อีกหนึ่งเรื่องที่เจ้าของที่ดินจำเป็นต้องรู้ เพราะเป็นเรื่องที่จะต้องทำเป็นประจำทุกปีนั่นก็คือ การเสียภาษีบำรุงท้องที่ นั่นเองค่ะ สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่ทราบว่า ภาษีบำรุงท้องที่ คืออะไร? ใครเป็นผู้ที่ต้องเสียบ้าง? รวมถึงมีเอกสารและขั้นตอนการดำเนินอย่างไร? วันนี้พี่ไว้ใจมี ข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับภาษีบำรุงท้องที่ มาฝาก มาทำความเข้าใจกันเลยค่ะ
เลือกอ่านตามความสนใจ
- ภาษีบำรุงท้องที่คืออะไร? ต่างจากภาษีที่ดินอย่างไร?
- คำนวณภาษีบำรุงท้องที่อย่างไร?
- เสียภาษีบำรุงท้องที่ง่ายๆ ใน 2 ขั้นตอน
- การลดหย่อนภาษีบำรุงท้องที่
ภาษีบำรุงท้องที่ คืออะไร? ต่างจากภาษีที่ดินอย่างไร?
ภาษีบำรุงท้องที่ คือ ภาษีที่จัดเก็บจากเจ้าของที่ดินทั้งบุคคลและนิติบุคคลที่ใช้สร้างบ้านพัก ที่อยู่อาศัย ทำการเกษตร รวมถึงที่ดินว่างเปล่า ซึ่งจะมีความแตกต่างจากภาษีที่ดินตรงที่ อัตราการเก็บภาษีที่ดินจะประเมินจากมูลค่าทรัพย์สิน โดยเจ้าของที่ดินจะได้แบบประเมินจากเจ้าหน้าที่ในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ในขณะที่ ภาษีบำรุงท้องที่จะประเมินจากราคาปานกลางที่ประเมินทุก 4 ปี โดยเจ้าของที่ดินต้องไปยื่นแบบเพื่อประเมินภาษี
NOTE : ทั้งนี้มีข้อกำหนดให้ที่ดินบางประเภทได้รับการยกเว้น ไม่ต้องเสียภาษีบำรุงท้องที่ คือ
- ที่ตั้งพระราชวัง ซึ่งถือเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน
- ที่ดินสาธารณะสมบัติของแผ่นดิน หรือที่ดินของรัฐ ที่ใช้ในกิจการของรัฐ หรือสาธารณะ โดยมิได้หาผลประโยชน์
- ที่ดินของราชการส่วนท้องถิ่น ที่ใช้ในกิจการของราชการส่วนท้องถิ่น หรือสาธารณะ โดยมิได้หาผลประโยชน์
- ที่ดินที่ใช้ในการพยาบาลสาธารณะ การศึกษา หรือการกุศลสาธารณะ
- ที่ดินที่ใช้ในศาสนกิจของศาสนาใดก็ตาม ที่ดินที่เป็นกรรมสิทธิ์ของวัด ไม่ว่าจะใช้ประกอบศาสนกิจหรือไม่ โดยมิได้หาผลประโยชน์
- ที่ดินที่ใช้เป็นสุสาน และฌาปนสถานสาธารณะ โดยมิได้รับประโยชน์ตอบแทน
- ที่ดินที่ใช้ในการประปา การไฟฟ้า การรถไฟ การท่าเรือ หรือสนามบิน ของรัฐ
- ที่ดินที่ใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือนที่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินอยู่แล้ว
- ที่ดินของเอกชน เฉพาะส่วนที่เจ้าของที่ดินยินยอมให้ทางราชการใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ โดยเจ้าของที่ดินมิได้ใช้ หรือหาผลประโยชน์ในที่ดินส่วนนั้น
- ที่ทำการขององค์การสหประชาชาติ ทบวงการชำนัญพิเศษของสหประชาชาติ หรือองค์การระหว่างประเทศอื่นๆ ในกรณีที่ประเทศไทยมีข้อผูกพันให้ยกเว้น ตามอนุสัญญา หรือความตกลง
- ที่ทำการของสถานทูต หรือสถานกงสุล
- ที่ดินตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
ดังนั้นจึงหมายความว่า ใครก็ตามที่เป็นเจ้าของบ้านหรือเจ้าของที่ดินจะต้องเสียภาษีบำรุงท้องที่ทั้งสิ้น ซึ่งจะมีการคำนวณ และขั้นตอนตามที่พี่ไว้ใจสรุปมาให้ต่อไปนี้ค่ะ
คำนวณภาษีบำรุงท้องที่อย่างไร?
