สำหรับใครที่พักอาศัยในคอนโดและอยากจะมีสัตว์เลี้ยงเป็นน้องแมวน่ารักๆ ไว้เป็นเพื่อนแก้เหงา แต่ก็ยังมีข้อกังวลใจมากมาย ทั้งจะเลี้ยงแมวยังไงดี? ปล่อยแมวไว้ในห้องตัวเดียวได้มั้ย? จะอึดอัดหรือเปล่า? เพราะการมีสัตว์เลี้ยงสักตัวไม่ใช่เรื่องเล็ก วันนี้ พี่ไว้ใจ ก็เลยมี 9 เรื่องต้องรู้ ก่อน เลี้ยงแมวในคอนโด มาสำรวจกันก่อนว่า จะต้องเตรียมความพร้อมอะไรบ้าง รวมถึงเรื่องต่างๆ ที่ต้องพิจารณาให้ดีก่อนตัดสินใจ เลี้ยงแมวในห้อง มาดูกันเลยค่ะ
เลือกอ่านตามหัวข้อที่สนใจ
- เช็กให้ดี คอนโดนี้เลี้ยงสัตว์ได้หรือไม่?
- เรียนรู้นิสัยของแมวก่อนว่ารับได้หรือไม่
- เลี้ยงแมวในคอนโดอยู่ในห้องเล็กๆ แมวจะอึดอัดมั้ย?
- เตรียมตัวอย่างไรเมื่อต้องปล่อยแมวไว้ในห้องตัวเดียว
- ปัญหาเสียงแมวร้อง
- จัดการกระบะทราย เก็บกลิ่นให้อยู่หมัด
- จุดวางอาหารและน้ำที่ไม่ควรมองข้าม
- แมวกับนิสัยข่วนเฟอร์นิเจอร์
- เก็บของล่อตาล่อใจแมวให้มิดชิด
1. เช็กให้ดี คอนโดนี้เลี้ยงสัตว์ได้หรือไม่?
อย่างที่รู้กันว่าคอนโดส่วนใหญ่ไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ เพื่อป้องกันไม่ให้ไปรบกวนลูกบ้านคนอื่นๆ เนื่องจากคอนโดเป็นที่อยู่อาศัยที่มีการอยู่ร่วมกันกับลูกบ้านอีกหลายห้องและหลายชั้น การเลี้ยงสัตว์อาจเป็นการรบกวนห้องใกล้เคียงได้ ทั้งในเรื่องของเสียงร้องและกลิ่นไม่พึงประสงค์ แต่ในบางคอนโดก็อนุญาตหรืออนุโลมให้เลี้ยงสัตว์ขนาดเล็กที่ไม่ส่งเสียงดังได้ ทางที่ดีเราควรเช็กให้ดีก่อน และต้องมีความมั่นใจว่าเราจะสามารถรับผิดชอบเลี้ยงสัตว์ไม่ให้ไปรบกวนคนอื่นๆ ได้
2. เรียนรู้นิสัยของแมวก่อนว่ารับได้หรือไม่
แมวเป็นสัตว์เลี้ยงที่พื้นฐานแล้วจะมีนิสัยขี้อ้อน ถึงแม้ว่าบางตัวอาจจะไม่ได้อ้อนเจ้าของตลอดเวลา แต่เมื่อถึงเวลาที่น้องแมวต้องการอะไรสักอย่าง เช่น ต้องการอาหาร หรืออยากเล่นกับเรา ก็มักจะเข้ามาอ้อนด้วยการส่งเสียงร้อง หรือก่อกวนเพื่อเรียกร้องความสนใจ โดยเฉพาะในช่วงกลางดึกหรือเช้ามืดที่เรากำลังหลับสบาย หากน้องแมวเกิดหิวหรืออยากเล่นขึ้นมา เราจะต้องโดนปลุกแน่นอน ก็อาจจะสร้างความกวนใจได้ โดยเฉพาะคนที่นอนหลับยาก หากตื่นกลางดึกบ่อยๆ ก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ รวมถึงนิสัยอื่นๆ ของน้องแมวที่เราจะต้องทำความเข้าใจก่อน เลี้ยงแมวในห้อง และตัดสินใจด้วยตัวเองว่า เรารับได้หรือไม่
3. เลี้ยงแมวในคอนโด อยู่ในห้องเล็กๆ แมวจะอึดอัดมั้ย?
