ติดตามไว้ใจ :

รู้ก่อน ดีกว่า กับ 7 ข้อต้องเช็ก ก่อนตกลง เช่าคอนโด

รู้ก่อน ดีกว่า กับ 7 ข้อต้องเช็ก ก่อนตกลง เช่าคอนโด

ชอบเรื่องนี้ใช่ไหม? แชร์เลย

10

การทำงานในเมืองใหญ่ ไม่ใช่เรื่องง่าย ไหนจะต้องรีบเร่งในชั่วโมงเร่งด่วน ฝ่าฝนตก ฝ่ารถติด เสียเวลาไปเท่าไหร่แล้วกับปัญหาเหล่านี้ จึงทำให้เกิดอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนทำงานในเมือง คือ การช่าคอนโด เพื่ออยู่อาศัยในช่วงระยะเวลาหนึ่ง นอกจากการเลือกห้องที่ใช่ ในโลเคชั่นที่ตอบโจทย์แล้ว การตรวจสอบให้แน่ใจก่อนทำการตกลงกับผู้ให้เช่า ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม และนี่คือ 7 ข้อต้องเช็กให้ครบ ก่อนตกลง เช่าคอนโด ที่ พี่ไว้ใจ นำมาฝากเพื่อนๆ จะมีอะไรที่พลาดไม่ได้บ้างนั้น ตามมาดูกันเลย

เลือกอ่านตามหัวข้อที่สนใจ

  1. เช็กสัญญาเช่าคอนโดให้ละเอียด
  2. เช็กกฎระเบียบการอยู่อาศัย
  3. Check List สิ่งของหรือเฟอร์นิเจอร์ภายในห้อง
  4. การปรับปรุง ซ่อมแซมห้อง
  5. การจ่ายค่าเช่าล่วงหน้าหรือล่าช้า
  6. เจ้าของห้องมีสิทธิ์เข้าไปตรวจเช็กในห้องได้หรือไม่
  7. ค่าประกันหรือทำความสะอาดก่อนคืนห้อง

1. เช็กสัญญา เช่าคอนโด ให้ละเอียด

พอเห็นตัวหนังสือเรียงกันเยอะๆ หลายหน้ากระดาษ อาจทำให้เรามองข้ามรายละเอียดเล็กน้อยที่สำคัญไป ดังนั้น เมื่อไหร่ก็ตามที่มีการทำสัญญา ผู้เช่าควรอ่านให้ครบทุกตัวอักษร ตั้งแต่บรรทัดแรกจนถึงบรรทัดสุดท้าย ขอแนะนำให้เพื่อนๆ พยายามอ่านให้ละเอียดว่าข้างในสัญญาเช่าคอนโด ระบุอะไรไว้บ้างก่อนเซ็นสัญญาจริง เพื่อป้องการความผิดพลาดที่อาจจะเกิดตามมาในอนาคต

2. เช็กกฎระเบียบการอยู่อาศัยให้แน่ก่อน เช่าคอนโด

ทางเจ้าของห้องจะกำหนดและอธิบายมาเป็นข้อหรือระบุในสัญญาเกี่ยวกับเรื่องกฎระเบียบของการอยู่อาศัยภายในห้อง รวมถึงการใช้ส่วนกลางของคอนโด เช่น ห้ามสูบบุหรี่ ห้ามเลี้ยงสัตว์ (แล้วแต่ละโครงการ) ห้ามส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น หรือห้ามผู้อื่นมาใช้ส่วนกลาง เป็นต้น ซึ่งส่วนนี้ควรจดเช็กลิสต์ไว้เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติ นอกจากนี้ควรเช็กในสัญญาด้วยว่าสามารถติดวอลเปเปอร์ ทาสี ต่อเติม หรือทำการใดๆ ได้หรือไม่ มากน้อยแค่ไหน หากจะทำควรขออนุญาตเจ้าของห้องก่อนหรือต้องมีลายลักษณ์อักษรยืนยัน

3. Check List สิ่งของหรือเฟอร์นิเจอร์ภายในห้อง

ในวันที่เข้าไปดูห้องจริง เจ้าของห้องจะมีกระดาษ Check List มาให้ ว่ามีสิ่งของหรือเฟอร์นิเจอร์อะไรให้บ้าง หากชิ้นไหนมีชำรุดหรือมีรอยขีดข่วนตรงไหน สามารถแจ้งเจ้าของห้องตอนนั้นได้เลย ซึ่งส่วนใหญ่เจ้าของห้องจะถ่ายรูปสิ่งของและเฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นเก็บไว้ให้ตอนเซ็นสัญญา

