สำหรับ คนที่กำลังมองหา ทำเลขายของตลาดนัด เพื่อตัดสินใจ ในการตั้งร้าน ก็คงต้องอยากได้ ทำเลที่ดีที่สุด เพื่อหวังให้ได้ลูกค้า และยอดขายเยอะ ๆ ใช่ไหมคะ แต่รู้ไหมคะว่า การเลือก ตลาดขายของ ที่มีคนเดินเยอะ ๆ แค่อย่างเดียวยังไม่พอค่ะ เพราะถ้ามีแต่คนเดิน ไม่มีคนซื้อสินค้าของเราเลย แสดงว่า เราคงตัดสินใจอะไรบางอย่างพลาดไปแล้วล่ะค่ะ ยิ่งในปัจจุบัน มีคนจำนวนไม่น้อย ที่ผันตัวเองจากงานประจำมาทำธุรกิจค้าขาย เราจึงต้องให้ความสำคัญในการเลือกทำเลให้เหมาะกับสินค้าของเราด้วย วันนี้ พี่ไว้ใจ มี 8 เทคนิค ดี ๆ ในการ เลือกทำเลขายของยังไง ให้ยอดขายของเราปัง ปัง มาฝาก เพื่อน ๆ แม่ค้า พ่อค้า มือใหม่ ไปดูเทคนิคกันค่ะ
เลือกอ่านตามหัวข้อที่สนใจ
- เลือกทำเลที่ใกล้บ้านไว้ก่อน
- เลือกจากการมองเห็นของลูกค้า
- เลือกทำเลจากกลุ่มลูกค้า
- เลือกที่มีคนสัญจรผ่านไปผ่านมา
- เลือกทำเลจากสินค้าที่ขาย
- เลือกทำเลล็อคขายของ
- เลือกทำเลจากค่าเช่า
- การเดินทางและที่จอดรถ
1. เลือกทำเลที่ใกล้บ้านไว้ก่อน
ในการเลือก ทำเลขายของตลาดนัด สำหรับพ่อค้าแม่ค้ามือใหม่ เทคนิคแรกเลย พี่ไว้ใจ แนะนำว่า ควรหาพื้นที่ ตลาดขายของ บริเวณใกล้บ้านเอาไว้ก่อน เพราะทำเลใกล้บ้านนั้นเดินทางสะดวก มีค่าเดินทาง และค่าน้ำมันไม่มาก และเป็นพื้นที่ที่เราคุ้นเคยอยู่แล้ว ว่าเป็นตลาดเช้า ตลาดเย็น หรือตลาดขายเสาร์-อาทิตย์ ตลาดนี้เหมาะกับสินค้าที่เราจะนำมาขายหรือเปล่า และสิ่งที่ต้องวิเคราะห์เพิ่มเติมคือ คนที่อาศัยอยู่ในละแวกนั้น เขาจับจ่ายใช้สอยอะไรกัน มีว่าที่ลูกค้าของเรา มากน้อยแค่ไหน และอย่าลืมดูด้วยว่า สินค้าที่เราจะขาย มีคนขายแล้วหรือยัง เป็นการสำรวจ คู่แข่งกลาย ๆ นั่นเองค่ะ
2. เลือกจากการมองเห็นของลูกค้า
สภาพแวดล้อมรอบ ๆ ทำเลขายของตลาดนัด เราควรลงพื้นที่สำรวจสถานที่จริง แล้วลองทำตัวเป็นลูกค้า หากเมื่อเดินเข้ามาในตลาดนัด จะมีจุดไหนที่เป็นจุดเด่น และไม่โดนบังหน้าร้านบ้าง การเลือกทำเลขายของ จากการมองเห็นของลูกค้า ก็เป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากเลือกจุดที่ลูกค้าส่วนใหญ่มองเห็นง่าย จากทั้ง 2-3 ด้าน ทำเลที่ติดถนนคนผ่านไป – มา มองเห็นได้ หรือ อยู่ใกล้ทางเข้า – ออกที่กว้างและสะดวก ก็จะช่วยดึงดูดลูกค้าได้ง่ายกว่าการที่ไปอยู่ด้านในสุด หรือมุมที่คนไม่ค่อยผ่าน และมองไม่ค่อยเห็นค่ะ
3. เลือกทำเลจากกลุ่มลูกค้า
การวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าว่า ใครคือลูกค้า และ ใครที่ไม่ใช่ลูกค้าของเรา เพราะการเลือก ตลาดขายของ เป็นเรื่องที่สำคัญมาก การมองเพียงแค่ ตลาดนี้คนเดินเยอะมาก แต่ไม่ได้ดูว่า สินค้าที่เหมาะกับตลาดนี้ คืออะไร ก็อาจทำให้สินค้าของเราไม่ได้รับความสนใจจากลูกค้าเลยก็ได้ พี่ไว้ใจ มีตัวอย่าง ให้คิดตามนะคะ เช่น ร้านของเราขายเสื้อผ้าวัยรุ่นสำหรับผู้หญิง