เป็นอีกหนึ่งคำถามที่หลายคนสงสัยว่า ถ้าหาก เลี้ยงแมวในคอนโด หรืออยู่ในห้องเล็กๆ ตลอดเวลา น้องแมวจะอึดอัดมั้ย ซึ่งโดยธรรมชาติแล้ว แมวเป็นสัตว์ที่ชอบอยู่ตัวเดียว อาจมีช่วงเวลาที่อยากเล่นกับเราบ้าง แต่โดยส่วนใหญ่ก็มักจะชอบหาพื้นที่เล็กๆ เป็นที่นอนประจำมากกว่า ทำให้เรื่องขนาดของพื้นที่ในการเลี้ยงแมวไม่เป็นปัญหาสักเท่าไหร่ ถ้าไม่ได้เลี้ยงหลายตัวจนเกินไป แต่ถ้ากลัวน้องแมวจะเหงา พี่ไว้ใจแนะนำว่า ลองหามุมกระจกให้น้องแมวได้นั่งชมวิวดูนกข้างนอก เท่านี้น้องแมวของเราก็แฮปปี้แล้วค่ะ
4. เตรียมตัวอย่างไรเมื่อต้องปล่อยแมวไว้ในห้องตัวเดียว
เลี้ยงแมวในคอนโด หากในระหว่างวันเราต้องออกไปข้างนอกและต้องทิ้งน้องแมวไว้ในห้องตัวเดียว ก็ไม่ต้องเป็นกังวลเลยค่ะ น้องแมวของเราสามารถอยู่ในห้องได้สบายๆ เพียงแค่เตรียมอาหาร น้ำ ของเล่น และกระบะทรายไว้ให้พร้อม ส่วนเรื่องที่กลัวว่าน้องแมวจะร้อนเพราะอยู่ในห้องปิด พี่ไว้ใจไม่แนะนำให้เปิดพัดลมทิ้งไว้ให้น้องแมวนะคะ เพราะอาจเกิดอันตรายหรือไฟช็อตได้ ส่วนการเปิดหน้าต่างก็ไม่ควรเช่นกัน พี่ไว้ใจแนะนำว่า หากห้องของเราไม่ได้ร้อนจนเกินไป น้องแมวก็สามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องเปิดพัดลมหรือแอร์เลยค่ะ แต่ถ้าจะให้ดีก็ควรมีช่องระบายอากาศเล็กๆ ที่แมวไม่สามารถกระโดดออกไปได้ หรือจะใช้ตาข่ายและรั้วสูงๆ กั้นบริเวณหน้าต่าง ป้องกันไม่ให้แมวกระโดดออกไป ก็จะช่วยให้อากาศในห้องถ่ายเทได้โดยไม่เป็นอันตรายต่อน้องแมวแล้วค่ะ
5. ปัญหาเสียงแมวร้อง
โดยส่วนใหญ่แล้วแมวเป็นสัตว์ที่ไม่ได้ส่งเสียงร้องดังจนทำให้เกิดความรำคาญมากนัก ยกเว้นแต่ตอนที่หิวมากๆ หรือช่วงเวลาที่แมวติดสัด ที่จะส่งเสียงร้องดังและนานกว่าปกติ หากใครที่ไม่ได้วางแผนว่าจะให้แมวมีลูก ก็แนะนำให้พาน้องแมวไปทำหมัน อาการส่งเสียงร้องโหยหวนก็จะหายไป รวมถึงเราต้องเอาใจใส่และให้ความสนใจกับน้องแมว เล่นกับเขา ลูบหัว เกาคางบ่อยๆ ก็จะช่วยให้น้องแมวรู้สึกผ่อนคลาย และไม่ส่งเสียงร้องรบกวนแล้วค่ะ
6. จัดการกระบะทราย เก็บกลิ่นให้อยู่หมัด
กระบะทรายหรือห้องน้ำของน้องแมว เป็นสิ่งสำคัญที่คนเลี้ยงแมวไม่ควรละเลย เพราะเป็นที่รวมเชื้อโรคและกลิ่นไม่พึงประสงค์ ควรหมั่นทำความสะอาดทุกวันด้วยการตักทรายที่จับตัวเป็นก้อนทิ้งวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น และนำกระบะทรายไปผึ่งแดดบ้าง เพื่อเป็นการกำจัดกลิ่น รวมถึงเลือกใช้ทรายแมวสูตรที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ก็จะช่วยลดกลิ่นเหม็นจากกระบะทรายได้ เพื่อสุขอนามัยที่ดีของน้องแมวและตัวเรา
