ติดตามไว้ใจ :

เทคนิคง่ายๆ ทาสีเพดาน ยังไง ให้เหมาะสมกับรูปแบบห้อง

เทคนิคง่ายๆ ทาสีเพดาน ยังไง ให้เหมาะสมกับรูปแบบห้อง

ชอบเรื่องนี้ใช่ไหม? แชร์เลย

10

การตกแต่งที่สำคัญอย่างหนึ่งของห้องทุกห้องก็คือ การใช้สี ไม่ว่าจะเป็นการทาสีผนังและเพดาน หรือการเลือกใช้วอลเปเปอร์ ซึ่งการเลือกใช้โทนสีให้เหมาะสมกับส่วนต่าง ๆ ก็ช่วยสร้างบรรยากาศให้ห้องดูกว้าง หรือแคบลงได้ สำหรับที่กำลังวางแผนจะทาสีห้องใหม่ พี่ไว้ใจ จะมาบอก เทคนิคง่าย ๆ ในการ ทาสีเพดาน ยังไง ให้เหมาะกับลักษณะห้อง ช่วยให้ห้อง มีความโดดเด่น และได้ความรู้สึกที่แตกต่างไปจากเดิม หากเพื่อน ๆ เลือกใช้สี สำหรับทาบนเพดานได้อย่างเหมาะสม จะช่วยให้ห้องนั้น ดูมีชีวิตชีวา เพิ่มอารมณ์สุนทรีย์ ให้กับการใช้เวลาอยู่ในห้องนั้นได้ จะมีเทคนิคการใช้สีอะไรบ้าง ตามมาดูเลยค่ะ

เลือกอ่านตามหัวข้อที่สนใจ

  1. ทาเพดานและผนังห้องด้วยสีเดียวกัน
  2. ทาสีเพดานให้เข้มกว่าผนัง
  3. ทาสีเพดานให้สว่างกว่าผนัง
  4. สีขาว ตัวเลือกสุดคลาสสิกสำหรับสีทาเพดาน

1. ทาเพดานและผนังห้องด้วยสีเดียวกัน

การ ทาสีเพดาน และผนังของห้องให้เป็นสีเดียวกัน ก็เป็นวิธีการที่ง่าย และทำให้โทนของห้องดูไปในทางเดียวกัน แต่หากเพื่อน ๆ กำลังคิดที่จะทาสีห้องด้วยเทคนิคนี้ สิ่งที่ต้องรู้อันดับแรกเลยก็คือ ห้องที่เราจะทาสีนั้น เป็นห้องประเภทไหน ขนาดของห้องเหมาะกับการทาสีอ่อน หรือสีเข้มมากกว่ากัน โทนสีที่ควรหลีกเลี่ยงในการนำมาทาสีเพดาน หรือผนังห้อง คือโทนสีปานกลาง เว้นแต่ว่าเพื่อน ๆ มีเทคนิคในการตกแต่งห้องที่เข้ากับโทนสีห้องแบบนี้จริง ๆ ซึ่งการทาสีเพดาน และผนังห้อง ด้วยสีเดียวกัน จะเหมาะสำหรับประเภทห้องดังต่อไปนี้ค่ะ 

