เป็นเรื่องปกติที่แมวจะตัดสินใจกะทันหันว่า ไม่ต้องการกินอาหาร หรืออาหารบางอย่าง อีกต่อไป ซึ่งเพื่อน ๆ ควรหาสาเหตุและควรสังเกตว่า ทำไม แมวไม่กินอาหาร ? เพราะอาจจะเกิดจากสาเหตุที่ไม่ค่อยดีก็เป็นได้ เอาล่ะ พี่ไว้ใจ ก็มี วิธีสังเกตอาการและพฤติกรรมของน้องแมวที่ไม่ยอมกินข้าว มาแนะนำให้เพื่อน ๆ ได้ทราบถึงสาเหตุที่แท้จริง และจะได้เตรียมแก้ได้ถูกต้อง มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง
เลือกอ่านตามหัวข้อที่สนใจ
แมวไม่กินอาหาร เพราะอะไร ?
หากน้องแมวของเพื่อน ๆ รู้สึกว่าไม่สบาย แมวอาจจะหยุดกินอาหาร หรือ แมวไม่ยอมกินข้าว เพราะเป็นไปได้ว่ามีบางอย่างติดอยู่ในกระเพาะหรือลำไส้ หรือหากบ้านไหนมีน้องแมวที่อ้วนท้วนสมบูรณ์ดี (เกินไป) แต่กลับหยุดกินอาหาร นั่นอาจเป็นเพราะเป็นโรคไขมันพอกตับ หรือโรคไขมันในตับ เนื่องจากแมวที่อ้วนจะสามารถพัฒนาไขมันในตับได้อย่างรวดเร็วเพียงแค่ไม่ทานอาหาร 2-3 วัน ซึ่งอาจถึงแก่ชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษา
อย่างไรก็ตาม การที่น้องแมวไม่ยอมกินอาหาร อาจจะไม่ได้มาจากสาเหตุนี้เสมอไป ดังนั้น เรามาลองสังเกตอาการของน้องแมวกันก่อนดีกว่า เพราะอาจเกิดจาก 7 สาเหตุสำคัญเหล่านี้ก็ได้
1. เป็นโรคระบบทางเดินหายใจ
ปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ อาจส่งผลต่อการรับรู้กลิ่น หรือความสามารถในการหายใจของแมว และนำไปสู่การเบื่ออาหารได้ โดยโรคทางเดินหายใจส่วนบน อาจอุดตันจมูกและตาของแมว ส่งผลให้สูญเสียหรือจำกัดการมองเห็นและกลิ่นชั่วคราว
ส่วนโรคทางเดินหายใจส่วนล่าง อาจส่งผลต่อปอดของแมว ทำให้หายใจลำบาก ซึ่งจะทำให้ แมวไม่ยอมกินข้าว ดังนั้นจึงต้องปรึกษาสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด และหากมีอาการรุนแรงจะต้องเข้ารับการรักษาทันที
2. ระบบการย่อยอาหารมีปัญหา
ปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร ลำไส้ ตับอ่อน หรือส่วนอื่น ๆ ของระบบย่อยอาหารที่ผิดปกติ อาจทำให้แมวหยุดกินอาหารได้ และจะส่งผลให้แมวของเพื่อน ๆ มีอาการท้องร่วง อาเจียน หรือปวดท้องควบคู่ไปด้วย
จากอาการดังกล่าวจะทำให้ความอยากอาหารลดลง ซึ่งเป็นสัญญาณแรกของปัญหาระบบย่อยอาหาร อาจมีปัญหาตั้งแต่โรคกรดไหลย้อน เนื้องอก ความไม่สมดุลของแบคทีเรียในลำไส้ ปรสิต โรคลำไส้แปรปรวน และปัญหาอื่น ๆ ตามมา
3. มีสิ่งแปลกปลอมในร่างกาย
หนึ่งในนิสัยของแมวก็คือ การรักความสะอาด ที่ชอบจัดการทำความสะอาดร่างกายด้วยการเลียขนอยู่ตลอดวัน ขนแมวอาจจะเข้าไปรวมเป็นก้อน กระจุกอยู่ในกระเพาะอาหารหรือลำไส้ และไม่สามารถย่อยได้ ทำให้แมวอาเจียน ท้องเสีย และไม่อยากกินอาหาร ส่งผลให้เกิดปัญหาของการอุดตันทางเดินอาหาร ซึ่งเป็นเรื่องอันตรายที่ทำให้ถึงแก่ชีวิตได้
4. โรคภายในช่องปาก
การเกิดโรคเหงือกและอาการอักเสบในช่องปาก หรือคราบหินปูนมาจากเชื้อแบคทีเรียที่สะสมอยู่ โดยส่วนใหญ่น้องแมวจะแสดงอาการเจ็บปาก น้ำลายไหล มีกลิ่นปาก ไม่ชอบให้สัมผัสบริเวณหน้า หรือ แมวไม่ยอมกินข้าว เป็นต้น ดังนั้น จึงต้องพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและรักษาต่อไป
