มาเปลี่ยนพื้นที่กลางแจ้งในบริเวณบ้านของเพื่อน ๆ ให้กลายเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจกันเถอะ อย่างเช่น สวนหน้าบ้าน ดาดฟ้า หรือพื้นที่กลางแจ้งอื่น ๆ เพื่อให้ได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติที่สดใส และถ้าหากได้รับ การจัดวาง เฟอร์นิเจอร์ outdoor อย่างเหมาะสมแล้วนั้น ยังสามารถช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยในบ้านของเราได้อีกด้วย
ซึ่งอาจจะเลือกใช้เป็น ชุดโต๊ะสนาม หรือ โซฟาสนามก็ได้ เพื่อสร้างมุมพักผ่อนคลายเครียด ดังนั้น การเลือกซื้อ หรือใช้เฟอร์นิเจอร์กลางแจ้ง จึงต้องพิจารณาจากปัจจัยหลายประการ เช่น การใช้งาน ความสะดวกสบาย วัสดุ ขนาด และราคา และวันนี้ พี่ไว้ใจ ก็มี เคล็ดลับน่ารู้ เกี่ยวกับการซื้อ เฟอร์นิเจอร์กลางแจ้ง มาฝากกันค่ะ
เลือกอ่านตามหัวข้อที่สนใจ
- พิจารณาจากสภาพอากาศ
- ตรวจวัดขนาดของพิ้นที่กลางแจ้ง
- ออกแบบตำแหน่งที่วางของเฟอร์นิเจอร์
- ใส่ใจกับความสะดวกสบาย
- การดูแลรักษา
- งบประมาณ
1. พิจารณาจากสภาพอากาศ
โดยทั่วไป สภาพอากาศของเมืองไทยค่อนข้างร้อน และมีฝนตก การวางเฟอร์นิเจอร์ outdoor ทุกชนิด ไว้ท่ามกลางแสงแดด หรือไม่ว่าสภาพอากาศจะเป็นเช่นไร ก็เป็นเรื่องที่ไม่ค่อยเหมาะสักเท่าไหร่ เพราะสภาพอากาศที่ร้อนและแห้งนั้น อาจทำให้ไม้แตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เฟอร์นิเจอร์เหล็กขึ้นสนิม หรือทำให้สีผ้าและไม้ซีดลง อีกทั้งยังจะทำให้พลาสติก และวัสดุสังเคราะห์อื่น ๆ เสื่อมคุณภาพเร็วขึ้น ในขณะที่ หากอากาศชื้นมากเกินไป บ่อยๆ เข้า ก็จะทำให้ไม้เน่าได้ หรือลมที่พัดแรงเกินไป ก็สามารถทำให้เฟอร์นิเจอร์อลูมิเนียมปลิวไปกับลมได้เช่นกัน
ในการเลือกเฟอร์นิเจอร์ สำหรับพื้นที่กลางแจ้ง พี่ไว้ใจ แนะนำว่า เราควรพิจารณาตามสภาพอากาศของบ้านเรา ดูตำแหน่งการวางให้เหมาะสม รวมถึงคุณสมบัติของวัสดุเฟอร์นิเจอร์เป็นหลัก เช่น โลหะ ส่วนใหญ่จะไม่ได้รับผลกระทบจากแสงแดด แต่ก็เก็บความร้อน ส่วนวัสดุที่ทำจากพลาสติกและยางนั้น มักเสี่ยงต่อความเสียหายจากรังสียูวี รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ไม้ ที่คุณภาพอาจจะแข็งแรงและทนต่อสภาพอากาศ แต่เมื่อนานวันเข้า พื้นผิวนั้นจะสึกหรอ หรือเกิดการพองจากการโดนฝน ซึ่งอาจจะต้องทาสีไม้ใหม่ หรือเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ไปเลย
2. ตรวจวัดขนาดของพื้นที่กลางแจ้ง
ก่อนที่เราจะซื้อเฟอร์นิเจอร์ outdoor ให้ตรวจสอบวัดขนาดพื้นที่กลางแจ้งบริเวณบ้านว่า มีเท่าไร และมีรูปร่างอย่างไร ซึ่งอาจจะร่างภาพเอาไว้คร่าว ๆ ก่อนก็ได้นะคะ เช่น สวนหน้าบ้าน มีพื้นที่ขนาดเท่าไหร่ พื้นที่ดาดฟ้า มีความกว้าง และความยาวแค่ไหน อีกทั้งควรดูทิศทางของลม และแสงแดดด้วย ว่าตกกระทบมาตรงกับตำแหน่งของเฟอร์นิเจอร์ที่วางไว้หรือไม่
ขอแนะนำว่าให้ใช้ขนาด และรูปทรงของพื้นที่กลางแจ้งของเพื่อน ๆ มากำหนดขนาดของเฟอร์นิเจอร์ และที่สำคัญที่สุด อย่าลืมเว้นที่ว่างไว้รอบ ๆ เฟอร์นิเจอร์ เพื่อเป็นพื้นที่สำหรับการเดินเข้า – ออก ความกว้างอย่างน้อย ไม่ต่ำกว่า 60 เซนติเมตร ด้วยนะคะ แต่หากมีพื้นที่ขนาดเล็ก อาจจะใช้เป็น ชุดโต๊ะสนาม เพราะใช้พื้นที่ไม่มาก เล็กกะทัดรัด พับเก็บได้ง่าย แถมยังมีความสวยงาม แข็งแรง และคงทนอีกด้วยค่ะ
3. ออกแบบตำแหน่งที่วางของเฟอร์นิเจอร์