แต่เรามาเลือก เช่าทำเลขายของที่ตลาด IT ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ที่มาตลาดนี้ ความต้องการของเขาคือจะมาซื้ออุปกรณ์ IT เป็นหลัก จึงเป็นเรื่องยากมาก ๆ ที่จะทำให้ลูกค้ากลุ่มนี้ หันมาสนใจสินค้าเสื้อผ้าวัยรุ่นสำหรับผู้หญิงของเรา แต่หากสินค้าของเพื่อน ๆ เป็น Gadget (แก็ดเจ็ต) เก๋ ๆ ที่มีไว้เสริมอุปกรณ์ไอที หรือใช้เสริมโทรศัพท์มือถือ ก็น่าจะขายดีมากกว่า อย่างนี้เป็นต้นค่ะ
4. เลือกที่มีคนสัญจรผ่านไปผ่านมา
เมื่อเลือกลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้แล้ว มาดูกันต่อว่า ตรงจุดที่ตั้งร้านของเรานั้น มีคนเดินผ่านไปผ่านมาเยอะไหม มีการเข้าถึงร้านเราได้ง่ายหรือเปล่า มีทางเข้า – ออก ในตลาดกี่ทาง และช่วงเวลาที่มีคนเดินตลาดมากที่สุด (Prime time) เป็นช่วงเวลาไหน ลองนำข้อมูลมาวิเคราะห์ดูว่า จุดที่ร้านเราตั้งอยู่ สามารถขายของได้ทั้งวันเลย หรือ ขายได้เฉพาะบางช่วงเวลา เพราะหากตลาดนัดนั้นไม่ได้เปิดขายทั้งวัน แล้วร้านเราตั้งอยู่ในมุมด้านใน คงเป็นการยาก ที่ลูกค้าจะเดินเข้ามาถึงร้าน ดีไม่ดีพอตั้งร้านเสร็จ ยังไม่ทันขายก็ต้องปิดร้านซะแล้ว ต้องลองพิจารณาให้ดีค่ะ
5. เลือกทำเลจากสินค้าที่ขาย
การเลือก ทำเลขายของตลาดนัด ให้เหมาะกับสินค้าของเรา ก็เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ให้สังเกตดูว่า ในตลาดนั้น มีสินค้าที่เหมือนกับเรามากเกินไปหรือไม่ ตลาดที่มีร้านขายของเหมือน ๆ กัน ยิ่งมีมาก เราก็จะมีคู่แข่งมากตามไปด้วย ดีไม่ดีอาจมีเรื่องการตัดราคาขายกัน ทำให้ต้องใช้กลยุทธ์ในการดึงดูด และเรียกลูกค้าให้มาซื้อสินค้าของเรามากขึ้น เพื่อให้ขายได้ปริมาณมาก ๆ ไม่อย่างนั้นอาจไม่คุ้มกับค่าเช่า พี่ไว้ใจ มีเทคนิคเล็ก ๆ ในการ เลือกทำเลจากสินค้าที่ขายมาให้บางส่วนค่ะ
- ขายอาหาร เป็นสินค้าที่เลือกตลาดได้ง่ายที่สุด เราจะเห็นว่ามีร้านขายของกินได้ในทุก ๆ ตลาด เพราะว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ๆ ในชีวิตประจำวันของผู้คน แต่อาจเลือกมุม ไม่ให้อยู่ใกล้ห้องน้ำ เพื่อไม่ให้กลิ่นห้องน้ำมาทำให้เสียบรรยากาศ
- เสื้อผ้า เครื่องประดับ ดูว่าสินค้าของเรา เหมาะกับกลุ่มไหน ถ้าเป็นแนววัยรุ่น ควรเลือกตลาดที่มีกลุ่มวัยรุ่นเยอะ ๆ เช่น ย่านสถานศึกษา หรือ ย่านที่วัยรุ่นชอบเดิน แต่ถ้าสินค้าของเราเหมาะกับวัยทำงาน หรือวัยผู้ใหญ่ ควรเลือกตลาดย่านออฟฟิศ สำนักงาน หรือตลาดในห้าง จะเหมาะมากกว่า
- อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น สายชาร์จ ชุดหูฟัง ลำโพง เคสโทรศัพท์ สามารถเลือกตลาดทั่วไปได้ เพราะเป็นสินค้า ที่คนทั่วไปสามารถซื้อมาใช้ได้เลย
