ติดตามไว้ใจ :

การต่อสายดิน เครื่องใช้ไฟฟ้า กับ 4 เรื่องสำคัญต้องรู้ก่อนลงมือติดตั้ง

การต่อสายดิน เครื่องใช้ไฟฟ้า กับ 4 เรื่องสำคัญต้องรู้ก่อนลงมือติดตั้ง

ชอบเรื่องนี้ใช่ไหม? แชร์เลย

10

สำหรับบ้านไหนที่กำลังติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน บทความนี้ พี่ไว้ใจ มีเกร็ดความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับ การต่อสายดิน เครื่องใช้ไฟฟ้า มาฝากทุกคน เพราะการต่อสายดินนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย จำเป็นต้องเข้าใจขั้นตอนและการทำที่มีความปลอดภัย และในวันนี้เราจะพามาดูกันว่า การต่อสายดินมีข้อควรรู้อะไรบ้าง ? เครื่องใช้ไฟฟ้าอะไรบ้างที่ต้องต่อสายดิน ? แล้วเราจะต่อสายดินเองได้ไหม ? ตามพี่ไว้ใจไปหาคำตอบกันค่ะ

เลือกอ่านตามหัวข้อที่สนใจ

สายดิน คืออะไร ?

สายดิน (Earthing System) เป็นสายไฟหรือตัวนำที่ต่อจากอุปกรณ์ไฟฟ้า เป็นเส้นทางสำหรับกระแสไฟฟ้าที่เกิดการรั่วไหล หรือ ไฟรั่ว ไหลกลับไปยังระบบตัดไฟ เพื่อให้ระบบตัดไฟอัตโนมัติทำงาน หรือไหลลงสู่ดิน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่สามารถเกิดขึ้นได้จากการโดนไฟฟ้าช็อต หรือไฟฟ้าลัดวงจร

Tips: สายดินคือคนละอย่างกับ กราวด์ นะ ซึ่งกราวด์จะเป็นเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับ ระบบคลื่นวิทยุ สัญญาณ ไฟฟ้า ถ้าพูดกราวด์จะเป็นกลุ่มที่ทำงานเกี่ยวกับระบบสื่อสาร ที่เพื่อน ๆ หลายคนอาจจะเข้าใจผิดอยู่นะ

การติดตั้งสายดิน สำคัญอย่างไร ?

ทำไม การต่อสายดิน เครื่องใช้ไฟฟ้า ถึงสำคัญ ? พี่ไว้ใจเชื่อว่าเพื่อน ๆ หลายคนก็พอจะรู้กันว่า สายไฟฟ้าจะมี “ฉนวน” เพื่อห่อหุ้มกันการลัดวงจร ซึ่งฉนวนเองก็สามารถเสื่อมสภาพลงได้ตามกาลเวลา ซึ่งเป็นสาเหตุของ การเกินไฟรั่ว

และวิธีป้องกันเมื่อเกิดไฟรั่วได้ดีอีกชั้นหนึ่งก็คือ การติดตั้งสายดิน นั่นเอง เพราะสายดินจะช่วย ป้องกันไม่ให้ผู้ใช้ถูกไฟฟ้าดูด เมื่อมีไฟฟ้ารั่วจากเครื่องใช้ไฟฟ้า สายดินจะช่วยให้เครื่องตัดกระแสไฟฟ้าอัตโนมัติ ตัดไฟออกทันที โดยผู้ใช้ไม่เกิดอันตราย ขณะเดียวกันก็เป็นเส้นทางให้กระแสไฟฟ้ารั่ว ไหลย้อนกลับไปยังหม้อแปลงไฟฟ้าได้สะดวก

นอกจากนั้น เครื่องใช้ไฟฟ้าบางประเภทหากไม่มีสายดินอาจทำงานได้ไม่สมบูรณ์ หรือชำรุดได้ง่าย เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์สื่อสาร และสายดินยังช่วยถนอมอายุการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าได้อีกด้วย เพราะเมื่อเกิดไฟรั่ว และไม่มีสายดินเพื่อถ่ายเทศักย์ลงดิน เครื่องใช้ไฟฟ้านั้น ๆ จะรับแรงกดดัน (Stress) ของกระแสไฟฟ้าที่รั่วมา (แม้เพียงเล็กน้อย) ก็อาจจะทำให้อายุการใช้งานของเครื่องใช้ไฟฟ้านั้น ๆ เสื่อมลงเร็วกว่าปกติได้

Tips: สายดิน มีข้อจำกัดคือ ไม่สามารถติดตั้งได้กับ อุปกรณ์หรือชิ้นส่วนของอุปกรณ์ไฟฟ้า และไม่สามารถป้องกันอุบัติเหตุจากความประมาท เช่น ถ้าเด็กเล็ก ๆ เอาแท่งโลหะแหย่เข้าไปในรูปลั๊กไฟฟ้า สายดินก็ไม่สามารถป้องกันอันตรายได้

เครื่องใช้ไฟฟ้าอะไรบ้างที่ต้องต่อสายดิน

เครื่องใช้ไฟฟ้า รวมทั้งอุปกรณ์ติดตั้งทางไฟฟ้า ที่มีโครงหรือเปลือกหุ้มเป็นโลหะ ซึ่งคนเรามีโอกาสสัมผัสได้เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ ต้องมีสายดิน หรือก็คือ เครื่องใช้ไฟฟ้า ประเภท 1 นั่นเองค่ะ อย่างเช่น ตู้เย็น, เตารีด, เครื่องซักผ้า, เครื่องอบผ้า, หม้อหุงข้าว, เครื่องปรับอากาศ, เตาไมโครเวฟ, กระทะไฟฟ้า, กระติกน้ำร้อน, เครื่องทำน้ำร้อนหรือน้ำอุ่น, เครื่องปิ้งขนมปัง, ตู้แช่แข็ง, เครื่องสูบน้ำ, เครื่องล้างจาน, อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้ในตู้เลี้ยงปลา เป็นต้น

