ภัยธรรมชาติ หรือ อุบัติภัยต่าง ๆ เราไม่สามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้า การเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือ กับสถานการณ์ที่ไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อเป็นการป้องกันเหตุ ที่ง่ายกว่าการแก้ปัญหาเมื่อเกิดขึ้นแล้ว จริงไหมคะเพื่อน ๆ วันนี้ พี่ไว้ใจ จะมาแนะนำ และชวนจัดเตรียม อุปกรณ์ที่ควรมีในบ้าน เพื่อความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเกิดภัยพิบัติ หรือสถานการณ์ฉุกเฉินที่ไม่คาดคิด เราก็จะสามารถรับมือได้อย่างทันท่วงทีค่ะ
เลือกอ่านตามหัวข้อที่สนใจ
- กล่องเครื่องมือเอนกประสงค์
- ชุดปฐมพยาบาลและยาที่จำเป็น
- ชุดรับมือภัยพิบัติ
- ถังดับเพลิง
- เซนเซอร์หรือเครื่องตรวจจับควันในบ้าน
- กล้องวงจรปิดหรือกล้องถ่ายทอดภายในบ้าน
- อุปกรณ์สื่อสารและเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉิน
1. กล่องเครื่องมือเอนกประสงค์
ทุก ๆ บ้านคงมี เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือเฟอร์นิเจอร์ประจำบ้าน อย่าง โต๊ะ เก้าอี้ ตู้ ฯลฯ กันอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 2 ชิ้นจริงไหมคะ ดังนั้น เพื่อน ๆ อาจจะต้องกลายเป็น “ช่างจำเป็น” กันสักวันหนึ่งแน่ ๆ เมื่อเครื่องใช้เหล่านั้นเกิดความเสียหาย
ดังนั้น อุปกรณ์ที่ควรมีในบ้าน ที่จำเป็น สำหรับการใช้งานซ่อมแซม สิ่งของเครื่องใช้ในบ้าน หรือมีเก็บไว้ในห้องเก็บของสักชุดหนึ่ง นั่นคือ กล่องเครื่องมือเอนกประสงค์ หากไม่รู้ว่า จะต้องมีอะไรในกล่องนี้บ้าง พี่ไว้ใจ แนะนำว่าต้องมี กรรไกร คีม ไขควง ค้อน น็อต สกรู ที่เป็นขนาดมาตรฐาน จัดใส่กล่อง วางไว้ให้เป็นที่ เพื่อเวลาจะนำมาใช้งาน ก็หยิบได้ง่าย
หากเพื่อน ๆ คนไหน ที่มีกำลังทรัพย์มากหน่อย จะซื้อชุดที่เป็นมาตรฐานขนาดใหญ่อีกนิด มาเก็บไว้เพื่อใช้งาน ก็สามารถสอบถามได้ตามแผนกช่าง ในห้างสรรพสินค้า หรือร้านขายอุปกรณ์เกี่ยวกับบ้านทั่วไป ก็ได้ค่ะ บางร้านจะมีเป็นชุดกระเป๋าเครื่องมือสำเร็จ ให้เราเลือกซื้อเอาไว้ติดบ้าน ง่าย ครบ จบในที่เดียวเลยค่ะ
2. ชุดปฐมพยาบาลและยาที่จำเป็น
อะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้ โดยที่เราไม่คาดคิด การมีความรู้เรื่อง การปฐมพยาบาลเบื้องต้น และมีตู้ยาสามัญประจำบ้าน ติดบ้านของเราเอาไว้ เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ดังนั้น ชุดปฐมพยาบาลและยาที่จำเป็น นับว่าเป็น อุปกรณ์ที่ควรมีในบ้าน มาก ๆ เลยนะคะ
ที่สำคัญเพื่อน ๆ ควรหมั่นตรวจสอบอยู่เสมอทุก ๆ 4 – 6 เดือน ว่ายาแต่ละชนิด หรืออุปกรณ์ที่เก็บไว้ ไม่ว่าจะเป็น ผ้าก๊อซปิดแผล แผ่นเทปติดแผล ยังอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานได้ และยายังไม่หมดอายุ
หากเป็นไปได้ ควรแยกทำเป็นกล่อง First Aid Kit ไว้สัก 1 ชุด เผื่อเอาไว้สำหรับ การหยิบเคลื่อนที่ ไปใช้งานได้ทันที ในกรณีมีเหตุฉุกเฉิน และหากไม่รู้ว่าจะเตรียมอะไรบ้าง ให้ปรึกษาเภสัชกรที่ร้านขายยา หรือซื้อชุด First Aid Kit แบบสำเร็จรูปไว้ ก็สะดวกดีค่ะ
3. ชุดรับมือภัยพิบัติ
