ติดตามไว้ใจ :

20 เคล็ดลับ ทำงาน WFH ให้ได้งาน ขณะกักตัว ช่วงโควิด

20 เคล็ดลับ ทำงาน WFH ให้ได้งาน ขณะกักตัว ช่วงโควิด

ชอบเรื่องนี้ใช่ไหม? แชร์เลย

10

จากการระบาดของ COVID-19 ที่แพร่กระจายไปทั่วโลก เพื่อน ๆ หลายคน ก็คงต้องมีการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต โดยเฉพาะการทำงาน จากที่ออฟฟิศ มาทำงานที่บ้านแทน บทความนี้ พี่ไว้ใจ จะมาแนะนำ เคล็ดลับการ ทำงาน WFH ขณะที่ต้อง กักตัวที่บ้าน เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับคนที่มีไลฟ์สไตล์ในรูปแบบต่าง ๆ ค่ะ

เลือกอ่านตามหัวข้อที่สนใจ

เคล็ดลับสำหรับมือใหม่

1. กำหนดพื้นที่ทำงาน

เพื่อน ๆ ควรกำหนดพื้นที่ในบ้านให้ชัดเจน เพื่อใช้เป็นพื้นที่ ทำงาน WFH เพราะการนั่งลงในพื้นที่ดังกล่าวนี้ จะเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังสมอง ว่าถึงเวลาที่ต้องจดจ่อ จริงจังต่อการทำงาน และเมื่อถึงเวลาพัก เพื่อน ๆ ก็ควรอยู่ห่างจากพื้นที่ทำงาน เพื่อสร้างความผ่อนคลาย และชาร์จพลังให้กับตัวเอง เพื่อพร้อมสำหรับการเริ่มทำงานอีกครั้ง

2. ย้ายที่นั่งทำงานไปรอบ ๆ บ้าน

รู้ไหมคะว่า การสร้างพื้นที่ ทำงาน WFH สัก 2-3 แห่งในบ้าน จะช่วยให้เพื่อน ๆ ทำงานได้อย่างมีสมาธิ และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะว่าจะช่วยให้ผ่อนคลาย จากท่านั่งทำงานที่แตกต่างกันออกไป ไม่ต้องจำเจกับท่านั่งทำงาน หรือโต๊ะทำงานแบบเดิม ๆ เหมือนกับนั่งทำงานที่ออฟฟิศ ซึ่งการให้เวลากับตัวเองในแต่ละสถานที่ จะช่วยให้มีไอเดียใหม่ ๆ ผ่อนคลายจากความเครียดได้ ที่สำคัญ เพื่อน ๆ ต้องตรวจสอบด้วยว่า โต๊ะ เก้าอี้ ที่นั่งทำงาน เหมาะกับสรีระของตัวเองหรือไม่ เพราะหากไม่เหมาะสม ก็อาจจะทำให้กล้ามเนื้ออักเสบ ปวดข้อ หรือกระดูกได้ค่ะ

3. เตรียมพร้อมสำหรับการทำงานในทุกวัน

ให้เพื่อน ๆ ทำกิจวัตรในตอนเช้าตามปกติ เหมือนว่าตัวเองกำลังจะออกไปทำงานที่ออฟฟิศ อาบน้ำ แต่งตัว หรือจะแต่งหน้าด้วยก็ได้ เพื่อเตรียมความพร้อมในการทำงาน ที่สำคัญเลยนะคะ พยายามอย่าใส่ชุดนอนทำงานเด็ดขาด เพราะสมอง และร่างกาย จะรับรู้ได้ว่า เพื่อน ๆ ยังไม่พร้อมที่จะทำงาน และถึงแม้ว่าเราจะทำงานที่บ้าน ก็อย่าลืมดูแลสุขภาพร่างกาย และผิวพรรณ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้ผิวเกิดความเสื่อมโทรม แลดูไม่สดใส

4. กำหนดตารางเวลา

การกำหนดตารางเวลาที่ชัดเจนในแต่ละวัน จะช่วยให้เพื่อน ๆ ทำงาน พร้อมกับทำกิจกรรมอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และตรงตามเป้าหมาย ได้มากขึ้นกว่าการวางแผนแบบคลุมเครือ โดยให้สร้างกำหนดการประจำวัน ที่แบ่งออกเป็นหมวดหมู่ตามความสำคัญ และสร้างตารางเวลาดิจิทัล หรือจดไว้ในกระดาษ แล้วติดไว้ในที่ที่มองเห็นได้ชัดเจน