ส่วน เครื่องไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นต้องต่อสายดิน คือ เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 2 และ 3 เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 2 คือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีการหุ้มด้วยฉนวนไฟฟ้าที่มีความหนาเป็น 2 เท่าของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องมีสายดิน

โดยมีสัญลักษณ์เป็น “รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสซ้อนกัน 2 ชั้น” ปรากฏอยู่ที่แผ่นป้ายบอกการใช้ไฟฟ้าของเครื่อง ตัวอย่างของเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดนี้ ได้แก่ วิทยุ โทรทัศน์ พัดลม เป็นต้น และ เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 3 คือ เครื่องเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้แรงดันไม่เกิน 50 โวลต์ เช่น เครื่องโกนหนวดไฟฟ้า โทรศัพท์ เป็นต้น

การต่อสายดิน เครื่องใช้ไฟฟ้า สามารถทำเองได้ไหม ทำอย่างไร

คำตอบคือ เราสามารถต่อสายดินเองได้ โดยทั่วไปจะแบ่งเป็น 5 วิธี ได้แก่

  • ต่อลงระบบประปา

ทำได้โดยนำสายดินต่อลงท่อในระบบประปาซึ่งต้องมีพื้นที่สัมผัสดินมากพอสมควร มีข้อควรระวังคือ ไม่ควรต่อลงท่อที่เป็นซีเมนต์ หรือพีวีซีและท่อน้ำที่ต่อ อาจเกิดการกร่อนจากกระแสไฟฟ้าได้ ต้องหมั่นตรวจเช็คอยู่เสมอ

  • ต่อกับโครงสร้างอาคาร

เป็นการต่อสายดินเข้ากับเสาหลักของอาคารซึ่งมักเป็นเสาเหล็กเสริมคอนกรีต ที่ฝังลึกลงไปในดิน หากเสาเข็มไม่มีการต่อเหล็กเส้นสำหรับระบบดิน เราก็ควรเชื่อมเหล็กเส้นเข้ากับเสาเข็มก่อนเพื่อทำระบบดินที่พร้อมต่อสายดินลงไปได้

  • ต่อกับฝังหลักดิน

วิธีการนี้นิยมทำเองได้ทั่วไป โดยเราต้องต่อหลักดินความยาวประมาณ 10 ฟุต หุ้มด้วยแผ่นทองแดงลงบนพื้น โดยต้องตั้งตรงหรือเอียงได้ไม่เกิน 45 องศา หลักดินจะฝังลงไปต่ำกว่าระดับพื้นประมาณ 60 เซนติเมตร แล้วจึงทำการต่อสายเชื่อมหลักดิน

  • การฝังเหล็กแผ่น

ในกรณีที่เราจะตอกหลักดินแต่มีหินมากเกินไป ก็สามารถเปลี่ยนมาฝังเหล็กแผ่นแทนได้ โดยทำการฝังแผ่นเหล็กลงไปประมาณ 60 เซนติเมตร วางเป็นรูปตารางเพื่อถ่ายเทกระแสไฟให้ทั่วถึง แล้วจึงเชื่อมสายดินลงกับแผ่นเหล็ก

  • การใช้สารประกอบโซเดียม

เป็นการใช้สารประกอบโซเดียมในการนำไฟฟ้า ในกรณีที่ต่อสายดินด้วยวิธีอื่นไม่ได้ โดยจะฝังลงใกล้ ๆ บริเวณหลักดินหรือแผ่นเหล็ก เพื่อให้เกิดความชื้นของดินสูงขึ้น ซึ่งเราต้องเติมสารประกอบเกลือลงดินบ่อย ๆ

หลักการสำคัญในการออกแบบสายดิน คือการสร้างความต้านทานของระบบสายดิน ให้ค่าต่ำที่สุด และอยู่ในค่าที่กำหนดไว้ ควรมีความชื้นในดินสูง และมีพื้นที่มากพอสมควร การออกแบบเพื่อลงสายดินให้ปลอดภัยสูงสุด จึงต้องมีการคำนวณ และเลือกใช้การต่อระบบดินที่เหมาะสม

สรุปส่งท้าย

พี่ไว้ใจหวังว่าเพื่อน ๆ ทุกคน จะพอทราบแล้วว่า การต่อสายดิน เครื่องใช้ไฟฟ้า นั้นมีความสำคัญอย่างไร และเราสามารถต่อสายดินด้วยตัวเองอย่างไรให้ปลอดภัย หากเพื่อน ๆ ยังไม่ได้ต่อสายดินเครื่องใช้ไฟฟ้า ก็สามารถนำวิธีที่พี่ไว้ใจแนะนำในวันนี้ ไปปรับใช้ได้ จะได้ไม่เสี่ยงอันตรายจากการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้านะคะ

อยากพูดอะไรเกี่ยวกับบทความนี้

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

*

บทความสุดฮิตติดอันดับ

Category อื่นๆ

star

อ่านอะไรต่อดี