หัวหอม เป็นพืชผักสวนครัว และสมุนไพรที่หลาย ๆ คนจะต้องมีติดครัวไว้เสมอ เพราะเป็นส่วนประกอบในการทำอาหารที่สำคัญ แต่การหั่นหอม ก็เป็นเรื่องที่ไม่ค่อยสุนทรีย์สักเท่าไหร่ เพราะเราต้องทรมานกับอาการเคืองตา แสบตา จนทำให้น้ำตาไหลออกมา ซึ่งหลายคนคงกำลังหา วิธีปอกหอมไม่ให้แสบตา ได้อย่างไร วันนี้ พี่ไว้ใจ จะมาแนะนำ เคล็ดลับคู่ครัว ในการปอกหรือ หั่นหอม ไม่ให้แสบตา ที่คัดมาแล้วว่าเวิร์คที่สุด! รับรองว่าทำตามแล้ว เพื่อน ๆ จะไม่เสียน้ำตาให้หัวหอมอีกต่อไป
เลือกอ่านตามหัวข้อที่สนใจ
- ทำไมการหั่นหัวหอมถึงทำให้เราน้ำตาไหล ?
- 3 อันดับหัวหอมที่ทำให้น้ำตาไหลมากที่สุด
- 12 วิธีที่เวิร์คและง่ายที่สุด ในการหั่นหอมไม่ให้แสบตา
ทำไมการหั่นหัวหอมถึงทำให้เราน้ำตาไหล ?
เพื่อน ๆ สงสัยกันไหมคะว่า ทำไมเวลาเราหั่นหอม เราถึงมีอาการเคืองตา แสบตา หรือมีน้ำตาไหลออกมา นั่นก็เพราะว่า ในหอมมีสารซัลเฟอร์และเอนไซม์บางชนิด ที่เมื่อเวลาเราหั่นหัวหอม จะปล่อยสารระเหยออกมา
ซึ่งเมื่อระเหยเข้าไปในอากาศ กระทบกับใบหน้าและดวงตา ก็จะก่อให้เกิดอาการระคายเคือง และแสบตา จนน้ำตาไหลออกมานั่นเองค่ะ โดยหัวหอมที่สดใหม่นั้น จะทำให้เราแสบตา หรือเคืองตาน้อยกว่าหัวหอมที่เก่าหรือนานแล้วค่ะ
3 อันดับหัวหอมที่ทำให้น้ำตาไหลมากที่สุด
จากประสบการณ์ในการทำอาหารของพี่ไว้ใจนั้น เราขอจัดอันดับ หัวหอมที่ทำให้น้ำตาไหลมากที่สุด ดังนี้ค่ะ
อันดับที่ 1 คือ หัวหอมใหญ่ ที่ไม่ว่าเราหั่นเมื่อไหร่ จะแสบตา และน้ำตาไหลทันทีเลยค่ะ
อันดับที่ 2 คือ หัวหอมแดง ที่ถึงแม้ว่าชิ้นจะเล็ก แต่ฤทธิ์เยอะเกินตัวเลยค่ะ ที่ทำให้น้ำตาของเราไหล เหมือนกำลังดูฉากดราม่าในซีรีส์เกาหลีเลยทีเดียว
อันดับที่ 3 คือ หัวหอมแขก จะมีฤทธิ์น้อยกว่า 2 อันดับแรก แต่ก็แอบทำให้เราน้ำตาซึมได้เหมือนกันนะคะ
วิธีที่เวิร์คและง่ายที่สุด ในการ หั่นหอม ไม่ให้แสบตา
1. แช่หัวหอมในตู้เย็น วิธีปอกหอมไม่ให้แสบตา ที่เราสามารถทำได้ง่าย ๆ ก็คือ ให้แช่หัวหอมในตู้เย็นไว้ประมาณ 30 นาที ก่อนนำมาปอกเปลือก หั่น และสับ เนื่องจากความเย็น จะช่วยลดสารระเหยจากหัวหอม ที่จะทำให้เราแสบตาจนน้ำตาไหลได้ค่ะ
2. ใช้มีดที่คมมาก การลับมีดให้คม จะช่วยทำให้เรา หั่นหัวหอม ไม่ให้แสบตา ได้ เพราะคมมีดจะลดการทำลายเนื้อหัวหอมไม่ให้ช้ำ ทำให้หัวหอมปล่อยสารระเหยได้น้อยลงนั่นเองค่ะ
3. ใส่แว่นหั่นหัวหอม เป็นวิธีที่แสนง่ายและรวดเร็ว ยิ่งใครที่ใส่แว่นอยู่แล้วสะดวกมากเลยล่ะค่ะ เพียงแค่ใส่แว่นสายตา หรือหยิบแว่นกันแดดมาใส่ ก็ช่วยให้เรา หั่นหอม ไม่ให้แสบตา ได้อย่างง่ายดายเลยค่ะ
