ติดตามไว้ใจ :

คนเงินเดือนน้อย กู้เงินซื้อบ้าน ได้ เตรียมตัวง่ายๆ ด้วย 8 เทคนิคพิชิตบ้านในฝัน

คนเงินเดือนน้อย กู้เงินซื้อบ้าน ได้ เตรียมตัวง่ายๆ ด้วย 8 เทคนิคพิชิตบ้านในฝัน

ชอบเรื่องนี้ใช่ไหม? แชร์เลย

10

ใครๆ ก็อยากมีบ้านในฝันของตัวเองกันทั้งนั้น แต่มันคงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับมนุษย์เงินเดือนที่จะเก็บเงินก้อนไปซื้อบ้านได้สำเร็จ หลายคนสงสัยว่า เงินเดือน 15,000 ซื้อบ้านได้ไหม ? ต้องใช้เวลาอีกกี่ปีถึงจะมีบ้านเป็นของตัวเอง ? ซึ่ง พี่ไว้ใจ ขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่าได้แน่นอนค่ะ ด้วยวิธีที่ง่ายที่สุดก็คือ กู้เงินซื้อบ้าน ซึ่งเพื่อน ๆ ไม่ต้องกังวลเลยนะคะว่า การที่ฐานเงินเดือนน้อยจะทำให้กู้ไม่ผ่าน เพราะวันนี้พี่ไว้ใจ ก็มีเทคนิคดี ๆ มาแนะนำทุกคน รับรองว่ากู้ผ่านได้แบบสบาย และยังช่วยลดเวลาในการผ่อนชำระอีกด้วย ใครสนใจก็ลองตามพี่ไว้ใจมาดูกันได้เลยค่ะ

เลือกอ่านตามความสนใจ 

1. เตรียมเอกสารและรายการบัญชีให้น่าเชื่อถือ 

อย่างแรก การที่ธนาคารจะปล่อยเงินให้เรากู้เงินซื้อบ้านได้นั้น ก็ต้องมั่นใจก่อนว่าเราจะสามารถชำระหนี้ได้ตรงเวลา และสม่ำเสมอ โดยธนาคารจะพิจารณาจากอาชีพที่ทำ ระยะเวลาในการทำงาน บริษัทหรือองค์กร ฐานเงินเดือน รายการเดินบัญชีหรือสเตทเม้นท์ย้อนหลัง รายรับรายจ่าย หนี้สิน เป็นต้น

ดังนั้น เพื่อน ๆ จึงควรเตรียมเอกสาร และข้อมูลย้อนหลังให้ครบถ้วน โดยเฉพาะรายการเดินบัญชีย้อนหลังก่อนยื่นกู้ 3-6 เดือน ที่อาจจะแยกบัญชีออกมาต่างหาก และจัดการบัญชีให้เห็นว่าเรามีรายรับที่มากพอ มั่นคง มีวินัยในการใช้เงิน ออมเงิน และสามารถรับผิดชอบชำระหนี้ได้

สำหรับชาวฟรีแลนซ์ก็เช่นเดียวกัน ควรจัดการโอนเงินเข้าบัญชีอย่างสม่ำเสมอ พร้อมแนบเอกสารที่แสดงให้เห็นว่า มีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้อนุมัติผ่านได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

2. ปิดบัตรเครดิต เคลียร์หนี้สิน ให้เรียบร้อยก่อน กู้เงินซื้อบ้าน

อย่างน้อย 3-6 เดือนก่อนยื่นกู้ ไม่ว่าจะเคยไปดาวน์ไปผ่อนอะไรไว้ก็ตาม ควรจัดการให้เรียบร้อย หรือเหลือให้น้อยที่สุดก่อน เพราะก่อนจะอนุมัติเงินให้กู้ ธนาคารย่อมตรวจสอบภาระหนี้สินต่าง ๆ ยิ่งโดยเฉพาะคนที่ฐานเงินเดือนน้อยอยู่แล้ว ถ้าภาระค่าใช้จ่ายยิ่งเยอะอีก ธนาคารย่อมจะพิจารณาว่า เราไม่สามารถชำระหนี้ได้ อย่างแน่นอน

