หนึ่งในวัสดุปูพื้นยอดนิยม ที่เหมาะสำหรับห้องครัว ก็คือ กระเบื้องพื้นครัว ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายสไตล์ และสีสัน แถมยังทำความสะอาดง่าย ถ้าใครกำลังจะปรับปรุงบ้าน หรือสร้างบ้านใหม่ การเลือกกระเบื้องสำหรับปูพื้นห้องครัว ถือเป็นเรื่องสำคัญ ที่มีผลต่อการใช้งาน รวมถึงสไตล์ของห้องครัวนั้น ๆ ก่อนตัดสินใจว่าจะเลือก กระเบื้องปูพื้นห้องครัว แบบไหนดี พี่ไว้ใจจะชวนมาดู ข้อดี – ข้อเสีย ของกระเบื้องปูพื้นยอดนิยม 5 ชนิด กันค่ะ
เลือกอ่านตามหัวข้อที่สนใจ
- กระเบื้องพอร์ซเลน (Porcelain)
- กระเบื้องเซรามิค (Ceramic Tile)
- กระเบื้องดินเผา (Terracotta)
- กระเบื้องหินธรรมชาติ (Natural Stone)
- กระเบื้องลายไม้ (Wood Tile)
1. กระเบื้องพอร์ซเลน (Porcelain)
เป็นกระเบื้องที่ทำมาจากดินเหนียว ทราย และแร่อื่น ๆ อีกมากมาย จากนั้นนำไปผ่านกระบวนการเผาด้วยความร้อนสูงมาก ๆ จึงทำให้กระเบื้องพอร์ซเลน มีความหนาแน่นมากกว่ากระเบื้องทั่วไป และเป็นกระเบื้องที่ไม่ค่อยดูดซึมน้ำ จึงมั่นใจได้ว่าจะเป็นกระเบื้องที่ปลอดภัย ไม่ลื่นง่าย เหมาะสำหรับห้องครัว ห้องน้ำ และแทบจะใช้ได้กับทุกห้องภายในบ้าน
อีกทั้ง ในปัจจุบันด้วยนวัตกรรม ที่มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น จึงทำให้กระเบื้องพอร์ซเลน มีลักษณะที่คล้ายกับวัสดุธรรมชาติต่าง ๆ ได้อย่างสมจริง ทั้งสีสันและลวดลาย คนส่วนใหญ่จึงนิยมหันมาใช้กระเบื้องชนิดนี้ แทนที่จะใช้วัสดุที่มาจากธรรมชาติ ที่ดูแลรักษายาก และมีราคาแพง
นอกจากนั้น กระเบื้องพอร์ซเลนไม่ได้เป็นแค่ กระเบื้องปูพื้นห้องครัว เท่านั้น แต่ยังสามารถนำมาใช้ ปูบนเคาน์เตอร์ครัวได้อีกด้วย เนื่องจากเป็นกระเบื้องที่มีความแข็งแรงทนทาน ทำความสะอาดง่าย และสามารถทนต่อความร้อนได้เป็นอย่างดี
ข้อดี : สวย ดูดี ทำความสะอาดง่าย มีความทนทานต่อน้ำ และสิ่งสกปรก ดูแลรักษาง่าย สีสัน และลวดลายของกระเบื้อง สามารถทำออกมาได้ใกล้เคียง กับวัสดุจริงเป็นอย่างมาก
ข้อเสีย : เนื่องจากกระเบื้องมีความหนาแน่นสูง จึงทำให้ใช้เวลาในการติดตั้งนานกว่ากระเบื้องชนิดอื่น ๆ
2. กระเบื้องเซรามิค (Ceramic Tile)
วัตถุดิบหลักทำมาจากดินขาว หิน และทราย หลังจากผสมส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันแล้ว ก็นำไปตากแดดให้แห้ง แล้วจึงนำไปเผาตามอุณหภูมิที่ต้องการ ยิ่งเผาด้วยอุณหภูมิที่สูงมากเท่าไร ก็จะยิ่งทำให้กระเบื้องมีความแข็งแรงมากขึ้นเท่านั้น กระเบื้องเซรามิค เป็นกระเบื้องที่มีความหนาแน่นน้อย น้ำหนักเบา และรูพรุนเยอะ จึงทำให้สามารถดูดซึมน้ำได้ง่าย แต่ก็เป็นกระเบื้องที่ทนทานต่อความร้อนได้ดีเยี่ยม คนจึงนิยมนำไปปูบนเคาน์เตอร์ครัว
