เมื่อรู้สึกเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจากการทำงานนอกบ้าน เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนก็ต้องคิดถึงความสดชื่นสดใสของต้นไม้เขียวๆ ดอกไม้สวยๆ จนอยากมีสวนหรือต้นไม้ไว้ในบ้านเพื่อสร้างบรรยากาศให้ร่มรื่นชื่นใจ แต่ครั้งจะลงมือจัดสวนหรือปลูกต้นไม้เอง ก็กังวลเรื่องการดูแล ความยุ่งยากและลำบาก เพราะเราเองไม่ค่อยชำนาญ แถมอาจใช้งบประมาณเยอะรึเปล่า
จากข้อกังวลต่างๆ บทความนี้ พี่ไว้ใจ จะมาแชร์เทคนิคที่ทำให้เพื่อนๆ เปลี่ยนความคิดว่าการ จัดสวนเองแบบประหยัด เราทุกคนสามารถทำตามได้ ไม่ต้องจ้างมือโปร ก็จัดสวนสวยได้ด้วยตัวเอง ตามมาดู เทคนิคเด็ด ไอเดียโดน จัดสวนเองแบบประหยัด มือใหม่จัดตามได้ง่ายๆ ไปพร้อมกันเลย
เลือกอ่านตามหัวข้อที่สนใจ
วางแผนเลือกจัดสวนสไตล์ไหนดี ?
ใครที่สนใจอยากลอง จัดสวนเองแบบประหยัด เรามาเริ่มจากการหาสไตล์สวนที่ชอบกันก่อนเพราะสวนแต่ละแบบก็จะมีเอกลักษณ์หรือมีองค์ประกอบที่แตกต่างกันไป สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองชอบสวนสไตล์ไหน พี่ไว้ใจจะพาไปเริ่มดูจากรูปแบบการจัดสวนแต่ละแบบกันก่อน โดยดูจากรูปแบบสวน ลักษณะต้นไม้ และองค์ประกอบที่ใช้จัดสวนกันค่ะ
สวนสไตล์ทรอปิคอล (Tropical Garden)
เริ่มที่แบบแรกเป็นแบบที่เหมาะกับสภาพภูมิอากาศบ้านเราที่สุดคือสวนแบบร้อนชื้นนั่นเอง พืชพรรณที่ใช้มีทั้งไม้ใหญ่ ไม้พุ่มขนาดกลางและขนาดเล็กที่หาได้ในบ้านเรา มีราคาไม่สูงมากช่วยให้เพื่อนๆ สามารถจัดสวนง่ายๆ ราคาประหยัดได้ไม่ยาก รวมถึงบางที่ก็นิยมใช้ไม้คลุมดินด้วย องค์ประกอบที่พบกันบ่อยๆ มักจะมีบ่อน้ำหรือสระน้ำ เพื่อให้ความรู้สึกร่มรื่นเหมือนสวนป่าในเขตร้อนชื้นนั่นเอง
สวนสไตล์บาหลี (Balinese Garden)
มีลักษณะคล้ายกับสวนในสไตล์ร้อนชื้น หรือทรอปิคอลแต่จะมีองค์ประกอบของสวนบางอย่างที่เป็นเอกลักษณ์มากขึ้น เช่น การตกแต่งด้วยปูนปั้นหินทราย เครื่องปั้นดินเผา หรือวางศิลาแลงบริเวณทางเดิน รวมถึงการใช้พันธุ์ไม้ประเภทที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะท้องถิ่น เช่น กล้วย ขนุน ชบา เฟิร์น ปาล์ม หรือไม้น้ำอื่นๆ มาเป็นส่วนประกอบด้วย

Credit : unsplash.com
สวนสไตล์อังกฤษ (English Garden)
สวนสไตล์นี้เพื่อนๆ อาจจะนึกถึงสไตล์การจัดรีสอร์ทยอดฮิตแถวๆ ปากช่องหรือเขาใหญ่ที่มีความวินเทจ มีองค์ประกอบน่ารักๆ อย่างเก้าอี้ รั้วไม้สีขาว กระถางต้นไม้ที่ห้อยออกมาจากเสาหรือจากขอบหน้าต่าง ทั้งกระถางสังกะสี กระถางปูนปั้นสีขาว หรือกระถางสานก็สามารถใช้ได้เช่นกัน รวมถึงการปลูกซุ้มไม้ดอก เช่น ไม้จำพวกกุหลาบหรือไม้ดอกที่มีสีสันสดใสตัดกันและมีการเชื่อมพื้นที่แต่ละส่วนด้วยทางเดินหินหรืออิฐ