4. การปรับปรุง ซ่อมแซมห้อง

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตกลงระหว่างผู้เช่ากับเจ้าของห้องว่าใครต้องเป็นคนออกค่าใช้จ่าย เวลาเกิดเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือวัสดุอุปกรณ์ชำรุดเสียหาย ซึ่งถ้าเกิดจากผู้เช่าก็ต้องเป็นคนจ่ายเอง แต่ถ้าเกิดจากการเสื่อมสภาพโดยอายุการใช้งาน หรือถึงเวลาที่ต้องบำรุงรักษา เจ้าของห้องต้องเป็นผู้รับผิดชอบ โดยจะโอนเงินมาให้ผู้เช่า หรือให้ผู้เช่าออกก่อนและค่อยหักจากค่าเช่าเดือนหน้าก็แล้วแต่การตกลง

5. การจ่ายค่า เช่าคอนโด ล่วงหน้า หรือล่าช้า

กรณีเกิดเหตุการณ์ที่ผู้เช่าต้องการจ่ายค่าเช่าล่วงหน้า หรือจ่ายล่าช้ากว่ากำหนด ต้องแจ้งเจ้าของห้องล่วงหน้าก่อนทุกครั้ง หรือถ้ากินระยะเวลายาวนานกว่านั้น ก็อาจมีค่าปรับตามที่ตกลงกันไว้ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักจะกำหนดเอาไว้ในสัญญาว่าไม่ควรจ่ายช้าเกิน 15 วัน ถ้าช้ากว่านั้นและติดต่อผู้เช่าไม่ได้ อาจถูกไล่ออกจากห้อง โดยเจ้าของสามารถเข้าไปในห้องได้โดยไม่ต้องขออนุญาต และทรัพย์สินที่อยู่ภายในนั้นจะตกเป็นของเจ้าของห้องทันที ดังนั้นอย่าลืมสอบถามหรือเช็กข้อนี้ให้ชัดเจน

6. เจ้าของห้องมีสิทธิ์เข้าไปตรวจเช็กในห้องได้หรือไม่

ตามหลักแล้ว เจ้าของห้องที่ให้เช่าจะสามารถเข้าไปตรวจสอบภายในห้องในขณะที่ผู้เช่ายังอยู่ได้ ใน 2 กรณี คือ 1 ตรวจสอบว่ามีส่วนไหนชำรุด หรือถึงเวลาที่ต้องบำรุงรักษา โดยอาจจะพาช่างเข้ามาด้วย กรณีที่ 2 คือ พาผู้เช่าห้องคนต่อไปมาดูห้อง ซึ่งต้องมีการแจ้งผู้เช่าห้องล่วงหน้าก่อนประมาณ 2-3 วัน ไม่สามารถเข้าไปได้ทันทีโดยไม่ได้รับอนุญาต

7. ค่าประกันหรือทำความสะอาดก่อนคืนห้อง 

หากเจ้าของห้องไม่ได้กำหนดไว้ว่าต้องจ้างบริษัททำความสะอาดเท่านั้น ผู้เช่าสามารถขนย้ายของตัวเองออกให้เรียบร้อย โดยให้ห้องอยู่ในสภาพเดิมเหมือนก่อนย้ายเข้า แต่ถ้ามีการกำหนดว่าต้องจ้างแม่บ้านทำให้เท่านั้น ต้องระบุเลยว่าข้างบริษัทไหน และเป็นจำนวนเงินกี่บาท  

สรุปส่งท้าย

ผู้เช่าหลายคนอาจไม่ทันคิดถึงหรือหลงลืมบางข้อบางคำถามเหล่านี้ก่อนทำการตกลงเช่าคอนโด และมารู้คำตอบหลังย้ายเข้ามาพักอาศัยแล้ว อาจทำให้เกิดปัญหาน่าหงุดหงิดหลายอย่างตามมา ดังนั้น ก่อนเซ็นสัญญาหรือตัดสินใจเข้าอยู่ ควรอ่านสัญญาเช่าคอนโดให้ละเอียด และเช็กประเด็นข้อควรรู้ต่างๆ ตามที่เราได้แนะนำไปให้ละเอียดถี่ถ้วน หากเพื่อนๆ มีข้อสงสัยตรงไหนควรรีบสอบถามทันที ที่สำคัญทุกอย่างต้องเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อเป็นหลักฐานให้กับตัวผู้เช่าเองและเจ้าของห้อง จะได้อยู่อาศัยได้อย่างสบายกายสบายใจตลอดระยะเวลาของสัญญานั่นเอง

อยากพูดอะไรเกี่ยวกับบทความนี้

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

*

บทความสุดฮิตติดอันดับ

Category อื่นๆ