5. สร้างแผนการกิน

ให้วางแผนมื้ออาหารและของว่างไว้ล่วงหน้า เช่น ต้นสัปดาห์ หรือ ก่อนเริ่มทำงานในแต่ละวัน เพราะว่าวิธีนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้เพื่อน ๆ ทำงานเกินเวลาจนหิว แล้วค่อยมาตัดสินใจตอนหิวว่าจะกินอะไรดี ซึ่งนั่นอาจจะทำให้เราได้อาหารแบบเร่งด่วนที่ไม่มีประโยชน์ และอย่าทานอาหารที่โต๊ะทำงานเด็ดขาดนะคะ เพราะช่วงเวลาที่ทานอาหาร ควรเป็นช่วงเวลาที่ทำให้เพื่อน ๆ ได้รู้สึกผ่อนคลาย และพี่ไว้ใจแนะนำว่า อาหารว่างที่เพื่อน ๆ ควรทานคือ อาหารที่เพิ่มความจำ และความตื่นตัว เช่น เมล็ดฟักทอง ดาร์กช็อกโกแลต และไข่ต้ม

เคล็ดลับสำหรับผู้ปกครอง / คนที่มีลูก

1. ทำงานกับลูกน้อย

สำหรับคุณแม่ที่มีลูกเล็กหรือทารกน้อย เวลาทำงานที่บ้านและต้องดูแลลูกไปด้วย ให้ใช้เป้อุ้มเด็ก หรือเตรียมที่นอนของลูกน้อยให้อยู่ใกล้ ๆ กับพื้นที่ทำงานของคุณแม่ พร้อมแจ้งกับที่ทำงานว่า อาจมีเสียงรบกวนขณะประชุม เพราะว่ามีลูกน้อยอยู่ที่บ้าน และพยายามจัดตารางงานที่ต้องการใช้สมาธิ หรือการประชุมในช่วงเวลาที่ลูกน้อยนอนหลับ

2. ทำงานกับเด็กโต

หากคุณพ่อ คุณแม่มีลูกวัยกำลังโต ที่จะชอบเล่น และชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ก็จำเป็นที่จะต้องให้ความสำคัญ คอยใส่ใจ กับความต้องการของลูก ๆ ด้วยนะคะ นั่นก็อาจจะทำให้ ไม่ค่อยมีสมาธิในการทำงานมากนัก และหากว่าคุณพ่อคุณแม่ต้องทำงานแบบใช้สมาธิ ก็จำเป็นที่จะต้องทำงานนั้นในช่วงดึก หรือในขณะที่ลูก ๆ หลับ แต่ถ้ามีลูกที่โตแล้ว ที่สามารถรับผิดชอบบางอย่างได้ คุณพ่อคุณแม่ก็เพียงแค่แนะนำกิจกรรมให้ลูก ๆ ที่สามารถช่วยแบ่งเบาภาระภายในบ้านได้ เช่น ช่วยเลี้ยงน้อง ทำการบ้าน ก็จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ทำงานได้อย่างเต็มที่มากขึ้นค่ะ

3. ใส่ใจกับความต้องการทางอารมณ์ของลูก ๆ

โดยธรรมชาติ เด็ก ๆ ต้องการความรัก และความเอาใจใส่เป็นพิเศษ ในช่วงเวลาที่คุณพ่อคุณแม่ได้ทำงานอยู่ที่บ้าน ซึ่งในบางครั้ง ลูก ๆ ก็อาจมีอารมณ์ฉุนเฉียว จนทำให้คุณพ่อคุณแม่รู้สึกหมดแรง หรือหงุดหงิดใจ พี่ไว้ใจแนะนำว่า ให้คุณพ่อคุณแม่ระงับอารมณ์ของตนเองไว้
และรับฟังความต้องการของลูกให้เพิ่มมากขึ้น หรือหากิจกรรมระงับอารมณ์ของลูก เช่น เปิดเพลงที่ลูกชอบ ให้ลูกเล่นเกมบ้าง ชวนทำศิลปะที่ลูกชอบ ฯลฯ พร้อมกับพาลูกไปออกกำลังกายหลังเลิกงาน เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศให้ลูก และสร้างความแข็งแรงค่ะ

4. สร้างความสมดุลและการเล่น

การกระตุ้นให้ลูก ๆ เล่นสนุก หรือสร้างความบันเทิงด้วยตัวเองได้เป็นสิ่งที่ดี เพราะเป็นการเสริมสร้างจินตนาการ เช่น ปล่อยให้ลูก ๆ ได้เล่นในสิ่งที่อยากเล่น เล่นเกม ต่อจิ๊กซอว์ หรือกิจกรรมอื่น ๆ ที่พวกเขาต้องการ แต่ทั้งนี้คุณพ่อคุณแม่ จำเป็นต้องจัดตารางเวลาให้ลูกได้เล่น นอน กิน และทำกิจกรรมอื่น ๆ เพื่อสร้างความสมดุลในแต่ละวันด้วยนะคะ 

