ติดตามไว้ใจ :

รู้ไว้ไม่พลาด! การดูแลบ้าน 10 จุดที่ควรตรวจเช็กทุกเดือน

รู้ไว้ไม่พลาด! การดูแลบ้าน 10 จุดที่ควรตรวจเช็กทุกเดือน

ชอบเรื่องนี้ใช่ไหม? แชร์เลย

10

บ้าน” นอกจากจะเป็นที่อยู่อาศัยของเราและสมาชิกในครอบครัวแล้ว ยังเป็นพื้นที่สำหรับ การพักผ่อนหย่อนใจ อยู่แล้วรู้สึกปลอดภัย และสบายใจ เพราะฉะนั้น การดูแลบ้าน ให้อยู่ในสภาพที่ดีอยู่เสมอ ไม่ชำรุดเสียหาย ไม่ดูทรุดโทรม จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราไม่ควรมองข้าม วันนี้ พี่ไว้ใจ มี 10 จุดในบ้านที่เพื่อน ๆ ควรหมั่นตรวจเช็กเป็นประจำทุกเดือน เพื่อ การดูแลรักษาบ้าน ให้น่าอยู่ หรือมีจุดไหนที่ชำรุดจะได้ซ่อมแซมทันที ตามมาดูกันเลยค่ะ

เลือกอ่านตามหัวข้อที่สนใจ

  1. หมั่นทำความสะอาดบ้าน
  2. อย่ามองข้ามการทำความสะอาดห้องครัว
  3. กำจัดสิ่งสกปรกหรือเศษขยะออกจากท่อระบายน้ำ
  4. เช็กสภาพระบบไฟฟ้าทั้งภายในและภายนอก
  5. ตรวจสอบการรั่วซึมของหลังคาบ้าน
  6. ตรวจสอบรอยรั่วภายในห้องน้ำ และสำรวจระบบงานประปา
  7. ตรวจสอบปลวก
  8. ทำความสะอาดถังขยะ
  9. ดูแลสวนและต้นไม้ให้สวยงามร่มรื่น
  10. เช็กสภาพโดยรวมของบ้าน

1. หมั่นทำความสะอาดบ้าน

ถ้าพูดถึง การดูแลบ้าน สิ่งแรกที่ต้องทำและเป็นเรื่องที่เราสามารถทำได้โดยง่าย คือ การทำความสะอาดบ้าน อย่างน้อยเราควรทำอาทิตย์ละ 1 ครั้ง ฝุ่นจะได้ไม่เกาะหนาจนเกินไป และ ส่งผลให้ทำความสะอาดยาก อันดับแรก ควรเริ่มทำจากชั้นบนสุดของบ้านก่อน แล้วค่อย ๆ ไล่ลงมาทีละชั้น เพราะถ้าเริ่มทำจากชั้นล่างก่อน พวกฝุ่นผงต่าง ๆ ที่อยู่ชั้นบน อาจจะปลิวลงมาเลอะเทอะได้ รวมไปถึง การเปลี่ยนผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ผ้าห่ม ควรนำไปซักและตากแดดให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันฝุ่น และไม่ให้เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค และแบคทีเรียค่ะ

2. อย่ามองข้ามการทำความสะอาดห้องครัว

ห้องครัว เป็นห้องที่เราใช้สำหรับการประกอบอาหารในทุกวัน เพราะฉะนั้น จึงทำให้มีทั้งเศษอาหารและกลิ่นสะสม ถ้าเราไม่ดูแลและคอยทำความสะอาดบ่อย ๆ อาจจะทำให้พวกสัตว์หรือแมลงต่าง ๆ เช่น มด หนู หรือแมลงสาบ เข้ามารบกวนบ้านเราได้ ดังนั้น เราควรเริ่มจากการทำความสะอาด เตาแก๊ส ก่อนเป็นอันดับแรก เพราะเป็นจุดที่เราใช้งานบ่อย เช็ดคราบน้ำมัน และซอสต่าง ๆ ที่ติดฝังอยู่ จากนั้น ทำความสะอาดตู้เย็น ในแต่ละชั้นให้เรียบร้อย แล้วเลือกอาหารที่เน่าเสีย หรือหมดอายุออกมาทิ้งค่ะ