  • ห้องขนาดเล็ก การเลือกใช้โทนสีเข้ม ทาเพดานและผนังของห้องที่มีขนาดเล็ก จะทำให้บรรยากาศของพื้นที่นั้น เต็มไปด้วยสีสัน ให้ความรู้สึกใกล้ชิด ซึ่งห้องจะดูแคบลง แต่หากเพื่อน ๆ ต้องการให้พื้นที่ห้องขนาดเล็ก ดูกว้างขึ้น แนะนำให้เลือกโทนสีสว่าง เพราะจะทำให้ห้องจะดูกว้างขึ้น ตัวอย่างของห้องขนาดเล็ก ที่เหมาะกับการใช้สีเดียวกัน ทาผนังและเพดาน เช่น ห้องน้ำ ซึ่งทำให้ห้องดูใหญ่ขึ้น ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย และสีสว่างยังช่วยให้มองเห็นสิ่งสกปรกได้ง่าย เพื่อสะดวกในการทำความสะอาด
  • ห้องขนาดใหญ่ หากเพื่อน ๆ ต้องการเปลี่ยนสีเพดาน และผนังห้องขนาดใหญ่ ให้เป็นสีเดียวกัน ก็สามารถเลือกโทนสีมาใช้ได้ง่ายเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น การเลือกใช้โทนสีเข้ม หรือสีอ่อน เพียงแค่ตัดสินใจว่า อยากให้ภาพรวมของห้อง ออกมาในบรรยากาศแบบไหน แล้วเน้นไปที่การใช้เฟอร์นิเจอร์ และสไตล์การตกแต่ง เพื่อให้ห้องสวยงามลงตัวค่ะ 
  • ห้องเพดานโค้ง การทาสีเพดานที่โค้ง ด้วยสีเดียวกันกับสีผนังห้อง จะช่วยลดมิติความซับซ้อนของห้องนั้น ๆ แนะนำให้ใช้โทนสีเข้ม หากต้องการให้พื้นที่นั้น ดูมีบรรยากาศอบอุ่น หรือจะเลือกโทนสีที่สว่างกว่า เพื่อปกปิดร่องรอยต่าง ๆ ที่ไม่อยากให้มองเห็น หากเพื่อน ๆ ต้องการทาสีตกแต่งส่วนโค้งของเพดาน เพื่อเน้นให้ส่วนโค้ง มีความโดดเด่น ก็สามารถเลือกเฉดสี ที่เข้มกว่าสีผนังห้อง หรือจะนำวัสดุอื่น ๆ มาตกแต่ง เช่น วอลเปเปอร์พิมพ์ลาย เพื่อเน้นส่วนโค้งให้ดูมีมิติขึ้น

2. ทาสีเพดาน ให้เข้มกว่าผนัง

เทคนิคการ ทาสีเพดาน ให้เข้มกว่าผนังห้อง วิธีนี้จะทำให้ห้องดูกว้างขึ้น แต่อาจจะทำให้เพดานดูต่ำกว่าเดิมนิดหน่อย หากต้องการเปลี่ยนสีห้องสีขาวธรรมดา ให้มีความโดดเด่นมากขึ้น สามารถทาสีเพดานให้มีสีเข้มกว่าผนัง โดยให้สีเพดานเข้มกว่า 2-3 เฉดสี 

  • หากต้องการทำให้ห้องดูอบอุ่นและเป็นกันเองมากขึ้น ให้เลือกทาสีเพดาน โดยใช้โทนสีเข้ม เช่น ดำ เทา น้ำเงิน น้ำตาลเข้ม เป็นต้น โทนสีแบบนี้จะทำให้ห้องดูเท่ ทะมัดทะแมง และดูมีสไตล์ เหมาะกับห้องที่มีเพดานสูง การทาสีเพดานกับสีผนังคนละสีกัน ช่วยให้ห้องดูกว้างขึ้น และช่วยเพิ่มมิติให้ห้องด้วย 
  • สีเข้มบนเพดาน สามารถช่วยสร้างความโดดเด่นให้ห้องของเพื่อน ๆ ได้ แค่ตกแต่งห้อง ให้น่าสนใจด้วยโคมไฟ ก็จะทำให้ห้องดูหรูหรา สวยงามและโดดเด่นขึ้น
  • หากห้องมีผนังสีขาว การเลือกใช้สีเข้มสำหรับเพดาน จะทำให้ห้องตัดกันอย่างโดดเด่น และลงตัวขึ้น

Tips : เคล็ดลับการทาสีเพดาน ลองใช้สีเข้ม เช่น สีเทาชาร์โคล เฉดสีกรมท่า หรือสีน้ำตาลช็อคโกแลต ในห้องที่มีผนังสีขาวเพื่อสร้างลุคที่ตัดกันอย่างน่าทึ่ง 

3. ทาสีเพดาน ให้สว่างกว่าผนัง

เมื่อเราทาสีเพดานด้วยสีที่อ่อนหรือสว่างกว่าสีของผนัง จะทำให้เพดานห้องดูสูงโปร่ง และพื้นที่ของห้องดูกว้างขึ้น เทคนิคนี้จะใช้สีขาวผสมสีพื้นที่เราเลือกในสัดส่วน สีขาว 80% สีพื้น 20% เพื่อเพิ่มความสว่างของสีที่ใช้ทาเพดาน การใช้เทคนิคทาสีแบบนี้ เหมาะสำหรับการทำให้พื้นที่ห้องขนาดเล็ก หรือห้องที่มีเพดานต่ำ ดูกว้าง สูงโปร่งขึ้น เพื่อน ๆ อาจจะใช้ สีทาฝ้าเพดาน ให้มีสีอ่อนกว่าผนัง ถ้าหากกำลังรู้สึกว่า

