รู้กันหรือไหมคะว่า พืชผักสวนครัวที่เราได้ปลูกไว้ตามบ้านนั้น อาจจะให้สรรพคุณทางยามากมายที่แตกต่างกัน พร้อมให้คุณค่าทางประโยชน์แบบเน้น ๆ ซึ่งด้วย พืชสมุนไพร พื้นบ้าน เหล่านี้ ยังสามารถช่วยเป็นยารักษาโรค บรรเทาอาการเจ็บป่วย ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน เหมาะกับการดูแลสุขภาพในยุคโควิด-19 อีกด้วยค่ะ พี่ไว้ใจ จึงได้นำ 13 สมุนไพรไทย ที่ควรปลูก ติดบ้านไว้ ต้านหวัด เสริมภูมิคุ้มกัน มาฝากกันค่ะ
เลือกอ่านตามหัวข้อที่สนใจ
1. ฟ้าทะลายโจร
ฟ้าทะลายโจร เป็นสมุนไพรยอดฮิตในยุคนี้ กำลังเป็นที่ต้องการอย่างมาก เพราะมีสรรพคุณ แก้ไข้ แก้อักเสบ แก้เจ็บคอ รวมถึงมีฤทธิ์ต้านการอักเสบและการติดเชื้อ ช่วยบรรเทาอาการหวัด ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่ายกายได้ มีรสชาติขม จึงนิยมทำเป็นลักษณะเม็ดแคปซูล เพื่อจะได้ทานง่าย
แต่การทานฟ้าทะลายโจรก็มีข้อจำกัดและข้อควรระวังอยู่เหมือนกันนะคะ หากต้องการทานเพื่อป้องกันหวัด ให้ทานวันละ 1 เม็ด 5 วันต่อสัปดาห์ เป็นเวลา 3 เดือน และหากทานเพื่อแก้ไข้ ไอเจ็บคอ ให้ทานครั้งละ 2-3 เม็ด หลังอาหาร 3 มื้อ แต่ไม่ควรทานเกิน 7 วัน
สำหรับต้นฟ้าทะลายโจร จะเจริญเติบโตได้ดีในที่อากาศร้อนชื้น ควรปลูกไว้บริเวณที่มีแสงแดดรำไร ไม่มีลมพัดแรง รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ
2. ขิง
ขิง เป็นสมุนไพรที่ทุกคนรู้จักกันอยู่แล้ว มีสรรพคุณมากมาย อุดมไปด้วยวิตามิน และแร่ธาตุ ที่มีความสำคัญอย่างมากต่อร่างกายของเรา เช่น วิตามินเอ, วิตามินบี 1, วิตามินบี 2, วิตามินบี 3, วิตามินซี ฯลฯ มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระเป็นจำนวนมาก ช่วยชะลอความแก่ ชะลอการเกิดริ้วรอย และยังช่วยแก้หวัด บรรเทาอาการไอ อีกทั้งยังมีประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมาย
วิธีทาน ให้เลือกขิงแก่ นำมาหั่นเป็นแว่น ตำคั้นเอาน้ำ หรือจะต้มกับน้ำเปล่า แล้วนำน้ำขิงมาดื่มขณะอุ่น ๆ ครั้งละ 1 แก้ว หรือจะผสมกับน้ำมะนาวก็ได้ และไอน้ำหอมระเหยจากน้ำขิงยังช่วยทำลายไวรัสหวัดในทางเดินหายใจได้ด้วยนะคะ แถมยังปลูกตามบ้านได้ง่าย ๆ ไม่ต้องใส่ใจมากมายด้วยค่ะ
3. ขมิ้น
มาต่ออีกชนิดที่เป็น พืชสมุนไพร พื้นบ้าน แถมยังปลูกได้ง่าย ๆ นั่นก็คือ ขมิ้น แค่เอาหน่อ หรือใช้เหง้าแก่ ปลูกลงแปลงในหลุมลึกประมาณครึ่งคืบ หลังจากปลูกประมาณ 1 อาทิตย์ ขมิ้นจะเริ่มงอก ให้รดน้ำทุกวัน
ขมิ้นยังให้ประโยชน์เน้น ๆ มากมาย เช่น ช่วยแก้โรคกระเพาะ แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ ขับลมในกระเพาะ ไข้หวัด ฯลฯ อีกทั้งยังเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ลดระดับไขมันในเส้นเลือดได้อีกด้วยนะคะ ซึ่งสามารถนำไปทานได้โดยใช้เหง้าขมิ้นแก่ มาขูดเอาเปลือกออก แล้วนำไปล้างน้ำให้สะอาด บดให้ละเอียด เติมน้ำแล้วคั้นเอาแต่น้ำมารับประทานครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ หรือจะซื้อแบบชนิดแคปซูล ก็จะสะดวกมากเลยค่ะ