3. สร้างเครดิตให้ดี 

อีกสิ่งหนึ่งที่ทางธนาคารจะตรวจสอบย้อนหลังก็คือประวัติการชำระหนี้ ถ้าหากเรายังไม่สามารถเคลียร์ปิดหนี้สินต่างๆ ได้ตามเทคนิคข้อ 2 ก็แนะนำให้เพื่อน ๆ พยายามอย่าให้มีประวัติหนี้เสีย หรือค้างชำระค่างวดติดกัน 

ควรผ่อนชำระตรงเวลาสม่ำเสมอ แสดงให้เห็นถึงความมีวินัยในการใช้เงิน ย่อมช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติเงินกู้ได้อย่างแน่นอน ซึ่งเครดิตบูโรนี้ สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ถึง 3 ปี เพราะฉะนั้น อย่ามองข้ามการค้างชำระเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อาจทำให้เสียประวัติได้นะคะ 

4. หาทางเพิ่มรายรับ 

หากมีโอกาสและมีเวลา อย่ารอช้าที่จะหาช่องทางเพิ่มรายรับนอกเหนือจากเงินเดือนให้ตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นค่าทำงานล่วงเวลา ค่าคอมมิชชั่น รายได้จากอาชีพเสริม ให้ธนาคารเห็นว่าเรามีเงินหมุนเวียน และมีโอกาสที่จะ สร้างรายได้ที่มากขึ้นในอนาคต โดยต้องเก็บหลักฐานรายรับอย่างต่อเนื่อง และสม่ำเสมอ เพื่อนำไปยื่นตอนทำเรื่องกู้ซื้อบ้านด้วย 

5. กู้เงินซื้อบ้าน ไม่ขอวงเงินเกินตัว 

เพราะนอกจากธนาคารจะไม่อนุมัติแล้ว ยังเป็นการสร้างภาระ ที่อาจนำมาซึ่งปัญหาในอนาคตอีกด้วย โดยอาจจะเลือกบ้านที่ราคาถูกลงมาหน่อย ให้สอดคล้องกับฐานเงินเดือน ที่ธนาคารจะเห็นว่าเราสามารถผ่อนไหว ซึ่งเราสามารถคำนวณวงเงินที่จะสามารถกู้ได้ด้วยสูตรเบื้องต้น ดังนี้

(1,000,000 ÷ 7,000) x ความสามารถในการผ่อนชำระ = วงเงินที่สามารถกู้ได้  

ตัวอย่างเช่น ถ้าเงินเดือน 15,000 ซื้อบ้าน เราก็เริ่มคำนวณจากความสามารถในการ ผ่อนชำระ ที่คิดเป็น 40% ของเงินเดือน จึงเท่ากับ 6,000 บาท และหากเรามีภาระหนี้สินอื่น ๆ ก็ต้องหักออกไปอีก แต่หากไม่มีก็สามารถนำไปคำนวณได้เลย วงเงินที่สามารถ กู้เงินซื้อบ้าน จะเท่ากับ 857,142 ซึ่งอาจจะมากหรือน้อยกว่านี้ได้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น ๆ ด้วย

6. หาคนกู้ร่วม 

เมื่อฐานเงินเดือนน้อย และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันก็เยอะ ไม่เพียงพอสำหรับผ่อนจ่าย ก็ต้องหาคนกู้ร่วมมาช่วยกันผ่อนค่ะ เมื่อมีหลักประกันมากขึ้น ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติเงินกู้ได้ง่ายขึ้น และอาจจะได้วงเงินที่มากกว่าเดิมด้วย

โดยผู้กู้ร่วมจะมีกี่คนนั้น ก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร แต่โดยมากมักไม่เกิน 3 คน และต้องเป็นคนที่นามสกุลเดียวกัน ในกรณีที่ใช้คนละนามสกุล ต้องนำเอกสารมายืนยันความสัมพันธ์เป็นเครือญาติ พี่น้อง หรือคู่สมรส ซึ่งคุณสมบัติที่ทางธนาคารจะพิจารณาก็เหมือนผู้กู้หลักเลยค่ะ ทั้งฐานเงินเดือน รายรับรายจ่าย สเตทเม้นท์ ประวัติการชำระหนี้ ล้วนต้องมีความน่าเชื่อถือเช่นเดียวกัน  