3. กำจัดสิ่งสกปรกหรือเศษขยะออกจากท่อระบายน้ำ

อีกหนึ่งจุดที่ไม่ควรมองข้าม นั่นก็คือ ท่อระบายน้ำ แม้จะเป็นจุดเล็ก ๆ แต่ก็มักจะมีปัญหาเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง และถ้าไม่มีการแก้ไข ก็จะลามไปเป็นปัญหาใหญ่ได้ เพราะฉะนั้น เราควรหมั่นกำจัดสิ่งสกปรก เศษขยะ หรือเศษอาหารออกบ่อย ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ท่อน้ำอุดตันนั่นเองค่ะ พื้นที่ที่ต้องตรวจเช็กและดูเป็นพิเศษนั่นก็คือ อ่างล้างหน้า อ่างล้างจาน ท่อระบายน้ำที่พื้นห้องน้ำ รางน้ำฝน และท่อระบายน้ำบนดาดฟ้าหรือระเบียง

4. เช็กสภาพระบบไฟฟ้าทั้งภายในและภายนอก

การดูแลรักษาบ้าน ควรสังเกตและหมั่นตรวจเช็กสภาพของสายไฟ ปลั๊กไฟ รวมถึงหลอดไฟ ภายในบ้านและนอกบ้าน หากพบว่ามีสายไฟหรือปลั๊กไฟชำรุดเสียหาย ควรรีบเปลี่ยนอันใหม่ทันที ให้มีสภาพที่พร้อมใช้งานเสมอ เพื่อความปลอดภัยของเราและสมาชิกทุกคนในบ้าน เพราะการใช้สายไฟที่ชำรุด อาจทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร ไฟช็อต หรือเกิดไฟไหม้ได้ค่ะ

5. ตรวจสอบการรั่วซึมของหลังคาบ้าน

หลังคา ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของบ้าน เพราะเป็นสิ่งที่ช่วยกันแสงแดด ลม และฝน ให้กับบ้าน เพราะฉะนั้น เราจึงควรดูแลและตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ โดยเริ่มจากการสังเกตภายในบ้าน ว่ามีรอยคราบน้ำที่ฝ้าเพดานและผนังหรือไม่ ถ้าหากพบว่ามีคราบน้ำที่ฝ้าเพดาน ควรเปิดช่องเซอร์วิสหรือเจาะช่องบนฝ้า เพื่อเปิดเข้าไปตรวจสอบดูว่า เกิดจุดรั่วซึมตรงไหน ขั้นตอนนี้ควรทำตอนช่วงกลางวัน เพราะจะได้มองเห็นแสง ที่ลอดผ่านหลังคามาได้ และเพื่อความปลอดภัย หากไม่มีอุปกรณ์หรือไม่สามารถตรวจสอบด้วยตัวเองได้ ก็ควรเรียกช่างผู้ชำนาญมาดำเนินการให้นะคะ

6. ตรวจสอบรอยรั่วภายในห้องน้ำ และสำรวจระบบงานประปา

งานระบบประปาที่มีปัญหาส่วนใหญ่มักเป็นเรื่องระบบข้อต่อที่ทำให้น้ำรั่วซึม หรือส่วนประกอบหลุดออกจากกัน เพื่อน ๆ สามารถสังเกตได้โดยง่ายเพียง 4 ข้อ ดังนี้

  1. เดินสำรวจรูรั่ว หรือร่องรอยน้ำตามท่อประปา ถ้าที่บ้านเป็นท่อประปาแบบเดินลอย ก็สามารถสังเกตได้ง่าย เพราะจะเห็นน้ำไหลซึม น้ำขัง หรือน้ำรั่วซึม ตรงร่องรอยข้อต่อของท่อได้อย่างชัดเจน
  2. ปิดก๊อกน้ำและวาล์วน้ำ สังเกตการทำงานของมิเตอร์ ว่าในขณะที่เราไม่ได้ใช้น้ำ มิเตอร์ยังหมุนหรือไม่ ถ้ามิเตอร์ยังหมุนอยู่แสดงว่ามีการรั่วซึม และถ้าบ้านไหนมีวาล์วน้ำหลายจุด จะค่อนข้างหาต้นตอได้ง่าย
  3. สังเกตการทำงานของเครื่องปั๊มน้ำ ปกติเครื่องปั๊มน้ำจะดังทุกครั้งที่มีการเปิดน้ำใช้ ถ้าเราไม่ได้มีการเปิดใช้น้ำ แต่มีเสียงเครื่องปั๊มดัง แสดงว่ามีจุดไหนรั่วซึมอยู่ ส่วนใหญ่มักจะรั่วซึมบริเวณถังพักน้ำชักโครก
  4. สังเกตความชื้นบนผนังและเพดาน ถ้าบ้านไหนเดินท่อประปาแบบฝังพื้น ฝังบนผนัง หรือซ่อนบนเพดาน ส่วนนี้มักจะหาจุดรั่วได้ยากมากที่สุด แต่ก็สามารถสังเกตได้ โดยการดูตามผนัง หรือเพดานว่ามีรอยคราบน้ำหรือไม่