4. กระเทียม
สำหรับ กระเทียม ที่เราใช้ทำอาหารทานอยู่ทุก ๆ วัน รู้ไหมคะ ว่ามีประโยชน์มาก ๆ เลยนะ เพราะกระเทียมมี สารอัลลิซิน (Allicin) ซึ่งเป็นสารที่ให้กลิ่นฉุนอันเป็นเอกลักษณ์ สารตัวนี้จะออกฤทธิ์ให้สรรพคุณทางยา ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ช่วยต้านแบคทีเรีย และช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ช่วยรักษาหวัด ช่วยรักษาอาการเจ็บคอ ลดระดับไขมันในเลือด บรรเทาอาการปวดข้อ ฯลฯ
ส่วนการทานนั้น ให้นำกระเทียม 1 หัวขนาดเล็ก มาปอกเปลือก จากนั้นก็รับประทานแบบสด ๆ กันไปเลย หรือจะเอามาต้มแล้วทานเป็นชากระเทียมก็ได้นะคะ และในปัจจุบันก็ได้มีแคปซูลกระเทียมสกัดเย็น ออกมาเพื่อเป็นทางเลือกในการทานที่ง่ายมากขึ้นด้วยค่ะ
5. หอมแดง-หอมหัวใหญ่
หอมแดง ก็เป็นอีก สมุนไพรไทย ที่ควรปลูก ใช้ในการประกอบอาหาร และยังมีสรรพคุณทางยามากมาย ช่วยให้หายใจสะดวกโล่งขึ้น ต้านการอักเสบ แก้อาการปวดบวมตามข้อ ลดไขมันในเลือด เป็นยาบำรุงหัวใจ ฯลฯ เพียงนำหัวหอมสด มาทุบให้แตกแล้ววางไว้ใกล้ ๆ ศีรษะเพื่อสูดดม เชื่อว่าช่วยรักษาหวัดได้ หรือใช้หัวหอมสด ประมาณ 15-30 กรัม นำมาต้มเอาน้ำดื่ม จะเป็นยาแก้ท้องอืดแน่น ขับพยาธิ ปวดหลังบริเวณเอว ปวดประจำเดือน แก้ไข้ ขับลม และทำให้ร่างกายอบอุ่น
สำหรับ หอมหัวใหญ่ มีวิตามินซีสูง และยังมีสารอื่น ๆ เช่น สารเคอร์ซีทิน ที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกายและช่วยป้องกันโรคต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ถ้าเรารับประทานหอมหัวใหญ่สดเป็นประจำ หรือจะรับประทานร่วมกับอาหารชนิดอื่น ๆ จะช่วยทำให้มีความจำที่ดีขึ้น ช่วยในการนอนหลับได้สบาย และประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมายเลยค่ะ
6. มะกรูด-มะนาว
มะนาว คือ ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว ประกอบไปด้วยน้ำที่มีกรดอินทรีย์หลายชนิด เช่น กรดซิตริก กรดมาลิก กรดแอสคอร์บิก และยังเป็นแหล่งรวมวิตามินซี และแร่ธาตุอื่น ๆ ด้วย เช่น โพแทสเซียม แคลเซียม และฟอสฟอรัส มีสารอาหารมากมาย ช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะ ช่วยลดอาการเหงือกบวม ช่วยในการขับเสมหะ ลดอาการเจ็บคอ ไอ ฯลฯ เพียงนำมะนาวมาคั้นให้ได้น้ำ แล้วให้ผสมกับน้ำผึ้งชงกับน้ำร้อน ดื่มอุ่น ๆ จะช่วยหายใจโล่งขึ้น บรรเทาอาการไอได้ดี
มะกรูด เป็นสมุนไพรคู่ครัวที่หาได้ง่าย ๆ มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงและต้านทานโรค ช่วยทำให้เจริญอาหาร พร้อมให้สรรพคุณเป็นยาบำรุงหัวใจ แก้ลม หน้ามืด วิงเวียนศีรษะ ฯลฯ เพียงนำเปลือกมะกรูดมาฝานบาง ๆ ชงกับน้ำร้อนแล้วนำมารับประทานได้เลยค่ะ