- อะไหล่คอมพิวเตอร์ อะไหล่โทรศัพท์ ควรเลือกตลาดที่เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับอุปกรณ์พวกนี้ จะเหมาะกว่า เช่น ตึกไอที สแควร์ หรือ ในห้างสรรพสินค้า เพราะอาจต้องมีบริการซ่อม ขนย้าย รวมถึงต้องพิจารณาความสะดวกของที่จอดรถเพิ่มด้วย
6. เลือกทำเลล็อคขายของ
การเลือกล็อคใน ตลาดขายของ มีให้เลือกทั้งแบบ ล็อครายวัน และล็อคประจำ ขึ้นอยู่กับว่า พ่อค้าแม่ค้าต้องการเลือกแบบไหน ลองวิเคราะห์ดูว่า สินค้าของเราเป็นแบบที่ลูกค้าต้องซื้อเป็นประจำ หรือการตั้งร้านของเราสะดวกไหม หากต้องรื้อของ ตั้งเก็บทุก ๆ ครั้ง เช่น ถ้าเราขายอาหาร การมีล็อคประจำจะทำให้ง่ายกับชีวิตพ่อค้าแม่ค้ามากกว่า เพราะการขนอุปกรณ์กันแต่ละครั้งคงเป็นเรื่องที่กินแรง และกินเวลามากพอสมควร ที่สำคัญ ลูกค้าจะจำได้ว่า ถ้าต้องการซื้อจะต้องมาที่จุดไหน แต่ถ้าสินค้าเราเป็นของที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เพื่อไม่ให้ลูกค้าเบื่อง่าย จะเลือกแบบเวียนล็อครายวันก็ได้ค่ะ
7. เลือกทำเลจากค่าเช่า
เป็นอีกเรื่องหลักที่พ่อค้าแม่ค้า ต้องพิจารณาให้รอบคอบ เพราะหมายถึง ต้นทุนที่เราต้องจ่าย สินค้าของเราอาจจะขายดี มีลูกค้ามาซื้อเยอะ แต่ค่าเช่าที่แพงเกินไป ทำให้ขายไม่ได้กำไร หรือเหลือกำไรน้อย นั่นหมายถึง เราทำงานเหนื่อยฟรี ๆ ลองคำนวนค่าใช้จ่ายให้ดี หาวิธีที่สามารถลดต้นทุน หรือเพิ่มกำไรให้กับสินค้าของเรา ตรวจสอบ และเปรียบเทียบค่าใช้จ่าย แต่ละตลาดให้ดี ก่อนตัดสินใจนะคะ
8. การเดินทาง และที่จอดรถ
เรื่องการเดินทางไป ตลาดขายของ และที่จอดรถ เป็นปัจจัยที่สำคัญมาก ๆ ทั้งของลูกค้า และคนขายของ ลูกค้าส่วนมากชอบไปจับจ่ายใช้สอยในตลาดนัดที่เดินทางสะดวก มีที่จอดรถเพียงพอ หลาย ๆ ครั้งเรามักจะได้ยินคำปฏิเสธของการชวนใครสักคนไปซื้อของ คือไม่อยากไป เพราะหาที่จอดรถยาก ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ ควรเลือกทำเลตลาดนัดมีที่จอดรถไว้รองรับได้อย่างเพียงพอ หรือสามารถเดินทางได้สะดวก เช่น ติดถนน ติดแนวรถไฟฟ้า สังเกตดูว่าถ้าตลาดนั้นมีที่จอดรถเยอะมาก แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อลูกค้า แสดงให้เห็นว่า ตลาดนี้มีลูกค้าจำนวนไม่น้อยที่มาจับจ่ายใช้สอย อย่าลืมคำนวณการเดินทางของเราเองด้วย เพื่อจะได้รู้ว่าคุ้มทุนหรือไม่
สรุปส่งท้าย
การที่จะประสบความสําเร็จในการค้าขาย ไม่ใช่เพียงแค่เรามีสินค้าที่มีคุณภาพดี เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับอีกหลาย ๆ ปัจจัยมาประกอบกัน การเลือก ทำเลขายของตลาดนัด ที่ตรงกับสินค้าที่เราขาย ก็เป็นแค่เพียงส่วนหนึ่ง ที่ทำให้เราสร้างยอดขายให้เพิ่มขึ้นได้ หากเพื่อน ๆ อยากให้ร้านค้าของเราเจริญรุ่งเรือง มีกำไรเป็นกอบเป็นกำ ควรศึกษาเพิ่มเติม ทั้งในเรื่องของ การทำการตลาด เทรนด์ของสินค้า การตั้งราคา การบริหารต้นทุน ให้เข้าใจด้วยนะคะ จะได้ช่วยให้ร้านของเราเติบโตได้อย่างยั่งยืนค่ะ