สวนสไตล์ญี่ปุ่น (Japanese Garden)
องค์ประกอบของสวนญี่ปุ่นจะดูเรียบง่าย สะอาดและให้ความรู้สึกสงบนิ่ง มักจะมีบ่อน้ำหรือน้ำตกรูปทรงธรรมชาติตรงกลาง พร้อมกับมีหินก้อนใหญ่ที่ใช้เป็นเกาะกลาง มีสะพานเล็กๆ มีหินสีธรรมชาติเป็นองค์ประกอบ ส่วนต้นไม้ที่นิยมใช้มักจะไม่นิยมมีแปลงดอกไม้แต่จะใช้ต้นไม้ประเภทสน หลิว ไผ่ และโอ๊คมากกว่า และตกแต่งด้วยส่วนประกอบอื่นๆ บริเวณทางเดิน เช่น ตะเกียงหิน อ่างน้ำ เพื่อให้เกิดความสมดุล
สวนสไตล์มินิมอล (Minimal Garden)
เป็นสไตล์ที่ได้รับความนิยมมากในช่วงนี้เพราะมีความเรียบง่ายดูสะอาดตา ไม่ต้องใช้ต้นไม้เยอะมากนัก ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเน้นเฉพาะไม้ใบที่มีรูปทรงแตกต่างกัน ไม่เน้นไม้ดอกที่มีสีสันฉูดฉาด หรือบางที่ก็จะเน้นไม้ประเภทแคกตัสหรือไม้อวบน้ำไปเลย ภาพรวมของสวนจะดูจากสีของวัสดุเป็นหลัก เช่น สีขาว เทา ดำ เช่น กระถางปูนเปลือย ทางเดินคอนกรีต ไม้ระแนง และโคมไฟตามจุดต่างๆ ในสวน
3 ขั้นตอนการเตรียมตัว จัดสวนเองแบบประหยัด
1. เลือกและเริ่มออกแบบ
ขั้นตอนแรกที่จะทำให้เพื่อนๆ สามารถจัดสวนเองแบบประหยัดได้ เริ่มจากการออกแบบลงในกระดาษเพื่อให้เห็นภาพชัดๆ กันก่อน โดยวาดพื้นที่ที่เราจะจัดสวนลงไป พร้อมกับใส่ระยะความกว้างความยาว ทิศทาง การเชื่อมต่อจากในบ้าน ฯลฯ โดยให้เราระบุพื้นที่ใช้งานและองค์ประกอบของสวนที่เราอยากให้มีลงในกระดาษ
อย่างเช่น พื้นที่นั่งเล่นจะเป็นอะไร เป็นระเบียงไม้หรือวางแผ่นพื้นแล้วตั้งเก้าอี้ ตำแหน่งต้นไม้ใหญ่จะอยู่ตรงไหน มีต้นไม้ที่วางสลับไล่ระดับกันอย่างไรบ้าง มุมไหนมีแดดลงและมุมไหนจะเป็นมุมที่ลมพัดผ่านได้ดี เมื่อเราวาดภาพเหล่านี้ได้แล้วก็จะช่วยในการสื่อสารเวลาไปซื้อต้นไม้ได้ คนขายจะช่วยให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการเลือกชนิดต้นไม้ รวมถึงแนะนำการวางตำแหน่งต้นไม้ให้เหมาะสมกับแสงแดดในแต่ละจุดที่จะวางได้ แถมยังช่วยให้ประเมินงบประมาณคร่าวๆ ให้เราจัดสวนง่ายๆ ราคาประหยัดได้อีกด้วย
2. เลือกซื้อต้นไม้และวัสดุตกแต่ง
การจัดสวนเองแบบประหยัดสามารถหาซื้อต้นไม้และวัสดุตกแต่งสวนได้จากหลายแหล่ง ที่เราคุ้นเคยกันดีที่หลายคนจะนึกถึงคือตลาดนัดสวนจตุจักร แหล่งอื่นๆ ที่อยู่ใกล้กับกรุงเทพก็ยังมีอีกหลายจุด เช่น สนามหลวง 2 , บางใหญ่ , ตลาดพระเงิน , คลอง 15 รังสิต-นครนายก เป็นต้น
แต่สำหรับใครที่อยู่ต่างจังหวัดก็สามารถหาซื้อได้ตามร้านจัดสวนหรืองานเกษตร ตามโครงการต่างๆ เช่น โครงการศึกษาพัฒนาด้านการเกษตร หรือโครงการของมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่มีการศึกษาด้านการเกษตรโดยเฉพาะก็มีต้นไม้จำหน่ายเช่นกัน โดยเพื่อนๆ อาจจะเลือกต้นไม้ที่เป็นต้นไม้ท้องถิ่นที่มีราคาไม่แพง หรือเลือกต้นไม้ที่สามารถเพาะชำขึ้นได้ง่ายๆ อย่าง พลูด่างหรือเฟิร์น ก็ช่วยให้ได้ต้นไม้ราคาประหยัดและสวยงามด้วย