7. ตะไคร้
สมุนไพรไทย ที่ควรปลูก อีกหนึ่งชนิดก็คือ ตะไคร้ ติดบ้านไว้ตามสวนผัก หรือกระถางข้างบ้านก็ได้ค่ะ เป็นพืชที่ปลูกง่าย เพียงแค่นำตะไคร้ที่ยังไม่ได้ตัดโคนออก นำไปปักในดินร่วน หรือดินทั่วไป และหมั่นรดน้ำ ซึ่งสรรพคุณทางยาของตะไคร้ สามารถใช้รักษาอาการไข้หวัด ปวดหัว ปวดท้อง เป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์เพิ่มภูมิคุ้มกันได้ดีเยี่ยม ช่วยต้านอนุมูลอิสระ
ตะไคร้ ใช้ประกอบอาหารได้หลายเมนู เพราะมีเกลือแร่จำเป็นหลายชนิด ได้แก่ แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก และวิตามิน วิธีทานตะไคร้นอกจากน้ำมาปรุงอาหารแล้ว สามารถใช้ต้นตะไคร้ 3-4 ต้น ทุบให้ลำต้นแตก แล้วนำมาต้มกับน้ำเปล่าให้เดือด กรองเฉพาะน้ำมาจิบบ่อย ๆ ตลอดทั้งวัน
8. กะเพรา
กะเพรา เป็น สมุนไพรไทย ที่ควรปลูก และเป็นพืชที่ทุกคนรู้จักกันดีอยู่แล้ว เพราะใช้ทำอาหารเมนูประจำของหลาย ๆ คน อย่าง ผัดกะเพรา แถมยัง มีสรรพคุณช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง แก้หวัด แก้ไอ แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ และช่วยต้านอนุมูลอิสระ
ส่วนวิธีทำเป็นยา เพียงแค่นำใบกะเพรามาทำเป็นอาหาร หรือนำใบกระเพราสด 1-2 กำมือ ไปต้มใส่น้ำพอท่วม โดยต้มจนให้น้ำเหลือเพียงครึ่งหนึ่ง จากนั้นกรองเอาน้ำมาดื่ม ควรดื่มวันละ 2-3 แก้ว และต้มควรใช้เพียงครั้งเดียวไม่ควรต้มซ้ำ
9. คะน้า
คะน้า เป็นผักที่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายได้ มีวิตามินซี ซึ่งมีส่วนช่วยเสริมสร้างเนื้อเยื่อให้ชุ่มชื้นมากขึ้น มีวิตามินเอ ช่วยบำรุงและรักษาสายตา
อีกทั้ง คะน้า ยังมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย เช่น ช่วยบำรุงโลหิต เพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ช่วยบำรุงผิวพรรณ ป้องกันการติดเชื้อต่าง ๆ โดยสามารถนำมาทำเป็นอาหารได้หลากหลายเมนู เช่น ผัดคะน้า ยำก้านคะน้า ผัดคะน้าหมูกรอบ คะน้าปลาเค็ม ราดหน้า เป็นต้น
10. ผักแพว
ผักแพว ก็เป็นอีกหนึ่งผักที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ และมีวิตามินซีสูง ช่วยเสริมสร้างการทำงานของเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันที่ดี คนส่วนใหญ่นิยมนำยอดอ่อน และใบอ่อนมาบริโภคเป็นผักสด เป็นพืชที่อุดมไปด้วยเส้นใยอาหาร วิตามินเอ วิตามินซี แคลเซียม ธาตุเหล็ก และเป็นสมุนไพร ที่มีส่วนช่วยในการลดความอ้วน
นอกจากนี้ ผักแพว ยังมีสรรพคุณเป็นยาสมุนไพร ใช้รักษาโรคและอาการต่าง ๆ เช่น ใบช่วยบำรุงประสาท ส่วนดอกช่วยขับเหงื่อ รักษาโรคปอด และราก ช่วยรักษาหอบหืด
11. พริก
