ติดตามไว้ใจ :

8 วิธี ออกแบบห้องครัว ให้ทำความสะอาดง่าย เหมือนใหม่อยู่เสมอ

8 วิธี ออกแบบห้องครัว ให้ทำความสะอาดง่าย เหมือนใหม่อยู่เสมอ

ชอบเรื่องนี้ใช่ไหม? แชร์เลย

10

ห้องครัว เป็นห้องที่มีความสำคัญไม่แพ้ห้องอื่นภายในบ้าน โดยเฉพาะบ้านไหนที่ชอบเข้าครัว ทำอาหารทานเองอยู่บ่อย ๆ ความสะอาดในการทำอาหาร ถือเป็นปัจจัยที่สำคัญ ที่ส่งผลต่อสุขภาพของคนในครอบครัว วันนี้ พี่ไว้ใจ เลยจะมาแนะนำ วิธีการจัด และ ออกแบบห้องครัว รวมถึงวิธีการ ทำความสะอาดห้องครัว ให้สะอาดสวยงาม เหมาะสมกับพื้นที่ภายในบ้าน ให้เป็นเรื่องง่าย มาฝากกันค่ะ   

เลือกอ่านตามหัวข้อที่สนใจ

  1. เลือกเครื่องครัวที่ทำความสะอาดง่าย
  2. ทำผนังกันน้ำมันกระเด็น
  3. ใช้ตู้เก็บของที่บานประตูผิวหน้าเรียบ
  4. ออกแบบห้องครัวโดยเลือกท็อปเคาน์เตอร์ครัวที่เหมาะสม
  5. ออกแบบห้องครัวโดยจัดตำแหน่งถังขยะให้ถูกจุด
  6. เลือกสีทาผนังห้องครัวที่ทนทาน
  7. ลดการใช้ชั้นวางแบบเปิดโล่ง
  8. อย่าละเลยพื้นที่ในตู้หรือลิ้นชัก

1. เลือกเครื่องครัวที่ทำความสะอาดง่าย

ในปัจจุบัน เรามักจะตื่นตาตื่นใจไปกับประสิทธิภาพ หรือรูปลักษณ์ของเครื่องใช้ในครัว ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น เตาไฟฟ้าที่เช็ดทำความสะอาดง่าย ไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องใช้น้ำยาทำความสะอาด แถมยังประหยัดพลังงานมากกว่าเตาแก๊ส ควบคุมความร้อนได้อย่างแม่นยำ หรือเตาแม่เหล็กไฟฟ้าแบบฝัง เป็นการออกแบบให้ฝังเข้าไปกับท็อปเคาน์เตอร์ครัว ง่ายต่อการทำความสะอาด และปลอดภัย รวมถึงการเลือกเตาอบ ที่มีฟังก์ชันทำความสะอาดแบบไพโรไลติก หรือการทำความด้วยความร้อนสูงถึง 500 องศา ซึ่งทำให้เตาอบร้อนมาก เพื่อกำจัดไขมันและกลิ่นไหม้ และเครื่องชงกาแฟ พร้อมการทำความสะอาดอัตโนมัติ เป็นต้น เครื่องครัวเหล่านี้ จะช่วยให้เราสะดวกสบายมากขึ้น สามารถประหยัดได้ทั้งเวลา และค่าใช้จ่ายอีกด้วยค่ะ

2. ทำผนังกันน้ำมันกระเด็น

Backsplash หรือ ผนังกันน้ำมันกระเด็น เป็นตัวเลือกยอดนิยม สำหรับผนังห้องครัว ซึ่งในขณะที่เราทำอาหาร ก็มักจะมีน้ำมันกระเด็นติดตามผนัง การทำที่ผนังด้วยวัสดุที่กันรอยน้ำมันได้ดี จะช่วยให้ ทำความสะอาดห้องครัว ของเราได้ง่ายขึ้นมาก แถมยังป้องกันคราบสกปรก จากเศษอาหารได้อีกด้วย Backsplash มีหลากหลายประเภท ได้แก่ แบบแก้วนิรภัย ที่สามารถออกแบบเองได้ แต่ราคาจะค่อนข้างสูง หรือแบบสเตนเลส ที่จะทำความสะอาดได้ง่าย และแบบที่นิยมที่สุด ก็คือ กระเบื้อง นั่นเองค่ะ 

3. ใช้ตู้เก็บของบานประตูผิวหน้าเรียบ

การเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีผิวหน้าเรียบ ไม่ว่าจะเป็น หน้าบานประตู รางลิ้นชัก และถาดใส่ของในลิ้นชัก จะช่วยลดการสะสมของคราบสกปรกตามร่องต่าง ๆ และสันของเฟอร์นิเจอร์ได้ อีกทั้งยังทำความสะอาดง่าย ไม่ต้องเสียเวลาขัดในซอกเล็ก ๆ ที่เช็ดลำบาก