3. เตรียมพื้นที่และลงมือปลูก
เมื่อเริ่มมีภาพคร่าวๆ แล้วก็ถึงเวลาเคลียร์พื้นที่ว่างในบ้าน โดยการเก็บเศษขยะ เศษปูนหรือดินจากการสร้างบ้าน ใช้ทรายปรับระดับพื้นให้ได้ระดับที่ต้องการและลงดินถมสำหรับปลูกต้นไม้ ส่วนไหนที่จะลงต้นไม้ใหญ่ควรมีการขุดความลึกให้พอเหมาะ จากนั้นให้ลงไม้พุ่ม และเว้นระยะสำหรับการวางทางเดินในสวน ซึ่งอาจจะเป็นแผ่นหินหรือการโรยกรวยที่ไม่ต้องใช้งบประมาณมากนัก และตามด้วยการลงไม้คลุมดิน
ส่วนองค์ประกอบอื่นๆ ของสวน เช่น ไฟทางเดิน ประติมากรรมตกแต่ง ก็สามารถหามาวางได้ โดยอาจจะเน้นชิ้นหลักเป็นชิ้นประธานเพียงชิ้นเดียว เพื่อให้องค์ประกอบของสวนดูมีน้ำหนักและดูน่าสนใจ องค์ประกอบอื่นๆ ก็สามารถใช้ชิ้นเล็กกว่ามาวางได้เพื่อให้ดูมีความสำคัญลดหลั่นกันลงไป
3 เทคนิคแถม จัดสวนเองแบบประหยัด
- เน้นความหลายหลากใบไม้ มากกว่าสีสัน
เราสามารถจัดสวนง่ายๆ ราคาประหยัดให้สวยได้โดยไม่ต้องเน้นต้นไม้ราคาแพง แต่เลือกการใช้ต้นไม้ที่มีใบรูปทรงหลากหลาย ทำให้เกิดมิติในสวยได้ เช่น จั๋ง พลับพลึง มอนเสตอร่า เฟิร์น เดหลี เป็นต้น แต่ก็ต้องระวังอย่าให้มากเกินไปเพราะจะทำให้ดูรกได้
- สีสันของสวน
หลากคนอาจจะอยากให้สวนมีสีสันมีชีวิตชีวา แต่ก็ใช่ว่าจะต้องเลือกปลูกไม้ดอกที่มีสีสันหลากหลายสีเท่านั้น เพราะไม้ใบแต่ละชนิดก็มีสีเขียวที่ไม่เหมือนกัน การวางสลับและจัดองค์ประกอบให้มีทั้งไม้ใบสีเขียวอ่อน สีเขียวเข้มและไม้ด่างในจุดที่เป็นจุดนำสายตาก็ช่วยให้การจัดสวนเกิดความน่าสนใจขึ้นมากเลยล่ะ
- การดูแลสวนหลังจัด
ข้อดีของการจัดสวนเองแบบประหยัดนอกจากจะไม่ต้องสิ้นเปลืองงบประมาณที่ใช้ซื้อต้นไม้แพงๆ แล้ว ยังสามารถขยับ โยกย้าย ทำการทดลองกับต้นไม้ได้ การดูแลต้นไม้เองก็ทำให้เจ้าของบ้านได้ใกล้ชิดกับต้นไม้มากขึ้นด้วย รู้ว่าต้นไหนชอบแดด ชอบน้ำแบบไหน สามารถปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสวนได้มากขึ้นในอนาคต
สรุปส่งท้าย
การจัดสวนสวยๆ แบบที่เราเห็นกันตามหน้านิตยสารหรือในเว็บต่างๆ คงจะไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับเพื่อน ๆ กันแล้วใช่มั้ยล่ะ เพราะการจัดสวนเองแบบประหยัดนั้น แค่รู้เทคนิคก็สามารถทำตามได้ไม่ยากอย่างที่คิด สำหรับบางคนที่ยังมีงบประมาณไม่มากนักอาจจะลองเริ่มจากพื้นที่ว่างเล็กๆ ในบ้านส่วนหนึ่งก่อน เพื่อเป็นการเรียนรู้ทั้งการดูแลต้นไม้และปรับรูปแบบต้นไม้ให้เข้ากับสภาพพื้นที่ก่อนที่จะปลูกจริงทั้งหมดก็ได้เช่นกัน
