พริก เป็นอีกหนึ่ง สมุนไพรไทย ที่ควรปลูก ไว้ตามสวนผักในบ้านเรา หรือปลูกในกระถางรอบบริเวณบ้านก็ได้เช่นกัน ซึ่งพริกอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ อย่าง วิตามินเอ วิตามินบี 6 วิตามินซี ธาตุแมกนีเซียม ธาตุโพแทสเซียม ธาตุเหล็ก ใยอาหาร ฯลฯ โดยในพริก 100 กรัม จะมีวิตามินซีสูงถึง 144 มิลลิกรัมเลยทีเดียวนะคะ
พริก มีสารแคปไซซิน ที่ก่อให้เกิดความเผ็ดร้อน ทำให้ร่างกายขับเหงื่อ และขจัดสารพิษออกจากร่างกายได้ ต้านการอักเสบ เป็นยารักษากลุ่มอาการปวดได้ ช่วยลดอาการปวดในผู้ป่วยโรคข้อเสื่อม
เม็ดพริกนำมาประกอบอาหารได้มากมาย โดยเฉพาะคนไทยเราชอบทานอาหารรสเผ็ดจัดจ้าน ถ้าปลูกไว้ที่บ้านรับรองว่าได้ใช้แน่นอน อีกทั้งต้นพริกยังสามารถต้มดื่มได้ด้วย โดยนำมาล้างให้สะอาด จากนั้นสับเป็นท่อนสั้น ๆ แล้วตากแดดจนแห้ง แล้วเอามาต้มให้เดือด กรองน้ำมาดื่มครั้งละ 1 แก้ว ช่วงเวลาเช้า-เย็น จะช่วยให้หายใจสะดวกขึ้น
12. เห็ดหอม
เห็ดหอม เป็นเห็ดชนิดหนึ่งที่คนนิยมรับประทาน มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กระดูก
เห็ดหอม จะมี เบต้ากลูแคน ที่จะจับกับผนังเซลล์เม็ดเลือดขาว และเพิ่มความเคลื่อนตัวดักจับเชื้อโรค และสิ่งแปลกปลอมในร่ายกายได้เร็วยิ่งขึ้น โดยเพื่อน ๆ สามารถนำเห็ดหอมมาประกอบอาหารได้หลายเมนูเลยนะคะ ช่วยให้อาหารมีความหอมอร่อยเพิ่มขึ้นค่ะ
13. ตำลึง
มาถึง พืชสมุนไพร พื้นบ้าน สุดท้ายแล้วกับ ผักตำลึง จะมีเอนไซม์อะไมเลส เบต้าแคโรทีน ที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันความเสื่อมของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย และส่วนต่าง ๆ ของต้นตำลึงยังให้สรรพคุณที่เป็นยา ที่หลากหลาย ดังนี้
- เถา มีรสเย็น ช่วยรักษาโรคตาเจ็บ ใช้แก้ตาฟาง ตาช้ำ โดยใช้เถาโขลกพอแหลกแล้วนำมาประคบตา
- ดอก ใช้แก้คัน คั้นเอาแต่น้ำมาทาบริเวณที่คัน
- ราก ใช้ต้มกับน้ำดื่มลดไข้ ลดอาเจียน
- ต้น ใช้กำจัดกลิ่นตัว น้ำต้มจากต้นตำลึงรักษาเบาหวานได้
- ใบ มีรสเย็น ดับพิษร้อน ถอนพิษ แก้แสบคัน บรรเทาเริม งูสวัด โดยนำใบมาขยี้คั้นเอาแต่น้ำ แล้วทาบริเวณที่เป็นแผล อีกทั้งใบตำลึง ยังสามารถนำไปประกอบเมนูอาหารได้อร่อย อย่างเช่น แกงจืด แกงเลียง ต้มเลือดหมู ก๋วยเตี๋ยวหมูตำลึง ฯลฯ
สรุปส่งท้าย
ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องราวดี ๆ ของ พืชสมุนไพร พื้นบ้าน ที่สามารถนำมาปลูกที่บ้าน และดูแลได้ไม่ยาก แต่ละชนิดเป็นผักและสมุนไพรที่เราใช้กันในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว โดยเฉพาะการนำมาทำอาหาร บอกเลยว่าปลูกไว้ได้ใช้ประโยชน์แน่นอน แถมแต่ละชนิดยังมีประโยชน์กับร่างกาย ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี นอกจากนี้เพื่อน ๆ ก็อย่าลืมทานอาหารที่มีประโยชน์ หมั่นออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ การดูแลตัวเองเป็นประจำแบบนี้ก็ช่วยให้เราห่างไกลจากโรคได้แล้วค่ะ





