4. ออกแบบห้องครัว โดยเลือกท็อปเคาน์เตอร์ครัวที่เหมาะสม

ท็อปเคาน์เตอร์ คือส่วนที่ใช้งานหนักที่สุดในครัว การ ออกแบบห้องครัว ต้องคำนึงถึง การทำความสะอาด ความทนทาน และความปลอดภัยด้วย เนื่องจากท็อปเคาน์เตอร์ ต้องสัมผัสกับอาหารโดยตรง การเลือกวัสดุคุณภาพดีตั้งแต่ต้น แม้จะสิ้นเปลืองงบประมาณ แต่ก็คุ้มค่า เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเวลา และเสียเงินเปลี่ยนใหม่ในภายหลัง การเลือกวัสดุในการทำท็อปเคาน์เตอร์ครัว มีหลายประเภท เช่น แบบสเตนเลส แข็งแรงและทนทาน ทำความสะอาดง่าย แต่ไม่ทนการขูดขีด และมักเกิดรอยนิ้วมือ, แบบหินแกรนิต ทำความสะอาดง่าย แต่อาจดูไม่ค่อยทันสมัย, แบบหินอ่อน สวยงาม และหรูหรา แต่ไม่ทนต่อกรดและสารเคมี และแบบหินสังเคราะห์ มีสีสันลวดลายที่สวยงาม และผิวสัมผัสให้เลือกมากมาย ซึ่งทำความสะอาดง่าย ไม่มีรอยต่อ และรูพรุน ทนต่อสารเคมี เป็นต้น

5. ออกแบบห้องครัว โดยจัดตำแหน่งถังขยะให้ถูกจุด

ต้นเหตุของความสกปรก และกลิ่นเหม็นที่เกิดขึ้นในครัว ก็คือ การสะสมของของเสียต่าง ๆ ในถังขยะ เราควรวางถังขยะใต้อ่างล้างจาน หรือในลิ้นชักที่ออกแบบเพื่อวางถังขยะโดยเฉพาะ เพื่อง่ายต่อการทิ้ง อาจจะแยกถังขยะออกเป็น 2 ประเภท คือ ถังขยะเปียก เช่น เปลือกผัก เนื้อสัตว์ อาหารที่กินเหลือในแต่ละมื้อ และ ถังขยะรีไซเคิล เช่น ถุงพลาสติกต่าง ๆ ขวดแก้ว ขวดน้ำพลาสติก เพื่อให้สามารถนำไปรีไซเคิลได้ค่ะ

6. เลือกสีทาผนังห้องครัวที่ทนทาน

การทาสีผนังในห้องครัว ซึ่งเป็นห้องที่มีคราบเลอะเทอะจากการทำอาหาร ทำให้เราจะต้องเช็ดบ่อยกว่าห้องอื่น ๆ การเลือกทาสีที่ทนทาน จะทำให้เราทำความสะอาดง่ายขึ้น ทุกวันนี้ นวัตกรรมของสีทาภายในบ้าน มีคุณสมบัติที่เลอะได้ ลบได้ สามารถป้องกันเชื้อรา และแบคทีเรียได้ มีหลายแบบหลายแบรนด์ให้เลือกซื้อมาใช้กัน

7. ลดการใช้ชั้นวางแบบเปิดโล่ง

การ ออกแบบห้องครัว โดยใช้ชั้นวางแบบเปิดโล่ง อาจจะดูสวยงาม แต่จะเป็นที่สะสมของฝุ่น และสิ่งสกปรกต่าง ๆ ได้ง่าย ทำให้การทำความสะอาดยุ่งยาก และเสียเวลามาก เนื่องจากเราต้องย้าย แก้ว จาน ชาม รวมถึงอุปกรณ์ต่าง ๆ แต่ละชิ้น มาเช็ดฝุ่นทำความสะอาดใหม่ทั้งหมด พี่ไว้ใจ ขอแนะนำให้ใช้ชั้นวางแบบปิดแทน เราอาจจะเลือกตู้แขวนติดผนัง ที่มีดีไซน์สวยเรียบ ดูเก๋ และทันสมัย โดยมีชั้นวางขนาดเล็กเพียงชั้นเดียวในตู้ เป็นการแบ่งพื้นที่ภายใน ให้สามารถใส่ของได้เยอะขึ้น

8. อย่าละเลยพื้นที่ในตู้ หรือลิ้นชัก

ลิ้นชักของเคาน์เตอร์ ดูเหมือนจะเป็นที่จัดระเบียบของอุปกรณ์ต่าง ๆ แต่ก็เป็นพื้นที่สะสมของฝุ่นละอองเล็ก ๆ หรือเศษกระดาษ เศษถุงพลาสติกชิ้นเล็ก ๆ ด้วยเช่นกัน ซึ่งเศษฝุ่นละอองพวกนี้ อาจสะสมอยู่ในลิ้นชัก ควรใช้ช่องใส่ของในลิ้นชักที่เช็ดทำความสะอาดง่าย มีความพอดีกับขนาดลิ้นชัก เพื่อยืดอายุการใช้งาน แนะนำให้เลือกเป็นผิวที่เคลือบเมลามีนด้านในตู้ เพราะจะไม่ดูดซับการหกเลอะเทอะของน้ำ เหมือนพื้นผิวไม้โอ๊ค หรือไม้วอลนัทค่ะ

สรุปส่งท้าย

อย่างไรก็ตาม การออกแบบพื้นที่ในห้องครัวให้ทำความสะอาดได้ง่าย ก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง ที่จะทำให้เราประหยัดเวลา ในการ ทำความสะอาดครัว รวมถึงประหยัดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การจ้างพนักงานมาทำความสะอาด การเปลี่ยน หรือรื้อวัสดุอุปกรณ์ในห้องครัว ในกรณีเกิดการชำรุด เป็นต้น สุดท้าย เพื่อสุขอนามัยที่ดีของตัวเรา และบุคคลในครอบครัว เราต้องหมั่นดูแลรักษาความสะอาดห้องครัวบ่อย ๆ เพื่อลดการสะสมของฝุ่นละออง และเชื้อโรคภายในบ้านค่ะ

อยากพูดอะไรเกี่ยวกับบทความนี้

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

*

บทความสุดฮิตติดอันดับ

Category อื่นๆ

star

อ่านอะไรต่อดี