ในการเก็บภาษีบำรุงท้องที่นั้นจะมีการตั้งราคาปานกลางโดยคณะกรรมการที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้แต่งตั้งขึ้น และจะมีการประเมินทุกๆ 4 ปี แล้วจึงนำเอาราคาปานกลางนี้มาคูณกับขนาดพื้นที่ โดยมีข้อยกเว้นให้กับที่ดินที่ทำการเกษตรประเภทไม้ล้มลุก เสียภาษีเพียงกึ่งอัตรา และหากทำการเกษตรโดยเจ้าของที่ดินเอง ให้เสียภาษีอย่างสูงไม่เกินไร่ละ 5 บาท ส่วนที่ดินที่ถูกทิ้งให้ว่างเปล่า ไม่ได้ทำประโยชน์อะไรตามสมควร จะต้อง เสียภาษี เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเท่าของอัตราปกติด้วยค่ะ
เสียภาษีบำรุงท้องที่ง่ายๆ ใน 2 ขั้นตอน
ขั้นตอนที่ 1 : ยื่นแบบ
เจ้าของที่ดินไม่ว่าจะเป็นบุคคลหรือนิติบุคล จะต้องนำ แบบแสดงรายการที่ดิน (ภ.บ.ท.5) ไปยื่นต่อเจ้าหน้าที่ภายในเดือนมกราคม ทุกๆ รอบ 4 ปี ที่ สำนักงานเขต ที่ว่าการอำเภอ หรือสำนักงานเทศบาลในท้องที่นั้นๆ
แต่หากเป็นเจ้าของที่ดินใหม่ ได้รับการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินใหม่ หรือที่ดินที่ถือครองมีการเปลี่ยนแปลง ต้องแสดงแบบรายการที่ดิน (ภ.บ.ท. 5) ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้เป็นเจ้าของที่ดิน หรือวันที่จำนวนที่ดินมีการเปลี่ยนแปลง
ในกรณีที่ไม่มีการยื่นแบบภายในเวลาที่กำหนด จะต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละ 10 ของภาษีที่ต้องชำระ
เอกสารยื่น ภาษีบำรุงท้องที่
- แบบแสดงรายการที่ดิน (ภ.บ.ท.5)
- บัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าของที่ดิน
- หลักฐานแสดงความเป็นเจ้าของที่ดิน เช่น โฉนดที่ดิน หนังสือสัญญาซื้อขายที่ดิน เป็นต้น
- ใบเสร็จรับเงินที่แสดงการเสียภาษีครั้งล่าสุด (ถ้ามี)
- กรณีที่เจ้าของที่ดินไม่สะดวกมาด้วยตนเอง สามารถทำหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นดำเนินการแทนได้ โดยผู้รับมอบอำนาจต้องนำบัตรประจำตัวประชาชนมาด้วย
ขั้นตอนที่ 2 : ชำระภาษี
หลังจากเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบและคำนวณค่าภาษีให้เรียบร้อยแล้ว จะออกหนังสือแจ้งการประเมิน (ภ.บ.ท.9 หรือ ภ.บ.ท.10) ให้เจ้าของที่ดินทราบว่าต้อง เสียภาษี เท่าไหร่ โดยเจ้าของที่ดินจะต้องทำการชำระภายในเดือนเมษายนของทุกปี หากไม่มีการชำระภายในเวลาที่กำหนด จะต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละ 2 ต่อเดือน ของภาษีที่ต้องชำระ