7. ตรวจสอบปลวก

ปลวก ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ของบ้านอีกอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้ เพราะถ้าปลวกได้บุกรุกบ้านเราแล้วล่ะก็ บ้านจะได้รับความเสียหายอย่างแน่นอน โดยเฉพาะความแข็งแรงของบ้าน เพราะฉะนั้น เราควรฉีดยาป้องกันปลวก และหมั่นตรวจดูรอบ ๆ บ้านว่ามีร่องรอยของปลวกหรือไม่ เพราะถ้าเราเจอตั้งแต่แรก จะได้รีบแก้ไขปัญหาได้ทัน

8. ทำความสะอาดถังขยะ

ถังขยะนอกจากจะเป็นที่ทิ้งสิ่งปฏิกูล เศษอาหาร หรือสิ่งสกปรกต่าง ๆ แล้ว ยังเป็นที่สะสมของเชื้อโรค แบคทีเรีย และกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์อีกด้วย เพราะฉะนั้น การทำความสะอาดถังขยะจึงเป็นเรื่องสำคัญ ที่เราไม่ควรมองข้ามโดยเด็ดขาด ควรจะทำความสะอาดทุกเดือน ด้วยการนำมาล้าง และตรวจเช็กว่าถังขยะยังมีสภาพการใช้งานที่สมบูรณ์หรือไม่ และก่อนที่เราจะนำขยะทิ้งลงถังทุกครั้ง ควรที่จะใส่ถุงขยะและผูกปากถุงให้เรียบร้อย เพื่อลดความสกปรกภายในถังขยะ และง่ายต่อการทำความสะอาดด้วยค่ะ

9. ดูแลสวนและต้นไม้ให้สวยงามร่มรื่น

เพื่อน ๆ ควรหมั่นดูแลต้นไม้ พร้อมทั้งตัดแต่งกิ่งก้าน และตัดหญ้าที่ขึ้นรกให้ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยมากยิ่งขึ้น ทำเดือนละครั้งก็ได้ค่ะ เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้นาน อาจจะเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์มีพิษพวก งู ตะขาบ ซึ่งจะก่อให้เกิดอันตรายได้ และที่สำคัญอย่าลืม รดน้ำต้นไม้ เพื่อให้ต้นไม้สวยงาม ร่มรื่น และไม่แห้งเหี่ยวอยู่เสมอด้วยนะคะ

10. เช็กสภาพโดยรวมของบ้าน

การดูแลบ้านที่ถูกต้อง เราควรตรวจสอบสภาพของบ้านว่ามีอะไรเสียหาย หรือชำรุดทรุดโทรมบ้างหรือไม่ อย่างเช่น ผนังมีรอยร้าว เพดานมีคราบน้ำ ท่อน้ำอุดตัน หรือพื้นคอนกรีตหรือกระเบื้องแตก ถ้าพบว่ามีปัญหาเหล่านี้ เราควรรีบทำการซ่อมแซมโดยทันที เพราะถ้ายิ่งปล่อยไว้นาน อาจจะทำให้ซ่อมแซมยากมากยิ่งขึ้น หรือปัญหาอาจจะบานปลายไปเรื่อย ๆ ก็ได้ค่ะ

สรุปส่งท้าย

และนี่ก็เป็น 10 เรื่องในบ้านที่เพื่อน ๆ ควรต้องหมั่นตรวจเช็กเป็นประจำทุกเดือน เพื่อเป็น การดูแลรักษาบ้าน ให้แข็งแรงทนทานอยู่เสมอ เพราะบ้านเป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย ถ้าเราไม่ทำนุบำรุงรักษา หรือคอยซ่อมแซม อาจจะทำให้บ้านดูเก่า และทรุดโทรมได้ค่ะ บางทีอาจจะถึงขั้นเป็นอันตรายต่อเรา และสมาชิกภายในครอบครัวอีกด้วยค่ะ อีกทั้งยังทำให้บ้านดูดี สวยงาม ปลอดภัย และสามารถยืดเวลาการอยู่อาศัยไปได้อีกหลายปีเลยล่ะค่ะ

อยากพูดอะไรเกี่ยวกับบทความนี้

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

*

บทความสุดฮิตติดอันดับ

Category อื่นๆ