7. ออมเงินให้มากพอ 

เพื่อแสดงให้เห็นว่าเรามีความมั่นคงทางการเงิน และแบ่งไว้เป็นเงินดาวน์ ซึ่งจะอยู่ที่ประมาณ 10-20% ของราคาบ้าน หรือค่าส่วนต่างที่ต้องจ่ายเพิ่ม เพราะธนาคารอาจจะไม่อนุมัติให้เต็มวงเงิน 100% ซึ่งถ้าเราไม่ได้เตรียมเงินในส่วนนี้เผื่อไว้ ก็อาจจะต้องปล่อยบ้านที่หวังไว้ไปอย่างน่าเสียดาย และหากเราวางเงินดาวน์มาก จำนวนเงินที่เราต้องกู้ก็น้อยลง โอกาสที่ธนาคารจะอนุมัติให้ผ่านก็มีมากขึ้น แถมยังช่วยลดภาระดอกเบี้ยจากเงินกู้ และระยะเวลาในการผ่อนชำระได้อีกด้วย 

8. เลือกธนาคารให้ถูก

เทคนิคสุดท้ายในการ กู้เงินซื้อบ้าน ให้เพื่อน ๆ พยายามหาข้อมูล และศึกษาระเบียบขั้นตอน หรือเงื่อนไขของแต่ละธนาคารให้ถี่ถ้วน แนะนำว่า ควรเริ่มจากหาธนาคารที่มีการทำข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับบริษัทที่เพื่อน ๆ ทำงานอยู่ หรือธนาคารที่ทำสัญญาร่วมกับโครงการบ้านที่เราไปดู จะช่วยเพิ่มโอกาสให้การอนุมัติเงินกู้ ให้เป็นไปได้ง่ายขึ้น และยังอาจจะได้รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม เช่น วงเงินที่มากขึ้น หรืออัตราดอกเบี้ยพิเศษ เป็นต้น 

สรุปส่งท้าย

การกู้เงินซื้อบ้าน ถือว่าเป็นภาระหนักและเป็นหนี้ระยะยาว พี่ไว้ใจแนะนำว่าจะทำการใหญ่ต้องวางแผนให้ดี และรอบคอบนะคะ อย่ามองเพียงแค่ว่าจะทำเรื่องกู้ผ่านหรือไม่ เพราะเทคนิคที่ช่วยให้กู้ผ่านนั้นมีมากมาย เงินเดือน 15,000 ซื้อบ้านได้ไหม ? ก็ต้องบอกว่า ได้แน่นอน แต่ต้องคิดไปถึงหลังจากกู้ได้แล้วด้วยว่า ด้วยเงินเดือนจำนวนเท่านี้ เราจะผ่อนไหวไหม ต้องผ่อนไปกี่ปี แล้วเราจะมีเงินสำรองมากพอสำหรับค่าใช้จ่ายแฝง หรือค่าใช้จ่ายฉุกเฉินไหม ?

เพราะการจะมีบ้านในฝันสักหลัง ไม่ได้จบแค่ค่าซื้อบ้านแน่นอน ยังมีค่าใช้จ่ายอื่น เช่น ค่าเฟอร์นิเจอร์ ค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าติดตั้ง ค่าส่วนกลาง ค่าภาษี ค่าธรรมเนียม และอื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย ซึ่งแน่นอนว่า ด้วยฐานเงินเดือนที่น้อย ก็อาจจะกระทบต่อค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของเราได้ จึงต้องคำนวณให้ดี และไม่สร้างภาระที่เกินตัว จะทำให้เป็นทุกข์ระยะยาวนะคะ

 

อยากพูดอะไรเกี่ยวกับบทความนี้

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

*

บทความสุดฮิตติดอันดับ

Category อื่นๆ

star

อ่านอะไรต่อดี