โดยสามารถเลือกชำระได้หลายช่องทาง ดังนี้
- ชำระด้วยเงินสด เช็ค หรือธนาณัติ ที่สำนักงานเขต ที่ว่าการอำเภอ หรือสำนักงานเทศบาลในท้องที่นั้นๆ
- ชำระผ่านธนาคารกรุงไทย โดยนำใบแจ้งหนี้ค่าภาษีไปติดต่อชำระเงินได้ที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา และเก็บใบเสร็จไว้เป็นหลักฐานด้วย
- ชำระภาษีผ่านตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย
- ชำระผ่าน Internet Banking ของธนาคารกรุงไทย หรือ KTB Online
Note : อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีข้อกำหนดที่จะช่วยลดหย่อนค่าภาษีบำรุงท้องที่ได้ด้วยนะคะ ซึ่งจะเป็นไปตามกรณีดังต่อไปนี้ค่ะ
การลดหย่อนภาษีบำรุงท้องที่
หากเจ้าของที่ดินปลูกบ้านเพื่อให้เช่าหรือทำการค้า แต่ได้เสียภาษีโรงเรือนและที่ดินเรียบร้อยแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องเสีย ภาษีบำรุงท้องที่ เพิ่มอีก แต่หากเป็นเจ้าของที่ดินแปลงเดียวหรือหลายแปลงก็ตาม ที่อยู่ในจังหวัดเดียวกัน (จะได้รับการลดหย่อนสำหรับที่ดินในจังหวัดใดจังหวัดหนึ่งเท่านั้น) และใช้ที่ดินนั้นเป็นที่อยู่อาศัย ทำการเกษตร โดยไม่ได้ทำการค้า หรือให้เช่า สามารถลดหย่อนภาษีได้ ดังนี้
- ที่ดินนอกเขตเทศบาล หรือสุขาภิบาลให้ลดหย่อนได้อย่างน้อย 3 ไร่ แต่ไม่เกิน 5 ไร่
- ที่ดินในเขตเทศบาล หรือสุขาภิบาล ให้ลดหย่อนได้ 200 – 400 ตารางวา
- ที่ดินในเขตเทศบาลอื่นๆ หรือเมืองพัทยา ให้ลดหย่อยได้ 50 – 100 ตารางวา
- ที่ดินในกรุงเทพมหานคร
- ในท้องที่ชุมชนหนาแน่นมาก ให้ลดหย่อนได้ 100 ตารางวา
- ในท้องที่ชุมชนหนาแน่นปานกลาง ให้ลดหย่อนได้ 1 ไร่
- ในท้องที่ชนบท ให้ลดหย่อนได้ 5 ไร่
สรุปส่งท้าย
ถ้าพูดถึงการ เสียภาษี อาจจะดูเป็นเรื่องที่ยุ่งยากและวุ่นวาย แต่ก็เป็นสิ่งที่ทุกคนจะต้องจ่ายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งนอกจากภาษีเงินได้ที่เราจะต้องจ่ายกันเป็นปกติแล้ว ใครที่เป็นเจ้าของบ้าน เจ้าของที่ดิน ก็ต้องจ่าย ภาษีบำรุงท้องที่ เพิ่มด้วย หลายคนอาจจะเข้าใจผิดว่าเป็นเรื่องเดียวกับภาษีที่ดิน ซึ่งชื่ออาจจะฟังดูคล้ายกันก็จริง แต่ก็ไม่เหมือนกัน เนื่องจากใช้วิธีการประเมินคนละแบบ โดยเจ้าของที่ดินจำเป็นต้องชำระทั้งคู่ภายในเวลาที่กำหนดไว้ ไม่อย่างนั้นจะถือว่าไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย และจะต้องเสียค่าปรับเพิ่มด้วยนะคะ