ถึงแม้ว่าประเทศไทยของเรา จะไม่ค่อยมีเหตุการณ์ทางธรรมชาติ หรือภัยพิบัติที่ร้ายแรง เกิดขึ้นบ่อยเหมือนประเทศอื่น ๆ แต่หากวันไหนมีเรื่องฉุกเฉินขึ้นมา เราต้องเตรียมพร้อมรับมือให้ได้ และต้องไม่ประมาทนะคะ วันนี้ พี่ไว้ใจ ชวนเพื่อน ๆ จัด อุปกรณ์ที่ควรมีในบ้าน ประเภทของใช้จำเป็นยามฉุกเฉิน แยกเป็นชุดใหญ่เก็บไว้ที่บ้าน
ในกรณีที่เราไม่สามารถออกนอกบ้านได้ เราควรจัดเตรียมของใช้จำเป็นแบบ ชุดเล็ก ใส่กระเป๋าเอาไว้ เพื่อจะได้หยิบออกมาใช้รับมือได้อย่างทันท่วงที ถ้าต้องอพยพออกจากบ้านแบบเร่งด่วน เพื่อน ๆ ลองจำลองสถานการณ์ ว่าหากเกิดเหตุฉุกเฉิน เราควรมีอะไรที่จำเป็นและสำคัญ ติดตัวไว้เพื่อให้เราอยู่รอดได้สัก 3 วัน ลองหลับตานึกไปพร้อมกันค่ะ
- น้ำดื่ม
- อาหารแห้งบรรจุห่อ
- ยาที่ต้องกินประจำ
- เครื่องอาบน้ำ (สบู่ ยาสฟัน แปรงสีฟัน ฯลฯ)
- เสื้อผ้าที่ใส่สบาย ถุงเท้า รองเท้าแตะ
- ผ้าห่มผืนเล็ก หมอนเป่าลม ยาทากันยุง และแมลง
- ไฟฉาย นกหวีด ไฟแช็ก
- แบตเตอรี่ที่ชาร์จเต็ม ปลั๊กไฟ ที่สำรองไฟ
- เงินสด สำเนาเอกสารสำคัญ
4. ถังดับเพลิง
เพื่อน ๆ รู้กันอยู่แล้วใช่ไหมคะว่า หากเกิดเพลิงไหม้ น้ำไม่ใช่สิ่งเดียวที่จะทำให้เพลิงสงบได้ เราต้องดูก่อนนะคะว่า เชื้อเพลิงที่ไหม้นั้นเกิดจากอะไร จะได้ใช้อุปกรณ์ดับไฟให้ถูก สิ่งแรกที่ควรมีเลยคือ สติ ส่วน อุปกรณ์ความปลอดภัยในบ้าน ที่ควรมี สำหรับระงับการเกิดเพลิงไหม้เล็กน้อย เพื่อไม่ให้บานปลายคือ ถังดับเพลิง อุปกรณ์ดับเพลิงแบบเคลื่อนที่ บรรจุน้ำ หรือสารเคมีดับไฟ ซึ่งความสามารถในการดับไฟ ที่เกิดจากเชื้อเพลิงแต่ละชนิด จะมีความแตกต่างกันออกไป
โดยขึ้นอยู่กับชนิดของสารดับเพลิง ที่บรรจุอยู่ในถัง สำหรับบ้าน หรือที่พักอาศัยทั่วไป พี่ไว้ใจแนะนำให้ มีติดบ้านไว้อย่างน้อย หลังละ 1 ถัง เพื่อความอุ่นใจ หากเกิดอัคคีภัย จะได้แก้ไขได้ทัน
อาจเลือกเป็น ถังดับเพลิงแบบผงเคมีแห้ง ที่มีขายอยู่ทั่วไป สามารถใช้ดับไฟ ที่เกิดจากเชื้อเพลิงที่เป็นของแข็ง เช่น ไม้ ผ้า กระดาษ ยาง พลาสติก หรือเพลิงไหม้ ที่เกิดจากของเหลวติดไฟ และก๊าซติดไฟ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีกระแสไฟฟ้าไหลอยู่ เช่น ไฟฟ้าลัดวงจร ถังแบบผงเคมีแห้งนี้ มีราคาไม่แพง แต่จะทิ้งคราบฝุ่น หรือผงแป้งสีขาวไว้
หลังการใช้งานอาจต้องทำความสะอาดกันมากหน่อยนะคะ แต่หากบ้านของเพื่อน ๆ มีเครื่องใช้ไฟฟ้าราคาแพง หรือมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มาก ก็ควรเลือกใช้ ถังดับเพลิงประเภทก๊าซ ราคาอาจสูงขึ้นมาหน่อย แต่เมื่อใช้งานแล้วจะไม่ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ของเพื่อน ๆ เกิดความเสียหาย เหมือนถังดับเพลิงแบบผงเคมีแห้ง เพราะจะไม่ทิ้งคราบผงสีขาวไว้นั่นเองค่ะ
5. เซนเซอร์หรือเครื่องตรวจจับควันในบ้าน
อุปกรณ์ความปลอดภัยในบ้าน ที่หลายคนมักจะมองข้ามความสำคัญอีกหนึ่งอย่างคือ เครื่องตรวจจับควัน (Smoke Detector) เพราะคิดว่า เป็นการสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายโดยใช่เหตุ แต่อย่าลืมว่า หากเกิดไฟไหม้เพียงครั้งเดียว ก็อาจจะสูญเสียทุกอย่างไป แบบที่เอากลับคืนมาไม่ได้ เครื่องตรวจจับควัน จะเป็นสัญญาณแจ้งเตือน เพื่อช่วยให้สมาชิกที่อยู่ในบ้านได้รู้ตัว หากเกิดเพลิงไหม้ จะได้ระงับเหตุ ควบคุมเพลิง หรือ อพยพหนีไฟที่ลุกลาม ได้อย่างทันท่วงที