5. แบ่งการใช้งานหน้าจอกับลูก

แน่นอนว่าเด็ก ๆ ก็อยากใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณพ่อคุณแม่ เพื่อสร้างสรรค์ผลงานของตัวเอง หรือดูคลิป เล่นเกมอย่างที่พวกเขาต้องการ พี่ไว้ใจแนะนำว่าให้คุณพ่อคุณแม่ แบ่งเวลาการใช้งานของลูกให้ชัดเจน เช่น ให้ใช้ได้ในเวลาพักเที่ยง หรือช่วงเบรกทานของว่างสั้น ๆ 15 นาที ทั้งนี้การแชร์คอมพิวเตอร์กับลูกนั้น ช่วยทำให้ลูก ๆ รู้สึกว่า คุณพ่อคุณแม่ให้ความสำคัญกับพวกเขา แม้ในขณะทำงานค่ะ

เคล็ดลับสำหรับคนที่กังวล

1. งดเสพข่าวสารต่าง ๆ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในขณะที่เพื่อน ๆ กำลังใช้สมาธิในการทำงาน เพื่อน ๆ ไม่ควรดูข่าวเกี่ยวกับโควิด-19 เพื่อจะได้ไม่ต้องวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ของโลก พร้อมกับควรแจ้งให้คนในบ้านทราบด้วยว่า เราไม่ต้องการพูดคุยเกี่ยวกับไวรัส หรือการติดเชื้อใด ๆ

2. รับทราบข้อมูลเท่าที่จำเป็น

สำหรับเพื่อน ๆ กักตัวที่บ้าน และต้องการติดตามข่าวสารต่าง ๆ แต่พบว่าเราเสพข่าวเยอะเกินไป ให้จัดสรรเวลาที่ควรดูข่าว เช่น กำหนดไว้ทุกเช้าหรือเย็น เพื่อช่วยให้เพื่อน ๆ รับทราบข้อมูลโดยไม่รู้สึกว่าเยอะ และทำให้เครียดเกินไป

3. กลัวคนที่รักติดโควิด

หากเพื่อน ๆ กักตัวที่บ้าน แล้วกำลังมีความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพของคนที่รัก ว่าพวกเขาจะติดโควิดหรือไม่ เพื่อน ๆ ควรบอกความกังวลนี้ให้กับคนที่รักได้รู้ เพื่อพวกเขาจะได้เข้าใจ และช่วยป้องกันตัวเองให้ปลอดภัยจากโรคภัยต่าง ๆ ด้วยค่ะ

4. อยู่ในสภาวะล็อกดาวน์

เมื่อได้รับคำสั่ง ล็อกดาวน์ จากภาครัฐ ที่มุ่งหยุดการแพร่กระจายของไวรัส นั่นก็หมายความว่า เราก็จำเป็นต้องทำงานที่บ้านกันอีกแล้ว ซึ่งเพื่อน ๆ ก็ไม่ต้องกังวลไปค่ะ เพราะเราสามารถสร้างพื้นที่แห่งความสุขในขณะทำงานที่บ้านได้ ไม่ว่าจะเป็นการมองออกไปนอกหน้าต่าง วาดภาพทิวทัศน์ธรรมชาติอันเงียบสงบ ปรนนิบัติผิว ออกกำลังกาย หรืออ่านหนังสือเล่มโปรดเพื่อผ่อนคลาย

5. ติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต

หากเพื่อน ๆ กำลังรู้สึกสับสน วุ่นวายจิตใจ เครียดสะสม ซึ่งความรู้สึกแบบนี้ย่อมไม่ดีต่อการทำงาน และการดำเนินชีวิต พี่ไว้ใจแนะนำให้เพื่อน ๆ บอกเล่าความรู้สึกเหล่านี้ให้กับคนที่ไว้ใจฟัง บุคคลที่ให้คำปรึกษาได้ หรือหากไม่ไหวจริง ๆ แนะนำให้ติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตค่ะ

