. จัดวางลำดับองค์พระให้ถูกต้อง
ข้อนี้สำหรับเพื่อนๆ ที่มีการบูชาพระหลายองค์ นอกจากต้องเลือกตำแหน่งห้องพระให้ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยห้องพระแล้ว การจัดวางพระแต่ละองค์นั้นก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรมองข้าม เพื่อนๆ ต้องจัดองค์พระตามลำดับและความถูกต้อง เพื่อความเป็นสิริมงคลกับทุกคนในบ้าน ซึ่งสามารถจัดเรียงตามลำดับจากบนสุดได้ดังนี้
- พระพุทธรูป
- พระอรหันต์
- พระอริยสงฆ์
- รูปเสมือนสมมติสงฆ์
- พระบรมรูปพระมหากษัตริย์
- เทพฮินดู
- พระบรมสารีริกธาตุ
- อัฐิ รูปบูชาของบรรพบุรุษ
- ของขลังตามความเชื่อ

Credit : canva.com
3. หันหน้าองค์พระให้ถูกทิศ
การจัดทิศทางขององค์พระตามหลัก ฮวงจุ้ยห้องพระ นั้น เพื่อนๆ ควรเลือกหันหน้าองค์พระไปทางทิศมงคลอย่าง ทิศเหนือ ทิศตะวันออก และทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เพราะเชื่อว่าเป็นการเสริมสิริมงคลและความเจริญรุ่งเรืองในทุกๆ ด้านให้กับผู้อาศัย ส่วนทิศที่ไม่เป็นมงคลก็คือ ทิศตะวันตก ไม่ควรหันหน้าองค์พระไปในทิศทางนี้ เพราะจะส่งผลให้ผู้อาศัยไม่เจริญก้าวหน้านั่นเอง
4. เลือกห้องพระให้อยู่ในมุมสงบ คนไม่พลุกพล่าน
การเลือกตำแหน่งของห้องพระ ควรเลือกเป็นส่วนที่เงียบสงบที่สุดในบ้าน เพราะการสวดมนต์ไหว้พระนั้นต้องใช้ความสงบและสมาธิในการตั้งจิตปฏิบัติธรรม หากตำแหน่งห้องพระอยู่ในที่ที่คนพลุกพล่าน อาจทำให้ผู้ปฏิบัติเสียสมาธิได้ง่าย ในข้อนี้จึงถือเป็นฮวงจุ้ยห้องพระที่มีผลกระทบกับผู้อยู่อาศัยโดยตรงและเห็นได้ชัดเจน

Credit : canva.com
5. ห้องพระควรมีอากาศถ่ายเทสะดวก
สิ่งสำคัญของการเลือกตำแหน่ง จัดห้องพระ คือต้องเป็นตำแหน่งที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี เนื่องจากในการสวดมนต์ไหว้พระนั้น จะต้องจุดธูปเทียนเพื่อบูชาพระอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากบริเวณที่เป็นห้องพระมีอากาศถ่ายเทไม่สะดวก อาจทำให้เกิดควันรบกวนผู้อาศัย และอาจทำให้เกิดอาการแสบตา หายใจไม่ออก หรือที่ร้ายแรงที่สุดคืออาจทำให้เกิดเพลิงไหม้เป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้อีกด้วย
6. ห้องพระไม่ควรอยู่ติดห้องน้ำ
ตามหลักฮวงจุ้ย ห้องพระ นั้นถือเป็นธาตุไฟ ซึ่งเป็นธาตุคู่ตรงข้ามกับห้องน้ำที่เป็นธาตุน้ำ การที่ทั้งสองห้องอยู่ติดกันนั้นเปรียบเสมือนเป็นการเอาน้ำดับไฟ ทำให้พลังของห้องพระอ่อนแรงลง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ก็จะอ่อนแรงลงตามเช่นกัน เพื่อนๆ จึงควรแยกห้องพระกับห้องน้ำให้ห่างจากกัน แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็สามารถแก้ไขด้วยการติดตั้งผ้าม่าน ฉากกั้น รวมไปถึงทำผนังซ้อนเข้ามาเพื่อกันไม่ให้ธาตุน้ำและธาตุไฟมาชนกันนั่นเอง
7. ห้องพระที่ติดกับห้องนอนต้องระวังปลายเท้า
สำหรับบ้านไหนที่ห้องพระอยู่ติดกับห้องนอน ไม่ควรเลือกทิศการหันเท้าไปทางห้องพระโดยเด็ดขาด เพราะตามหลัก ฮวงจุ้ยห้องพระ การชี้ปลายเท้าไปทางห้องพระถือเป็นการไม่ให้ความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ นอกจากนี้ควรสังเกตให้ดีว่าหัวเตียงนั้นอยู่ในตำแหน่งที่ชนติดกับหิ้งพระหรือองค์พระหรือไม่ เพราะหากติดกันอาจทำให้คนที่นอนเกิดอาการปวดหัวหรือนอนหลับยาก ที่มีผลมาจากพลังธาตุไฟขององค์พระนั่นเอง
สรุปส่งท้าย
และนี่ก็คือฮวงจุ้ยห้องพระทั้ง 7 ข้อ ตั้งแต่การเลือกตำแหน่งที่ตั้งไปจนถึงแนะนำวิธีการแก้ไขในกรณีต่างๆ ที่พี่ไว้ใจได้รวบรวมมาแนะนำ เพื่อนๆ สามารถนำสิ่งเหล่านี้ไปปรับใช้ให้เหมาะสมเพื่อความเป็นสิริมงคลกับคนในบ้าน และที่สำคัญต้องไม่ละเลยเรื่องความสะอาดของห้องพระอย่างสม่ำเสมอด้วยนะ








