ใครเคยเปิดประตูห้องน้ำแล้วต้องรีบอุดจมูกเพราะว่า ห้องน้ำมีกลิ่น เหม็นบ้าง…? เวลาที่เราเข้าห้องน้ำ ก็อยากจะใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำ ด้วยบรรยากาศที่ผ่อนคลาย แต่ถ้ามีกลิ่นเหม็นมากวนใจก็คงจะไม่ดี ยิ่งถ้า ชักโครกมีกลิ่นเหม็น ทั้ง ๆ ที่เรายังไม่ได้ใช้ เพื่อน ๆ ต้องแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วนเลยนะคะ เพราะบ่งบอกว่า ห้องน้ำของเราอาจจะมีปัญหาอุดตัน รั่วซึม ในระบบน้ำทิ้ง และต้องไม่ถูกสุขลักษณะแน่ ๆ อย่ารอช้า… มาดู วิธีแก้ปัญหาแบบจัดการถึงต้นตอ รับรองว่าทำตามแล้วห้องน้ำจะหมดกลิ่น สบายใจหายห่วงแน่นอน
เลือกอ่านตามหัวข้อที่สนใจ
ทำความสะอาดทุกซอกทุกมุม
ก่อนอื่น ให้เราดูเรื่องของความสะอาด ก่อนเลยค่ะ ว่าห้องน้ำสกปรกหรือไม่ ถ้าสกปรก ก็อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ ห้องน้ำมีกลิ่น ได้นั่นเอง โดยลงมือทำความสะอาดตามขั้นตอน ดังนี้ได้เลยค่ะ
ขั้นตอนที่ 1 : ทำความสะอาดโถสุขภัณฑ์และอ่างล้างหน้า
- ทำความสะอาดโถสุขภัณฑ์ ให้ผสมน้ำยาทำความสะอาด ตามอัตราส่วนที่กำหนดข้างขวดผลิตภัณฑ์ ราดลงบนผิวของโถสุขภัณฑ์ให้ทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 10 – 15 นาที
- ทำความสะอาดในจุดที่สกปรกมาก ๆ ให้เพื่อน ๆ เทน้ำยาลงบนจุดที่สกปรกโดยตรงทิ้งไว้ประมาณ 10 – 15 นาทีเช่นเดียวกัน จากนั้นให้ใช้แปรงหรือฟองน้ำขัด และล้างออกด้วยน้ำสะอาด
- ทำความสะอาดอ่างล้างหน้า ให้ทำความสะอาดด้วยสบู่อ่อน ๆ โดยใช้ฟองน้ำเช็ดทำความสะอาด ในส่วนของก๊อกน้ำ อาจใช้เป็นยาสีฟันในการทำความสะอาด และใช้แปรงสีฟันเก่าขัดในส่วนที่ทำความสะอาดยาก และเข้าไม่ถึงแทนก็ได้ เมื่อขัดแล้วให้ล้างด้วยน้ำ จากนั้นใช้ผ้าซับก๊อกน้ำให้แห้ง
ควรหมั่นทำความสะอาด โดยเฉพาะชักโครก อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อไม่ให้ ชักโครกมีกลิ่นเหม็น ค่ะ
ขั้นตอนที่ 2 : ทำความสะอาดพื้นและผนังห้องน้ำ
เมื่อเราทำความสะอาดโถสุขภัณฑ์และอ่างล้างหน้าเรียบร้อยแล้ว ให้ทำความสะอาดในส่วนของผนัง รวมไปถึงกระจกและชั้นวางของในห้องน้ำ และตามด้วยพื้นต่อตามลำดับค่ะ โดยให้เราศึกษาวิธีการทำความสะอาดพื้นผิวของวัสดุ ตามวิธีการทำความสะอาดของวัสดุแต่ละประเภท เพื่อลดความเสียหายที่จะเกิดจากการทำความสะอาดผิดวิธีค่ะ
ขั้นตอนที่ 3 : เช็ดห้องน้ำให้แห้งอยู่เสมอ
หลังใช้ห้องน้ำเสร็จเรียบร้อยทุกครั้ง หากมีจุดที่เปียกหรือโดนละอองน้ำ เช่น ก๊อกน้ำ ให้ซับด้วยผ้าให้แห้ง หรือ พื้นห้องน้ำที่เปียก ให้ถูหรือใช้พัดลมเป่าให้แห้ง รวมถึงการเปิดประตูและพัดลมระบายอากาศ เพื่อไม่ให้เกิดคราบน้ำ จะลดการเกิดเชื้อราและลดกลิ่นได้ด้วยค่ะ
ซ่อมแซมปะเก็นแว็กที่ชำรุด แก้ปัญหา ชักโครกมีกลิ่นเหม็น
ในบางครั้ง ปะเก็นแว็ก หรือ ปะเก็นขี้ผึ้ง ที่ใช้รองฐานใต้ชักโครก เพื่อป้องกันกลิ่นจากท่อชักโครกดันกลิ่นย้อนกลับมา อาจมีการชำรุดและเสื่อมสภาพไปตามเวลาได้ เราจึงควรซ่อมแซมให้กลับมาใช้งานได้ดังเดิม เพราะหากไม่มีปะเก็นแว็ก ก็จะทำให้ ชักโครกมีกลิ่นเหม็น จากการรั่วซึมได้นั่นเอง หากทำเองไม่สะดวก เราควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญเข้ามาทำให้จะดีกว่าค่ะ สำหรับวิธีซ่อมแซมคร่าว ๆ มีดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 : ถอดสายส่งน้ำที่ติดกับชักโครก