  • ห้องดูไม่ค่อยมีมิติ หรือ ดูไม่มีบรรยากาศ
  • ชอบความเรียบง่าย และต้องการเปลี่ยนแปลงโทนสีของห้อง
  • สีทาผนังและเพดานที่ทามานานแล้วเริ่มจางลง หากเป็นเช่นนั้น เพื่อน ๆ อาจต้องเลือกสีอื่น สำหรับผนังและเพดาน หรือลองใช้เทคนิค การทาสีเพดานแบบอื่นแทน

4. สีขาว ตัวเลือกสุดคลาสสิกสำหรับ สีทาฝ้าเพดาน

แม้ว่าจะมี สีทาฝ้าเพดาน ให้เลือกมากมาย แต่สีที่นิยมใช้ในการทามากที่สุดก็มักเป็น สีขาว ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด และปลอดภัยที่สุด เราสามารถวางใจให้ทาสีขาวเพื่อปกปิดควันเทียน น้ำมันสำหรับประกอบอาหาร คราบแสงแดด และทำให้ห้องดูสว่างขึ้นได้ การเลือกทาฝ้าเพดานให้เป็นสีขาว มักเป็นทางออกที่ดี เพื่อน ๆ อาจจะต้อง ทาสีเพดาน เป็นสีขาว หากพบว่า

  • ภายในห้องเต็มไปด้วยสีสันที่สดใส อาจจะเป็นสีของเฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์การตกแต่งห้องที่มีสีสัน เราจึงควรเลือกเฉดสีขาว สำหรับเพดาน แต่ถ้าหากเพื่อน ๆ ตัดสินใจ ที่จะทาสีเพดานด้วยสีอื่น มันอาจจะดูไม่กลมกลืน และสีเยอะเกินไปในห้องนั้น
  • ทาเพดานสีขาว ในห้องหลักของบ้าน ในขณะที่สีเข้ม หรือสีอ่อนบนเพดาน มักจะสร้างเสน่ห์อันซับซ้อน และเหมาะสำหรับตกแต่งห้องบางห้อง แต่ก็มีบางครั้ง ที่สีขาวก็เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากเรากำลังจะทาสีในพื้นที่ที่เป็นห้องหลักของบ้าน เช่น ห้องนั่งเล่น หรือห้องครัว ที่ต้องการความเรียบง่าย ดูแล้วสบายตา เพดานสีขาวน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด
  • เพดานห้องที่มีพื้นผิวขรุขระ หรือมีข้อบกพร่องที่มองเห็นได้ การเลือกทาสีขาว จะช่วยอำพรางพื้นผิวของเพดานให้ดูเรียบเนียนมากขึ้น
  • ห้องที่ไม่ได้รับแสงจากธรรมชาติ หากห้องของเราเป็นห้องปิดทึบ ไม่ได้รับแสงจากธรรมชาติ การใช้สีทาเพดานสีขาวจะช่วยให้ห้องสว่างขึ้น เนื่องจากสีขาวเป็นสีโทนสว่าง

สรุปส่งท้าย

เพดานของบ้าน เป็นส่วนที่มีความสำคัญ รองลงมาจากหลังคา การ ทาสีเพดาน จึงต้องอาศัยทั้งความปราณีต และใช้ความละเอียดค่อนข้างมาก ยิ่งถ้าเพดานห้องนั้น เป็นห้องนอนแล้วด้วย เพื่อน ๆ ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เลือกโทนสีที่เพื่อน ๆ ต้องการ และหากไม่มีความชำนาญ ควรเลือกใช้บริการจากช่างทาสีมืออาชีพ ตามศูนย์บริการที่เกี่ยวกับบ้าน หรือจะนำเทคนิคดี ๆ ที่พี่ไว้ใจแนะนำนี้ ไปปรับใช้ก็ย่อมได้นะคะ

อยากพูดอะไรเกี่ยวกับบทความนี้

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

*

บทความสุดฮิตติดอันดับ

Category อื่นๆ

star

อ่านอะไรต่อดี