นอกจากนี้ กระเบื้องเซรามิค ยังเป็น กระเบื้องปูพื้นห้องครัว ที่คนส่วนใหญ่นิยมเลือกใช้มากที่สุด อาจจะเพราะว่า เป็นกระเบื้องที่มีขนาดที่หลากหลาย และมีโทนสี ลวดลายต่าง ๆ ให้เลือกมากมาย ส่วนการจำลองลายไม้ หรือหินธรรมชาติจากวัสดุจริงนั้น สามารถทำได้ แต่อาจจะดูไม่สมจริงเท่ากระเบื้องพอร์ซเลน
ข้อดี : มีให้เลือกหลากหลายขนาด และลวดลายต่าง ๆ มากมาย มีความแข็งแรง ทนทาน ดูแลรักษาง่าย
ข้อเสีย : แบบเคลือบเวลาเปียกน้ำมักมีความลื่น และดูดซึมน้ำสูง ไม่ทนต่อรอยขีดข่วน
3. กระเบื้องดินเผา (Terracotta)
เป็นกระเบื้องที่มีการดูดซึมน้ำค่อนข้างสูง มีรูพรุนเยอะ เนื่องจากกรรมวิธีการเผา และการเคลือบกระเบื้องดินเผา ที่แตกต่างจากกระเบื้องเซรามิค นอกจากนั้น ยังมีการยืดหดตัวสูง เมื่อโดนความชื้น และความร้อน แตกหักง่าย ผุกร่อนโดนกัดเซาะได้ง่าย แต่ก็เป็น กระเบื้องพื้นครัว ที่คนให้ความสนใจไม่น้อย เพราะเป็นกระเบื้องที่ให้ความรู้สึกกลมกลืนไปกับธรรมชาติได้ดีกว่ากระเบื้องเซรามิค
และในปัจจุบัน มีการพัฒนาการผลิตกระเบื้องดินเผา ให้มีรูปแบบที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ซึ่งรวมไปถึง การเคลือบสีที่แตกต่าง ขนาด รูปร่าง และลวดลายที่มากมาย แต่ก็ยังคงรักษารูปแบบ และความรู้สึกดั้งเดิม ของกระเบื้องดินเผาไว้ได้เป็นอย่างดี กระเบื้องดินเผาคุณสมบัติอาจจะดูด้อยกว่ากระเบื้องชนิดอื่น แต่จุดเด่นสำคัญของกระเบื้องดินเผา ที่หาไม่ได้จากกระเบื้องชนิดอื่นนั่นก็คือ “ความคลาสสิค”
กระเบื้องดินเผานั้น จัดว่าเป็นกระเบื้องที่ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติมากที่สุด เวลาที่เราเอาไปปูพื้น หรือผนังบ้าน จะช่วยทำให้บรรยากาศรอบ ๆ ดูเป็นธรรมชาติ และดูน่าหลงใหล ไม่แข็งกระด้าง รีสอร์ทหรือโรงแรม จึงนิยมนำกระเบื้องดินเผา ไปใช้ในการตกแต่งสถานที่ เพื่อให้ดูสวยงามแบบมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ข้อดี : ราคาไม่แพง แต่ก็ขึ้นอยู่กับเกรดของกระเบื้องแต่ละแบบด้วย ไม่ลื่น ระบายความชื้นและความร้อนได้เป็นอย่างดี
ข้อเสีย : ดูดซับความชื้นได้ดีเกินไป ถ้าช่างปูกระเบื้องไม่ดี เว้นระยะห่างต่อแผ่นไม่มากพอ อาจจะทำให้กระเบื้องบวม และแตกได้ มีความแข็งแรงน้อยมาก เมื่อเทียบกับกระเบื้องชนิดอื่น ๆ ทำความสะอาดยาก และสกปรกง่าย จึงไม่เหมาะกับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาทำความสะอาดเท่าไรนัก
4. กระเบื้องหินธรรมชาติ (Natural Stone)