5. รสชาติอาหาร
แมวเป็นสัตว์ที่มีประสาทสัมผัสในการรับรส รับกลิ่นที่ไว และบางตัวชอบกินอาหารรสเดิมอยู่เป็นเดือนหรือเป็นปี มีบางครั้งที่จู่ ๆ ก็อยากจะเลิกกินไปเลย สาเหตุหนึ่งอาจจะเป็นเพราะผู้ผลิตอาหารแมวเปลี่ยนส่วนผสมบางอย่าง ซึ่งน้องแมวจะรับรู้ได้ และหากไม่ชอบก็จะทำให้เลิกกินไปในที่สุด
6. รูปร่างอาหาร
แมวมักจะไวต่อรูปร่างและพื้นผิวของอาหารบางอย่าง แมวบางตัวชอบรูปสามเหลี่ยม บางตัวชอบรูปทรงกลม และบางตัวจะกินแต่อาหารแห้งกรุบกรอบ หรืออาหารเปียกกระป๋องเท่านั้น ซึ่งพฤติกรรมและความชอบของน้องแมวเหล่านี้ เพื่อน ๆ ต้องคอยสังเกตกันด้วยนะคะ
7. อาหารหมดอายุ เน่าเสีย
เมื่อน้องแมวไม่กินอาหาร อีกหนึ่งสาเหตุที่มองข้ามไม่ได้เลย นั่นก็คือ เพื่อน ๆ อาจจะเผลอให้อาหารแมวที่หมดอายุ เน่า หรือ เสีย ดังนั้น อย่าลืมตรวจสอบวันหมดอายุของอาหาร หรืออย่างน้อยที่สุดให้ลองดมดูก่อนว่ามีกลิ่นเหม็นเปรี้ยวหรือไม่ ก่อนที่จะนำอาหารไปให้น้องแมวทุกครั้งนะคะ
Tips : เพื่อน ๆ รู้หรือไม่ว่า อาหารแมวแบบแห้ง อาจเหม็นอับหรือเหม็นเปรี้ยวได้ หากไม่มีวิธีการเก็บที่ดี ควรใช้ช้อนหรืออุปกรณ์ตักอาหาร เพื่อลดการสัมผัสและการปนเปื้อนในอาหาร พี่ไว้ใจแนะนำให้ใช้กล่องเก็บอาหารที่มีตัวล็อคสนิท เพื่อถนอมอาหารไม่ให้สัมผัสความชื้น ไม่ตากแดด เพื่อยืดอายุให้กับอาหารนะคะ
เทคนิคง่ายๆ แก้อาการแมวไม่กินอาหาร
แมวไม่กินอาหารเป็นเพราะอะไร ? บางทีเพื่อน ๆ อาจจะแค่เกลี้ยกล่อมให้น้องแมวกลับมากินอาหารอีกครั้งก็ได้ โดยที่เราก็สามารถตรวจดูอาการเบื้องต้น และลองใช้วิธีที่จะทำให้น้องแมวของเพื่อน ๆ กลับมาทานอาหารด้วยตัวเองกันก่อน อย่างเช่น
- ลองเปลี่ยน รสชาติ เนื้อสัมผัส หรือรูปร่างของอาหาร รวมไปถึงภาชนะที่ใส่อาหาร
- ทำอาหารให้แมวด้วยตัวเอง ด้วยการปรุงสดใหม่
- ตรวจสอบรสชาติของอาหารแมวอยู่เสมอ ว่ามีการเปลี่ยนแปลงสูตรหรือส่วนผสมหรือไม่
- หากแมวหายใจติดขัด ไม่ได้กลิ่นอาหาร ให้ทำการล้างจมูก โดยการใช้น้ำเกลือหยดเข้าไปที่บริเวณรูจมูก วิธีนี้จะช่วยลดน้ำมูก ช่วยให้หายใจสะดวกขึ้น และเพื่อให้แมวกลับมาได้กลิ่นอีกครั้ง
- ปรับการให้อาหารเปียก เปลี่ยนจากการให้อาหารเปียกแบบเย็น ๆ มาเป็นอาหารเปียกที่ผ่านการอุ่นด้วยไมโครเวฟแค่ประมาณ 2-3 วินาที หรือ เป็นอาหารกระป๋องสำหรับลูกแมว เช่น ปลาทูน่ากระป๋อง ไก่กระป๋อง เพื่อกระตุ้นความอยากอาหาร
สรุปส่งท้าย
คนรักแมวอย่างเราควรรู้เรื่องสำคัญที่สุดของแมวที่เรารัก นอกจากที่จะสังเกตอาการภายนอกแล้ว ในเรื่องของสุขภาพภายในก็ต้องสังเกตด้วยนะคะ เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ไม่ควรมองข้าม โดยเพื่อน ๆ สามารถสังเกตได้จากอาการที่น้องแมวแสดงออกมา และเมื่อเห็นว่าอาการไม่ดีขึ้นควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อทำการตรวจและรักษาโดยเร็วค่ะ