7. จุดวางอาหารและน้ำที่ไม่ควรมองข้าม
อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ จุดวางอาหารและน้ำ ควรใช้ชามอาหารและชามน้ำแบบแยกออกจากกัน เพราะโดยธรรมชาติแล้ว แมวจะกินอาหารจากจุดนึง แล้วค่อยไปกินน้ำอีกจุดนึง แถมในแต่ละวันน้องแมวยังกินน้ำน้อยอีกด้วย ถ้าจะให้ดีก็ควรวางชามน้ำตามมุมห้องสัก 2-3 จุด เพื่อเป็นการกระตุ้นให้น้องแมวจิบน้ำมากขึ้น และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ การรักษาความสะอาดในจุดวางอาหารและน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้มีมดหรือแมลงสาบมากินอาหารที่เหลือค้างนั่นเอง
8. แมวกับนิสัยข่วนเฟอร์นิเจอร์
นิสัยอย่างหนึ่งของน้องแมวก็คือ การลับเล็บกับสิ่งของต่างๆ เพื่อทำให้เล็บของน้องๆ สั้นลงและคมอยู่เสมอ แต่จะเป็นปัญหาแน่ถ้าน้องแมวลับเล็บกับเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ สิ่งที่ต้องเตรียมไว้ก็คือ เสาลับเล็บ หรือ ที่ลับเล็บแบบลังกระดาษ และก็ฝึกให้น้องแมวจดจำว่าต้องลับเล็บกับสิ่งที่เราเตรียมไว้ให้เท่านั้น รวมถึงการตัดปลายเล็บคมๆ ของน้องแมวอยู่เสมอ ก็จะช่วยลดปัญหาข้าวของเสียหายจากการข่วนของน้องแมวได้
9. เก็บของล่อตาล่อใจแมวให้มิดชิด
แมวเป็นสัตว์ที่อยากรู้อยากเห็น ถ้ามีสิ่งของอะไรน่าสนใจก็สามารถเข้าไปรื้อค้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกกล่อง ถุง หรือสิ่งของที่มีเชือกห้อย จะล่อตาล่อใจแมวเป็นพิเศษ ถ้าเรา เลี้ยงแมวในห้อง และไม่อยากให้น้องแมวรื้อของออกมาเล่น ก็ควรเก็บข้าวของให้เรียบร้อย ใส่กล่องหรือลิ้นชักให้มิดชิด และก็เตรียมของเล่นแมวไว้ให้ด้วย พี่ไว้ใจแนะนำให้ทาสแมวทุกคนมี ไม้ตกแมว ติดบ้านไว้ เป็นของเล่นชิ้นโปรดของน้องแมวทุกตัว หยิบมาเล่นเมื่อไหร่รับรองว่าน้องแมวแฮปปี้แน่นอน
สรุปส่งท้าย
และนี่ก็เป็นสิ่งที่เราควรรู้ก่อนที่จะตัดสินใจ เลี้ยงแมวในคอนโด รวมถึงเลี้ยงในบ้านทั่วไป แมวเป็นสัตว์เลี้ยงที่น่ารักและสามารถเป็นเพื่อนคลายเหงาให้กับเจ้าของได้ แต่ในขณะเดียวกันแมวก็มีนิสัยบางอย่างที่เราต้องทำความเข้าใจให้ดีก่อนตัดสินใจเลี้ยง รวมถึงการดูแลความปลอดภัยของน้องแมว ไม่เปิดหน้าต่างหรือประตูห้องทิ้งไว้ เพื่อลดความเสี่ยงที่น้องแมวจะตกลงมาจากตึก หรือวิ่งหนีออกไปข้างนอก ใครที่กำลังคิดๆ ว่าจะเลี้ยงแมวดีมั้ย ก็ลองพิจารณาให้รอบคอบนะคะ













