ติดตามไว้ใจ :

9 เรื่องต้องรู้ก่อน ต่อเติมบ้าน ไม่อยากมีปัญหากวนใจ ต้องอ่าน

9 เรื่องต้องรู้ก่อน ต่อเติมบ้าน ไม่อยากมีปัญหากวนใจ ต้องอ่าน

ชอบเรื่องนี้ใช่ไหม? แชร์เลย

10

ไม่แปลกที่การ ต่อเติมบ้าน จะเป็นเรื่องน่าปวดหัวสำหรับใครหลาย ๆ คน เพราะไม่ใช่เรื่องที่จะทำกันได้ง่าย ๆ แถมยังเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่อีกด้วย หากเจ้าของบ้านไม่ได้เป็นวิศวกร สถาปนิกหรือผู้เชี่ยวชาญด้านการก่อสร้างเองก็อาจจะไม่มีประสบการณ์ และเกิดความกังวลใจได้ และบทความนี้ พี่ไว้ใจ จึงได้รวบรวมเอาทุกประเด็นปัญหาและข้อควรรู้ก่อนต่อเติมบ้านมาฝากเอาไว้ให้เพื่อน ๆ ที่กำลังสนใจต่อเติมบ้านได้ลองไปปรับใช้ดู กับ 9 เรื่องต้องรู้ก่อนต่อเติมบ้าน ไม่อยากมีปัญหากวนใจ ต้องอ่าน ใครไม่อยากให้เกิดปัญหายุ่งยากต้องมาปวดหัวทีหลัง เตรียมตัวเช็กลิต์ตามพี่ไว้ใจได้

เลือกอ่านตามหัวข้อที่สนใจ

  1. ต่อเติมบ้าน เริ่มยังไงดี
  2. ตรวจสอบทุกอย่างก่อนลงมือต่อเติม
  3. กำหนดงบ กันบานปลาย
  4. เรื่องกฏหมายต่อเติมบ้าน ห้ามละเลย
  5. ต้องขออนุญาตก่อสร้างต่อเติม
  6. หาวัสดุที่ถูกใจ เพื่อบ้านที่ใช่
  7. เลือกผู้รับเหมาดี เจ้าของบ้าน Happy
  8. สัญญาว่าจ้างต้องมี
  9. ตรวจสอบและรับมอบงานอย่างรอบคอบ

1. อยากจะ ต่อเติมบ้าน เริ่มยังไงดี

ก่อนอื่นเรามาเริ่มกันที่การวางแผนการต่อเติมบ้านกันก่อน โดยเราอาจจะร่างออกมาเป็น Check lists เกี่ยวกับความต้องการพื้นที่ว่าอยากได้อะไรบ้างโดยไล่จากที่สำคัญมากไปน้อย ลองวาดภาพคร่าว ๆ กันก่อนว่าการต่อเติมบ้านในครั้งนี้ทำเพื่อตอบโจทย์ในการพักอาศัยของเรายังไง

เพราะเจ้าของบ้านหลายคนพอทำไปแล้วก็เริ่มมีไอเดียบรรเจิด อยากเติมอยากเพิ่มทีหลัง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่เป็นผลดีกับเงินในกระเป๋าเราแน่นอน แถมระยะเวลาก่อสร้างยังจะยืดเยื้อออกไปอีก เราควรจะสรุปขอบเขตงานให้ได้ตั้งแต่แรกเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามขั้นตอนแผนงานที่วางไว้ ไม่เกิดการแก้หรือวนกลับไปทำงานซ้ำเดิมอีกนะ

2. ตรวจสอบทุกอย่างก่อนลงมือ ต่อเติมบ้าน

ก่อนต่อเติมบ้านเพื่อน ๆ อย่าลืมเช็คสภาพบ้านเดิมกันก่อน โดยเฉพาะเรื่องโครงสร้าง เพราะจะส่งผลอย่างมากต่อการเพิ่มส่วนหนึ่งส่วนใดของอาคารออกไป เช่น การเติมห้องเพิ่มบนพื้นเดิมที่มีอยู่แล้วก็ควรเช็คโครงสร้างเดิมก่อน เพราะหลาย ๆ ที่อย่างบ้านจัดสรรทั่วไปก็มักจะเป็นพื้นคอนกรีตวางบนดิน หรือที่เรียกว่า Slab on Ground ไม่ได้มีฐานราก ถ้ามีการต่อเติมห้องเพิ่มขึ้นมาก็อาจจะทำให้บ้านทรุดตัวลงได้

อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการต่อเติมบ้านด้านข้างอย่างที่เรามักจะเห็นตามพื้นที่ด้านหลังตึกแถวหรือด้านหลังบ้านจัดสรร การต่อเติมบ้านด้านข้างไม่ควรเชื่อมโครงสร้างของอาคารใหม่กับอาคารเก่าเพราะจะทำให้เกิดการทรุดตัวไม่เท่ากันได้ เพื่อน ๆ ควรปรึกษาวิศวกรโครงสร้างหรือให้ทางผู้รับเหมาดูเพิ่มเติมเพื่อให้ตอนก่อสร้างมีการแยกโครงสร้างออกจากกันและใช้การปิดรอยต่อระหว่างอาคารดัวยวัสดุอื่นแทน

3. กำหนดงบ กันบานปลาย

ต่อมาก็ลองวางกรอบของงบประมาณที่คิดว่าจะใช้และกรอบเวลาคร่าว ๆ เพื่อให้เราสามารถมองเห็นภาพรวมได้ เช่น ถ้าเกิดงบประมาณไม่เพียงพอเราก็สามารถตัดความต้องการบางอย่างที่ไม่สำคัญออกไปได้ เพราะปัจจัยสำคัญในการก่อสร้างที่มีผลเชื่อมโยงเกี่ยวพันกันก็คือเรื่องของเวลา งบประมาณ และคุณภาพของงานนั่นเอง  

4. เรื่องกฏหมายต่อเติมบ้าน ห้ามละเลย

หลายคนอาจจะคิดว่าแค่ต่อเติมบ้านน่าจะไม่จำเป็นต้องทำอะไรเกี่ยวกับกฎหมายให้วุ่นวาย แต่หลายครั้งที่มีการต่อเติมอาคารเสร็จเรียบร้อยแล้วกลับพบว่าเป็นการต่อเติมที่ผิดกฎหมาย ทางเขตหรือเทศบาลจะส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบและบางรายอาจจะต้องทำการรื้อทิ้งกันเลยทีเดียว ดังนั้น เราควรดูความเป็นไปได้ทางกฎหมายก่อน เช่น การต่อเติมบ้านด้านข้างให้มีระยะร่นเหลือระหว่างอาคารและเขตที่ดิน เป็นต้น

5. ต้องขออนุญาตก่อสร้างต่อเติม

การต่อเติมบ้านที่มีการดัดแปลงโครงสร้าง ทุบรื้อ หรือดัดแปลงอาคารที่ส่งผลต่อโครงสร้างเดิมเกิน 10% ก็ต้องทำเรื่องขออนุญาตในการก่อสร้าง ทั้งนี้ก็เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบให้เกิดความปลอดภัยในการพักอาศัยของเราและของเพื่อนบ้านรอบข้างนั่นเอง

สำหรับกรณีที่การต่อเติมบ้านต้องขออนุญาตก่อสร้าง มีแบบที่ต้องใช้เพื่อยื่นขออนุญาตกับเขตหรือเทศบาลก็คือ แบบสถาปัตย์ แบบวิศวกรรมโครงสร้าง และวิศวกรรมสุขาภิบาล (ในกรณีที่บ้านไม่ได้อยู่ในโครงการจัดสรร)

แต่สำหรับบ้านของใครที่ไม่ได้ต่อเติมดัดแปลงโครงสร้างเดิมเยอะจนต้องขออนุญาต ก็จะมีเฉพาะแบบชุดก่อสร้าง (For Construction) สำหรับใช้ในการสื่อสารกับผู้รับเหมา ซึ่งจะประกอบด้วยแบบสถาปัตย์ แบบวิศวกรรมทั้งระบบโครงสร้าง ไฟฟ้า สุขาภิบาล โดยอาจจะใช้แบบนี้ในการจัดหาผู้รับแหมาด้วย

6. หาวัสดุที่ถูกใจ เพื่อบ้านที่ใช่

หลายคนเห็นบ้านตามนิตยสารหรือรีวิวบ้านแล้วรู้สึกชอบก็นำรูปแบบนั้นมาให้ผู้รับเหมาสร้าง แต่กลับไม่ได้บ้านแบบที่คาดหวังเอาไว้ พี่ไว้ใจแนะนำว่าในขั้นตอนนี้น่าจะลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

อย่างทุกวันนี้ตามแหล่งขายวัสดุก่อสร้าง ก็มักจะมีทีมผู้ออกแบบเอาไว้ช่วยเจ้าของบ้านให้การเลือกวัสดุและให้คำปรึกษาต่าง ๆ ฟรี แต่ถ้าใครที่พอจะมีงบประมาณและต้องการความมั่นใจว่าจะได้บ้านแบบที่ต้องการแน่ ๆ อาจจะหาสถาปนิกมาช่วยดูโดยเฉพาะก็ได้เช่นกัน