เคล็ดลับสำหรับคนไม่มีออฟฟิศหรือมีห้องแคบ

1. สำนักงานป๊อปอัพ

หากเพื่อน ๆ ทำงาน WFH  แต่ไม่มีโต๊ะทำงาน หรือไม่มีออฟฟิศเล็ก ๆ ในบ้าน ก็ไม่ต้องกังวลไปค่ะ เพียงแค่วางเบาะบนพื้น และใช้โต๊ะกาแฟสำหรับเป็นโต๊ะทำงาน หรือหาโต๊ะพับแบบพกพาขนาดเล็ก ที่เพื่อน ๆ สามารถใช้ได้ในหลายพื้นที่ของบ้าน ก็จะทำให้มีมุมทำงานใหม่ ๆ ที่ไม่จำเจ แถมยังสร้างแรงบันดาลใจดี ๆ ได้อีกด้วย หรือจะวางแล็บท็อป ลงบนเตียง โต๊ะ หรือบนเคาน์เตอร์ เพื่อทำโต๊ะยืนก็เก๋ไปอีกแบบ เพียงแต่ต้องระมัดระวังร่างกาย ปรับเปลี่ยนท่ายืน ท่านั่ง หากเพื่อน ๆ เริ่มรู้สึกปวดกล้ามเนื้อ และกระดูกด้วยนะคะ

2. เคลียร์พื้นที่ให้สะอาด

สร้างบรรยากาศที่สงบ ทำความสะอาดพื้นที่ทำงาน และจัดระเบียบขยะอย่างน้อยวันละครั้ง แล้วจุดเทียนหอม หรือน้ำมันหอมระเหย เพื่อส่งกลิ่นหอมอันหรูหรา ให้ลอยฟุ้งไปในอากาศ ซึ่งกลิ่นของน้ำมันหอมระเหย จะช่วยเพิ่มพลังงาน อารมณ์ และการทำงานของสมองได้ดีเลยค่ะ

เคล็ดลับสำหรับคนมีคู่ (WFH พร้อมกัน)

1. ปรึกษาแผนการทำงานล่วงหน้าร่วมกัน

เมื่อคู่รักต้อง ทำงาน WFH พร้อมกัน ควรหารือเกี่ยวกับความเข้ากันได้ ของรูปแบบการทำงานของกันและกัน แล้วตัดสินใจว่าคุณทั้งสองจะทานอาหารเที่ยง หรือเบรกทานของว่าง พร้อมกันหรือไม่ ที่สำคัญควรบอกให้ทั้งสองฝ่าย ได้รับรู้ถึงความต้องการของแต่ละคนว่า ชอบทำงานเงียบ ๆ หรือ สามารถคุยเล่นกันได้ และหากว่าเวลางานของทั้งสองคนไม่ตรงกัน ควรบอกให้รู้กันล่วงหน้าด้วยนะคะ เพื่อความเข้าใจซึ่งกันและกันค่ะ

2. เข้าใจกันและกัน

เพื่อน ๆ ควรหมั่นสังเกต และคอยดูว่า จะสามารถช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้อย่างไรบ้าง เช่น ช่วยให้คนรักของเราไม่ถูกรบกวนในระหว่างการทำงาน หรือหากเห็นคนรักกำลังทำหน้าเครียด ก็อาจส่งมุกตลก ๆ ไปให้ เพื่อให้คนรักยิ้มได้

3. ใช้หูฟัง

ขจัดสิ่งรบกวนการได้ยินด้วยการใช้หูฟัง โดยลงทุนซื้อหูฟังแบบครอบหูที่ใส่สบายกว่า ให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าหูฟัง Earbuds จากนั้นเลือกเพลงที่ชอบเพื่อความผ่อนคลาย และหากว่ามีการประชุม หรือต้องการใช้โทรศัพท์ ควรแจ้งให้คนรักได้รับรู้ เพื่อจะได้จัดการไม่ให้รบกวนซึ่งกันและกัน

สรุปส่งท้าย

การทำงาน WFH ที่ดูเหมือนจะสบาย ๆ แต่ความจริงก็สามารถทำให้เกิดความเครียดบางอย่างได้ ต้องหาวิธีผ่อนคลาย และหาจุดที่เหมาะสมในการทำงานที่บ้านด้วยนะคะ และนอกเหนือจากการทำงานให้เสร็จลุล่วงแล้ว ให้เพื่อน ๆ ดูแลรักษาสุขภาพกาย และสุขภาพจิตใจในช่วงเวลาที่อ่อนไหวนี้ โดยการออกกำลังกายเบา ๆ สม่ำเสมอ พร้อมกับหาวิธีรักษาสุขภาพจิตไปด้วย เช่น การนั่งสมาธิ จดบันทึก ดูซีรีส์ ฟังเพลง หรือทำอาหาร เพราะช่วงเวลาสั้น ๆ ของกิจกรรมเหล่านี้ จะช่วยให้เพื่อน ๆ ได้ปลดปล่อยพลังงานที่ถูกกักไว้ออกไป ช่วยทำให้มีสมาธิ และผ่อนคลายได้มากขึ้นค่ะ

อยากพูดอะไรเกี่ยวกับบทความนี้

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

*

บทความสุดฮิตติดอันดับ

Category อื่นๆ

star

อ่านอะไรต่อดี