ขั้นตอนนี้ ให้ปิดวาล์วน้ำให้เรียบร้อยก่อน แล้วจึงทำการถอดสายส่งน้ำ และถังพักน้ำ เหนือโถชักโครกออกมา (ถ้ามี)
ขั้นตอนที่ 2 : นำปะเก็นแว็กเก่าออก
หากถอดถังพักน้ำ และสายต่าง ๆ ที่ติดกับโถชักโครกออกเรียบร้อยแล้ว ให้ยกโถชักโครกขึ้น และให้ดูว่า ปะเก็นแว็กเก่า มีการชำรุดหรือไม่ ถ้าเกิดการสึกกร่อน ให้นำออก และใส่ปะเก็นแว็กใหม่เข้าไป โดยให้วงแหวนของปะเก็นแว็ก อยู่ในระดับที่พอดี และไม่ต่ำกว่าพื้นผิวของระดับพื้นปกติ
ขั้นตอนที่ 3 : ตรวจเช็กช่องที่ติดตั้ง
ตรวจสอบอีกครั้งว่า แนวท่อ และวงแหวนของปะเก็นแว็ก ตรงกันแล้วหรือไม่ หากตรงกันไม่เหลื่อมก็ใช้ได้ค่ะ
ขั้นตอนที่ 4 : ติดตั้งโถสุขภัณฑ์
เมื่อใส่ปะเก็นแว็กใหม่เข้าไปแล้ว และมีการตรวจเช็กช่องที่ติดตั้งว่าเรียบร้อยและตรงกัน ก็ให้นำโถชักโครกติดตั้งเข้าไปดังเดิม รวมทั้งถังพักน้ำ และสายส่งน้ำ ทำการยาแนวและไขน็อตให้แน่น ทิ้งไว้สักพัก และเปิดวาล์วน้ำ จากนั้นทดสอบกดน้ำในขั้นตอนสุดท้ายก็เรียบร้อยค่ะ
ชักโครกมีกลิ่นเหม็น แก้ปัญหาการระบายอากาศ
หากยังพบว่า ห้องน้ำมีกลิ่น อยู่ กลิ่นในห้องน้ำดังกล่าว อาจไม่ได้มาจาก ชักโครกมีกลิ่นเหม็น แล้วล่ะค่ะ แต่อาจเป็นเรื่องของท่ออากาศ และการระบายอากาศในห้องน้ำก็เป็นได้ค่ะ โดยเพื่อน ๆ สามารถเพิ่มการระบายอากาศ และ ลดกลิ่นในห้องน้ำ ด้วยการติดตั้งพัดลมดูดอากาศ ที่สามารถติดตั้งได้หลายพื้นผิว และมีให้เลือกหลายรูปแบบ เช่น พัดลมดูดอากาศแบบติดผนัง พัดลมดูดอากาศแบบติดกระจก และพัดลมดูดอากาศแบบติดเพดาน นอกจากนี้ หากเป็นปัญหามาจากท่ออากาศ ที่ต่อแยกออกมาจากท่อระบายน้ำต่าง ๆ เพื่อช่วยระบายอากาศออกจากตัวท่อ ทำให้น้ำในท่อระบายได้ง่าย กลิ่นไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ อาจจะมีการระบายออกมาผ่านช่องทางนี้ด้วย เพราะท่อมีการต่อตรงกับท่อน้ำเสียและท่อน้ำทิ้ง อาจมีการตัน หรือการต่อผิดวิธี จึงทำให้มีกลิ่นย้อนเข้ามาในห้องน้ำได้ เพื่อน ๆ ควรโทรเรียกช่างเข้ามาดูหรือแก้ไขให้ค่ะ
สรุปส่งท้าย
กลิ่นภายในห้องน้ำ ที่ส่งผลให้ ชักโครกมีกลิ่นเหม็น มักเกิดจากห้องน้ำที่อาจจะสกปรก หากเราทำความสะอาดอย่างทั่วถึง ก็จะทำให้กลิ่นดังกล่าวหมดไป หากทำความสะอาดแล้ว แต่ยังมีกลิ่นอยู่ อาจมีปัญหามาจาก ปะเก็นแว็ก หรือ ปะเก็นขี้ผึ้ง ที่ชำรุด รวมทั้งช่างอาจละเลยไม่ได้ใส่มาในขั้นตอนของการติดตั้ง ซึ่งหากเราดำเนินการแก้ไขให้เรียบร้อย ก็จะไม่มีกลิ่นย้อนจากท่อชักโครกขึ้นมารบกวนได้ค่ะ นอกจากนี้ การติดตั้งพัดลมดูดอากาศ ก็จะยิ่งช่วยให้อากาศภายในห้องน้ำ ถ่ายเทได้สะดวก ลดกลิ่นอับ และกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้อีกด้วย แต่หากเพื่อน ๆ ลองทำตามและแก้ไขครบทุกขั้นตอนแล้ว ยังพบว่ามีกลิ่นเหม็นภายในห้องน้ำอีก อาจจะต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ ให้เข้ามาดูเพื่อแก้ปัญหาโดยด่วนค่ะ