ให้พิจารณาสภาพอากาศ และสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ของสวนหน้าบ้าน หรือพื้นที่กลางแจ้ง มาประกอบในการจัดวาง เฟอร์นิเจอร์ outdoor ด้วยนะคะ เพื่อจะได้เลือกเฟอร์นิเจอร์ได้อย่างเหมาะสม อย่างเช่น ถ้าบริเวณบ้านมีลมแรง เราควรเลือกวางในตำแหน่งที่โดนลมให้น้อยที่สุด และไม่ควรใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีน้ำหนักเบา เพื่อป้องกันไม่ให้เฟอร์นิเจอร์ปลิวไปตามแรงลม
หากบริเวณบ้านมีแสงแดดส่องถึงโดยตรง ควรเลือกตําแหน่งที่มีร่มเงา เช่น ใกล้เงาต้นไม้ หรือใกล้บริเวณเงาบ้าน ก็จะสามารถลดความร้อนได้เป็นอย่างดี รวมถึงให้ดูพื้นบริเวณที่วางเฟอร์นิเจอร์ด้วยว่า เป็นพื้นหญ้า พื้นไม้ หรือพื้นปูน เช่น ไม่ควรวางไม้สน หรือโลหะ ไว้บนพื้นหญ้าโดยตรง เพราะความชื้นจากพื้นดิน จะทำให้ไม้เน่าเปื่อยได้ หรือทำให้โลหะบางชนิดกัดกร่อนได้เช่นกัน
4. ใส่ใจกับความสะดวกสบาย
ถ้าหากเพื่อน ๆ ต้องเลือก เฟอร์นิเจอร์ outdoor มาใช้เพื่อการพักผ่อน ก็ควรเลือกแบบที่เน้นเรื่องความสบาย พร้อมเลือกวัสดุสำหรับใช้งานกลางแจ้ง ในคุณภาพที่ดี ทนต่อการซีดจาง และโรคราน้ำค้าง หากเก้าอี้ หรือโซฟาที่ไม่มีเบาะ แนะนำให้หาเบาะ และหมอน มาเพิ่มเติมค่ะ แต่เบาะกับหมอนนั้น อาจมีอายุการใช้งานน้อยกว่าเฟอร์นิเจอร์ จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนบ้าง นอกจากนี้ ยังมีเก้าอี้บุนวม เก้าอี้โยก ที่เหมาะสำหรับเอนกาย หรือนอนพักผ่อนกลางแจ้งได้อีกด้วยนะคะ ที่สำคัญ อย่าลืมไปทดลองนั่ง หรือทดลองใช้งานจริงด้วยตัวเราเอง ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ เพราะคงไม่ดีแน่ หากว่ามีดีไซน์ที่สวยงาม แต่เมื่อนั่งไปนาน ๆ กลับไม่ตอบโจทย์เรื่องความสบาย ให้กับเพื่อน ๆ และคนในครอบครัว
5. การดูแลรักษา เฟอร์นิเจอร์ outdoor
สำหรับการดูแลเก็บรักษา เฟอร์นิเจอร์กลางแจ้ง เป็นอีกเรื่องสำคัญที่เพื่อน ๆ ควรรู้ ก่อนตัดสินใจซื้อ เฟอร์นิเจอร์ outdoor เพราะนอกจากจะต้องมีความแข็งแรงทนทาน และดูแลรักษาง่ายแล้ว จำเป็นต้องพิจารณาตำแหน่งของการวางเฟอร์นิเจอร์ให้เหมาะสม ให้อยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่ถูกแสงแดดโดยตรงตลอดทั้งวัน หรือหากเคลื่อนย้ายไม่ได้ ก็ควรเช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำสะอาด และเคลือบเงากันรอย เพื่อให้เฟอร์นิเจอร์คงความสวยงาม และยืดอายุการใช้งานให้คงทน อยู่ในสภาพเดิมต่อไปนาน ๆ
6. งบประมาณ การซื้อ เฟอร์นิเจอร์ outdoor
งบประมาณของเพื่อน ๆ อาจจะกำหนด วัสดุ และขนาดของเฟอร์นิเจอร์ ที่สามารถซื้อได้ แต่ก็ควรเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ที่ดีที่สุด ที่เราสามารถจ่ายได้ เนื่องจากเฟอร์นิเจอร์ที่มีคุณภาพดีย่อมมีราคาที่สูง อายุการใช้งานก็ยาวนานเช่นกัน แต่ถ้าหากเพื่อน ๆ คนไหน มีงบประมาณไม่มากพอ อาจจะเลือกวัสดุที่มีราคาไม่แพง แต่ยังมีความคงทน เช่น ชุดโต๊ะสนาม ที่ทำจากอลูมิเนียม หรือมองหาไม้ที่มีราคาไม่แพง นอกจากนี้แล้ว พี่ไว้ใจ แนะนำว่า ให้เลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ในช่วงเวลาที่มีการจัดโปรโมชั่นลดราคา หรือร้านขายเฟอร์นิเจอร์มือสอง ก็สามารถประหยัดเงินในกระเป๋าได้ค่ะ
สรุปส่งท้าย
6 เคล็ดลับน่ารู้ทั้งหมดนี้ จะเป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับให้เพื่อน ๆ ได้เลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ outdoor ที่มีคุณภาพ เหมาะสมกับการใช้งานกลางแจ้ง อีกทั้งยังทำให้พื้นที่สวนหน้าบ้าน หรือพื้นที่กลางแจ้งอื่น ๆ กลายเป็นที่พักผ่อนที่สวยงามยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับการทำกิจกรรมร่วมกันของคนในบ้าน เพื่อให้ทุก ๆ วัน เป็นวันที่มีความสุขของครอบครัวนั่นเอง