เป็นกระเบื้องที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นทุกวัน เพราะนอกจากจะทำให้ภายในห้องดูหรูหรา สวยงาม โดดเด่นแล้ว ยังมีความแข็งแรงทนทาน และมีเสน่ห์เฉพาะตัวด้วย อย่างไรก็ตาม กระเบื้องชนิดนี้ ต้องการการดูแลมากเป็นพิเศษ แถมยังมีราคาแพงกว่ากระเบื้องชนิดอื่นหลายเท่า นอกจากนี้ ยังมีหลากหลายประเภทอีกด้วย
ซึ่งที่คนส่วนใหญ่นิยมกัน คือ หินอ่อนและหินแกรนิต หินอ่อน เป็นกระเบื้องหินธรรมชาติที่ราคาสูงสุด ในกลุ่มบรรดาหินธรรมชาติ เพราะเป็นหินที่หายาก และลวดลายสวยงาม มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน และทำความสะอาดง่าย หินแกรนิต จะมีลวดลาย และสีสัน ที่ขึ้นอยู่กับประเภทหินในเนื้อ ซึ่งผิวจะไม่ได้เนียนเท่ากับหินอ่อน เนื่องจากใช้ระยะเวลาทับถม ตามธรรมชาติน้อยกว่าหินอ่อน
ข้อดี : สวยงาม ดูดี ทำให้ภายในห้องครัวดูหรูหรามากยิ่งขึ้น และมีความแข็งแรงทนทาน ทำความสะอาดง่าย
ข้อเสีย : เกิดรอยขีดข่วนได้ง่าย และมีราคาที่แพงกว่า กระเบื้องปูพื้นห้องครัว ชนิดอื่น ๆ
5. กระเบื้องลายไม้ (Wood Tile)
วัสดุที่ใช้ปูพื้นห้องครัว มีอยู่มากมายหลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดก็จะให้ประโยชน์ใช้สอย ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งกระเบื้องลายไม้สำหรับการปูพื้นห้องครัวนั้น เราควรเลือกใช้กระเบื้องที่มีผิวหน้าเรียบ และที่สำคัญไม่มีร่องต่าง ๆ ที่จะทำให้เกิดคราบสกปรกตกค้างได้ ไม่ก่อให้เกิดเชื้อรา มีความทนทานต่อแรงกระแทก และสามารถทนต่อความเป็นกรดด่าง ที่มาจากเครื่องปรุง หรือส่วนประกอบต่าง ๆ ของอาหาร ที่อาจหล่นเปื้อนอยู่บนพื้นผิวกระเบื้องได้ นอกจากนั้น ลายไม้ยังช่วยสร้างบรรยากาศ ให้ภายในห้องครัวดูเป็นธรรมชาติ และผ่อนคลายมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
ข้อดี : สวยงาม สบายตา ดูผ่อนคลายและเป็นธรรมชาติ เช็ดทำความสะอาดง่าย
ข้อเสีย : จำเป็นต้องมีการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ และการทำความสะอาดอย่างละเอียด เพื่อช่วยให้พื้นมีอายุการใช้งานที่ยาวนานมากขึ้น
สรุปส่งท้าย
ถึงแม้ว่าจะมี กระเบื้องปูพื้นห้องครัว หลากหลายชนิดให้เราเลือกสรรก็ตาม แต่การตัดสินใจเลือก กระเบื้องพื้นครัว ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสวยงาม และความพึงพอใจของเรา เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เราต้องเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งานของเราด้วย ว่าเราใช้งานครัวมากน้อยแค่ไหน รวมไปถึงเรามีเวลาสำหรับการทำความสะอาด และดูแลบำรุงรักษามากน้อยเพียงใด เพื่อจะได้สอดคล้องกับการใช้งาน และไม่ต้องมานั่งปวดหัวภายหลัง