6. กล้องวงจรปิดหรือกล้องถ่ายทอดภายในบ้าน
อุปกรณ์ที่ควรมีในบ้าน ตัวจิ๋ว แต่ความสามารถไม่จิ๋วนี้ จะช่วยเพิ่มความปลอดภัย ให้ที่พักอาศัยได้ดี เพื่อน ๆ สามารถดูความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในบ้านได้ แบบ Real time ผ่านแอปพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนได้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในโลก เราอาจอยากเห็นตอนที่ลูก ๆ กลับมาถึงบ้าน สังเกตสัตว์เลี้ยง หรือแม้แต่เมื่อมีคนมาส่งพัสดุที่บ้าน
ซึ่งจะทำให้เจ้าของบ้านรู้สึกอุ่นใจ เพราะสามารถทราบความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ภายในบ้านจากกล้องได้ กล้องวงจรปิดบางรุ่น จะมีการบันทึกภาพวิดีโอ ให้โดยอัตโนมัติ เมื่อตรวจพบความผิดปกติ จากเซนเซอร์จับความเคลื่อนไหวที่ติดตั้งอยู่ในตัวกล้อง นับว่าเป็นประโยชน์มากเลยนะคะ สำหรับเพื่อน ๆ ที่ต้องออกไปทำงาน หรือไม่อยู่บ้านหลายวัน ก็ยังสามารถตรวจสอบได้ว่า ภายในบ้านมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง และเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันก็สามารถรู้ได้ทันที
7. อุปกรณ์สื่อสารและเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉิน
แม้ในยุคนี้ คนจะนิยมใช้โทรศัพท์มือถือ มากกว่าโทรศัพท์บ้าน แต่เพื่อน ๆ ก็ควรหาโทรศัพท์มือถือประจำบ้าน ไว้สักหนึ่งเครื่อง สำหรับเป็นอุปกรณ์สื่อสาร เพื่อความปลอดภัย เอาไว้แจ้งเหตุฉุกเฉิน ให้คนที่อยู่ในบ้านไว้โทรแจ้งเหตุได้
ที่สำคัญ ควรดูแล อุปกรณ์สื่อสารให้พร้อมใช้งานเสมอ ชาร์จแบตเตอรี่ให้เพียงพอ เตรียมชุดแบตเตอรี่สำรองเอาไว้ และควรบันทึก เบอร์โทรศัพท์ที่จำเป็น ไม่ว่าจะเป็น รายชื่อคนใกล้ชิด ที่ต้องติดต่อทันทีในกรณีเร่งด่วน เบอร์แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย เบอร์เรียกรถพยาบาล แจ้งเหตุน้ำ-ไฟขัดข้อง เป็นต้น
ซึ่งนอกจากเพื่อน ๆ จะบันทึกเบอร์สำคัญเหล่านี้ ไว้ในโทรศัพท์มือถือแล้ว ก็ควรมีเป็นเล่มจดบันทึก วางไว้ในจุดที่เข้าถึง และมองเห็นได้ง่ายด้วย เพราะหากเกิดเหตุร้ายแรง คนอื่น ๆ ก็ยังสามารถ ช่วยหาเบอร์สำคัญเหล่านั้น และโทรแจ้งเหตุ ขอความช่วยเหลือได้อย่างทันที
Tips : ในการเก็บรักษาดูแล อุปกรณ์ความปลอดภัยในบ้าน เพื่อน ๆ ควรหมั่นตรวจเช็ก สภาพความพร้อมใช้งานของอุปกรณ์อยู่เสมอ อย่างน้อย ทุก 6 เดือน เพื่อให้แน่ใจว่า เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น เครื่องมือเหล่านี้จะยังใช้งานได้อยู่
สรุปส่งท้าย
นอกจากเหตุไม่คาดฝันต่าง ๆ ที่เราควรเตรียมพร้อมรับมือ วางแผนการป้องกัน ไว้อย่างรอบคอบ และไม่ประมาทแล้ว สิ่งที่สำคัญมาก ๆ อีกอย่างหนึ่งก็คือ ความมีสติ ของเรานี่แหละค่ะ การแก้ปัญหาด้วยสติ บวกกับการเตรียมพร้อมที่ดี หากเกิดเหตุฉุกเฉิน ที่อยู่เหนือการควบคุม ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ หรือภัยพิบัติทางธรรมชาติ ก็จะทำให้เพื่อน ๆ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้บรรเทาลงได้นะคะ