7. เลือกผู้รับเหมาดี เจ้าของบ้าน Happy

สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่คิดว่าการหาผู้รับเหมาที่ไว้ใจได้เป็นเรื่องยาก ทุกวันนี้ก็มีหลายเว็บ หลายแอปพลิเคชั่นที่ช่วยแนะนำผู้รับเหมาที่ดี แถมยังมีรีวิวผลงานที่เคยทำรวบรวมเอาไว้เพื่อเป็นตัวช่วยให้เจ้าของบ้านได้เลือกใช้กันด้วยนะ

ใครเริ่มหาผู้รับเหมาที่น่าสนใจได้แล้วก็ควรนัดไปดูผลงานที่ทำอยู่ พี่ไว้ใจแนะนำว่าอย่าดูเฉพาะงานที่เขาสร้างเสร็จแล้วเพราะเราจะเห็นแต่ความสวยงามที่เสร็จสมบูรณ์แล้วเท่านั้น ควรไปดูงานที่ยังก่อสร้างอยู่ เช่น ขั้นตอนงานโครงสร้าง งานก่อฉาบ งานโครงหลังคา เป็นต้น

8. สัญญาว่าจ้าง ต่อเติมบ้าน ต้องมี

การทำสัญญาว่าจ้างเราจะใช้แบบสำหรับประกวดราคา (For Bidding) หรือถ้าในงานเล็ก ๆ อาจจะไม่ต้องทำแบบหลายชุดก็สามารถใช้แบบก่อสร้างคิดราคาไปได้เลย โดยผู้รับเหมาจะจัดทำใบแสดงรายการวัสดุและค่าใช้จ่ายตามรายละเอียดที่ระบุไว้ในแบบออกมาให้เราเห็นราคารวมก่อนตัดสินใจจัดจ้าง ในขั้นตอนนี้ควรจัดทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร โดยมีแบบก่อสร้างและมีใบแสดงรายการวัสดุและค่าใช้จ่ายประกอบในสัญญานี้ด้วย

9. ตรวจสอบและรับมอบงาน อย่างรอบคอบ

นอกจากระหว่างการต่อเติมบ้านที่เจ้าของและสถาปนิกจะเข้าไปตรวจงานอย่างสม่ำเสมอแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญคือการตรวจรับมอบงานจากทีมผู้รับเหมาก่อสร้าง ข้อแนะนำในขั้นตอนนี้คือควรนำแบบก่อสร้างและรายการวัสดุประกอบแบบไปด้วย เพื่อใช้ตรวจสอบว่ามีการก่อสร้างตามแบบและใช้วัสดุตรงตามที่สเปคหรือไม่

และที่สำคัญคือควรทำเช็คลิสต์รายการใช้งานเพื่อตรวจสอบไปด้วย โดยเริ่มกันตั้งแต่เรื่องประตูหน้าต่าง การฉาบผนัง การปูพื้น การตรวจระบบไฟฟ้า ประปา และระบบระบายน้ำ เป็นต้น แต่สำหรับใครที่ไม่มั่นใจก็อาจจะหาผู้เชี่ยวชาญที่รับตรวจงานมาเป็นผู้เช็คแทนเราก็ได้เช่นกัน

สรุปส่งท้าย

สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่อยู่บ้านมานานหลายปีและมีไอเดียในการตกแต่งต่อเติมบ้าน หลังจากที่ได้อ่านบทความนี้คงลดความกังวลไปได้บ้าง อยากกั้นห้องต่อเติมพื้นที่สำหรับสมาชิกครอบครัวที่เพิ่มขึ้น หรือต่อเติมพื้นที่ชั้นล่างให้เป็นห้องนอนสำหรับผู้สูงอายุ โปรเจคเหล่านี้จะไม่ถูกพับเก็บเพราะความกังวลเกี่ยวกับปัญหาการก่อสร้างแล้วใช่มั้ยล่ะ

แต่ถ้าใครที่ยังคิดว่าไม่อยากเสี่ยงพี่ไว้ใจก็ขอแนะนำว่าการจ้างผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับงานก่อสร้างมาช่วยดูแลก็ไม่ได้เป็นค่าใช้จ่ายที่มากเกินไปนัก เพราะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นรับรองว่าคุ้มค่ากับความรู้และประสบการณ์ในการแก้ปัญหาที่จะมาช่วยเจ้าของบ้านได้อย่างแน่นอน

อยากพูดอะไรเกี่ยวกับบทความนี้

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

*

บทความสุดฮิตติดอันดับ

Category อื่นๆ