4. เคี้ยวหมากฝรั่ง ในขณะที่เราหั่นหัวหอม แล้วเคี้ยวหมากฝรั่งไปด้วยนั้น จะช่วยลดอาการแสบร้อนทางดวงตา เพราะวิธีนี้ เป็นการบังคับให้เราหายใจทางปากแทนจมูก ซึ่งจะช่วยทำให้สารระเหยที่ออกจากหัวหอมกระจายเข้าปากแทน จะช่วยลดปัญหาการแสบตาได้อย่างดี
5. การหั่นในน้ำ การทำด้วยวิธีนี้ จะช่วยให้เราไม่แสบตาได้ค่ะ ด้วยการนำหัวหอมไปหั่นในน้ำ เพราะน้ำจะช่วยละลายสารระเหยไม่ให้กระจายเข้าสู่ตาเราได้ค่ะ
6. ตัดรากท้ายสุด เนื่องจากบริเวณราก จะเป็นจุดที่มีสารซัลเฟอร์สะสมอยู่มากที่สุด ดังนั้น ควรเปลี่ยนวิธีการหั่นหัวหอม โดยการหั่นที่ตัวเนื้อก่อน จากนั้นจึงมาตัดรากออกค่ะ
7. คาบขนมปังในขณะหั่น ขนมปัง นอกจากจะเป็นอาหารเช้าในแต่ละวันของเราแล้ว ยังเป็นตัวช่วยที่ดีในการ หั่นหอม ไม่ให้แสบตา ด้วยค่ะ เพียงแค่คาบขนมปังไว้ในปากระหว่างการหั่น ขนมปังจะช่วยดูดสารระเหยในหัวหอม ก่อนที่มันจะลอยเข้าสู่ตาเรานั่นเองค่ะ
8. หั่นหอมใกล้ความร้อน จะอยู่ใกล้เทียน หรือเตาแก๊ส ก็สามารถทำได้ เพราะเมื่อหัวหอมได้รับความร้อน จะช่วยลดสารระเหยที่ทำให้ให้เรามีอาการแสบตาลงได้ แต่เพื่อน ๆ ก็ต้องระวังไม่ให้ใกล้ไฟมากเกินไปนะคะ เพราะอาจเกิดอันตรายจากความร้อนของเปลวไฟได้ค่ะ
9. แช่ในน้ำอุ่น เพียงแค่นำหัวหอมแช่ลงในน้ำอุ่น ๆ ก่อนที่เราจะนำมาหั่น จะช่วยทำให้หัวหอมอ่อนตัวลง และลดการกระจายของสารระเหยมาสู่ดวงตาเราได้ค่ะ
10. น้ำส้มสายชู ให้เราเทน้ำส้มสายชูลงบนเขียง ก่อนที่จะเริ่มหั่นหัวหอม เพราะน้ำส้มสายชูจะช่วยดูดสารระเหยจากหัวหอมไม่ให้เข้าตาเราค่ะ
11. แช่มีดในน้ำ ก่อนที่จะหั่นหัวหอม แนะนำให้แช่มีดในน้ำก่อนหั่น เพราะการทำเช่นนี้ ก็เพื่อให้น้ำเป็นตัวดูดสารระเหยที่มาจากหัวหอม ในระหว่างการหั่นควรจุ่มมีดในน้ำบ่อย ๆ ด้วยนะคะ และสิ่งที่สำคัญ คือ มีดจะต้องมีความคมด้วยค่ะ
12. ไล่สารระเหยด้วยพัดลม แค่เปิดพัดลมในระหว่างการหั่นหัวหอม ก็สามารถช่วยลดอาการแสบตาลงได้ค่ะ โดยเพื่อน ๆ ต้องอยู่เหนือลม และต้องเป็นบริเวณที่มีพื้นที่โล่งโปร่ง อากาศถ่ายเทได้ดี แรงลมจะช่วยกำจัดสารระเหยที่มาจากหัวหอมได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ
สรุปส่งท้าย
เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับ 12 วิธีปลอกหัวหอมไม่ให้แสบตา ที่พี่ไว้ใจนำมาฝาก เพื่อน ๆ สามารถทำตามได้ไม่ยากเลย ทีนี้เราก็จะสามารถทำอาหาร ที่มีส่วนประกอบของหัวหอม ได้อย่างหมดกังวลเลยค่ะ ซึ่งหัวหอม นอกจากจะเป็นวัตถุดิบในการปรุงอาหารแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อร่างกาย สามารถป้องกันมะเร็งกระเพาะอาหาร ลำไส้ และผิวหนัง รวมถึงอาการแพ้ต่าง ๆ ได้อีกด้วยค่ะ











