ติดตามไว้ใจ :

5 หลักที่ต้องรู้ การตั้งหิ้งพระในบ้าน จัดยังไงให้มงคล

5 หลักที่ต้องรู้ การตั้งหิ้งพระในบ้าน จัดยังไงให้มงคล

ชอบเรื่องนี้ใช่ไหม? แชร์เลย

10

สำหรับใครที่พึ่งซื้อบ้าน ซื้อคอนโด หรือกำลังจะย้ายไปอยู่ในที่พักอาศัยใหม่ อีกหนึ่งเรื่องที่หลายคนให้ความสำคัญก็คือ การตั้งหิ้งพระในบ้าน ชาวพุทธมักจะเชื่อกันว่า เมื่อเราย้ายที่อยู่ในวันแรกจะต้องมีการนำพระพุทธรูปเข้าบ้านด้วย เพราะจะช่วยเสริมสิริมงคล ทำให้การอยู่อาศัยเป็นไปอย่างราบรื่นสงบสุข แต่อย่างที่เพื่อนๆ รู้กันดีอยู่แล้วว่า บ้านเดี่ยวหรือคอนโดทุกวันนี้ขนาดยูนิตก็เล็กลงเรื่อยๆ แถมราคาก็พุ่งตัวขึ้นทุกปี เพื่อนๆ เลยอาจจะกังวลว่า ถ้าที่อยู่อาศัยของเราไม่มีพื้นที่สำหรับห้องพระ แล้วเราจะ ตั้งหิ้งพระตรงไหนดี ? วันนี้ พี่ไว้ใจ เลยมี 5 หลักการที่ต้องรู้ สำหรับการจัดหิ้งพระในบ้าน มาเล่าให้ฟัง ไปดูกันเลย

เลือกอ่านตามหัวข้อที่สนใจ

  1. บ้านก็ไม่ได้ใหญ่ ตั้งหิ้งพระตรงไหนดี ?
  2. จุดที่ห้ามตั้งหิ้งพระ และสิ่งที่ห้ามทำ
  3. หันหน้าพระไปทางไหนดี ?
  4. ควรตั้งพระกี่องค์ ?
  5. ตั้งหิ้งพระแล้วควรบูชาอย่างไร ?

1. บ้านก็ไม่ได้ใหญ่ ตั้งหิ้งพระตรงไหนดี ?

ปัญหาหลักๆ ของการตั้งหิ้งพระในบ้านชั้นเดียวหรือคอนโดเล็กๆ ก็คือ ไม่มีห้องพระที่แบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจน ทำให้ไม่รู้ว่าจะเลือกติดตั้งหิ้งพระไว้บนผนังไหนดี พี่ไว้ใจขอแนะนำว่า ตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดในการตั้งหิ้งพระคือ ตำแหน่งที่เป็นมุมสงบ และอยู่สูงกว่าศีรษะของเรา หรือจะวางบนหลังตู้ก็ได้ สำหรับบ้านสองชั้นจะนิยมตั้งหิ้งพระไว้ที่ชั้น 2 เพราะเป็นจุดสูงสุดของบ้าน ส่วนใครที่จะติดตั้งหิ้งพระในห้องนอน ควรหามุมที่เหมาะสม และไม่หันปลายเตียงไปในทิศทางที่ตั้งพระ

2. จุดที่ห้ามตั้งหิ้งพระ และสิ่งที่ห้ามทำ

การตั้งหิ้งพระในบ้าน บางคนมักจะติดตั้งไว้ตรงผนังเหนือประตู ซึ่งเป็นจุดที่ไม่เหมาะสมเพราะมีการเปิดปิดเคลื่อนไหวและกระแทกเวลาที่เราใช้งานประตูบานนั้น ที่สำคัญคือจะสะเทือนทำให้หิ้งพระไม่มั่นคงได้ อีกจุดที่ห้ามคือ บริเวณที่คนภายนอกเปิดประตูเข้ามาแล้วมองเห็นได้เลยโดยตรง เพราะเชื่อว่าจะเป็นการนำเรื่องที่ไม่ดีเข้ามาในบ้าน นอกจากนี้ยังไม่ควรติดตั้งหิ้งพระบนผนังเดียวกับห้องครัวหรือห้องน้ำด้วย ถ้าในแง่ความเชื่อก็มักจะคิดว่าเป็นเรื่องของความเลื่อนไหลของกระแสเงินทองและความร้อน แต่พี่ไว้ใจแนะนำเพิ่มเติมว่า ในทางวิทยาศาสตร์แล้ว ผนังห้องครัวและโดยเฉพาะผนังห้องน้ำเป็นส่วนที่อยู่ติดกับความชื้น เมื่อเวลาผ่านไปอาจเกิดผนังบวมได้ ซึ่งจะไม่ปลอดภัยสำหรับการติดตั้งสิ่งของบนผนัง หรือความชื้นก็จะส่งผลกับวัสดุของพระพุทธรูปที่เรานำมาตั้งด้วยนั่นเอง

3. หันหน้าพระไปทางไหนดี ?

สิ่งสำคัญอีกอย่างของ การตั้งหิ้งพระในบ้าน ที่หลายคนกังวลก็คือ ควรจะหันหน้าพระไปทางทิศไหน? ซึ่งมีความเชื่อกันว่า ถ้าหันไปทางทิศเหนือ ทิศตะวันออก หรือทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จะเป็นทิศทางที่ทำให้ผู้อาศัยอยู่ในบ้านมีความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน มีแต่สิ่งที่เป็นมงคลเข้ามาในชีวิต ส่วนทิศใต้และทิศตะวันตกจะเป็นทิศที่เชื่อกันว่าไม่มงคล อีกทั้งยังเป็นสองทิศที่มีความร้อนมากที่สุดในแต่ละวันด้วย เพราะดวงอาทิตย์จะอ้อมใต้มาตกทางทิศตะวันตกนั่นเอง

4. ควรตั้งพระกี่องค์ ?

ตามหลักความเชื่อของชาวไทยพุทธแล้ว เลขคี่เป็นเลขมงคล เช่น เวลาเรานิมนต์พระมาสวดในงานมงคลก็มักจะเป็นเลขคี่ เช่น 3, 5, 9 รูป ส่วนงานอวมงคลก็จะเป็นเลขคู่ เช่น ในงานศพที่จะมีพระสวดอภิธรรม 4 รูป เป็นต้น ดังนั้น การตั้งหิ้งพระในบ้าน จึงมักจะตั้งพระพุทธรูปที่มีจำนวนเป็นเลขคี่ เช่น 1, 3, 5, 7, หรือ 9 องค์ ก็ได้ และไม่ควรตั้งของอื่นๆ มาปะปน

5. ตั้งหิ้งพระแล้วควรบูชาอย่างไร ?

หลังจากที่เราติดตั้งหิ้งพระในบ้านเรียบร้อยแล้ว สิ่งสำคัญที่ตามมาก็คือการบูชาพระ ซึ่งนอกจากการไหว้และถวายข้าวประจำวันแล้ว เพื่อนๆ อาจจะหาซื้อดอกไม้หรือของหอมมาตั้งบูชา พร้อมกับนำน้ำเปล่ามาวาง เพราะเชื่อว่าจะทำให้คนในบ้านสดชื่นแจ่มใสและเต็มไปด้วยชีวิตชีวา รวมถึงไปถึงหมั่นเช็ดทำความสะอาดหิ้งพระอยู่เสมอ

สรุปส่งท้าย

จากที่พี่ไว้ใจได้เล่าไปแล้วว่าถ้าบ้านของเราไม่ได้มีขนาดใหญ่มาก หรือถ้าเราอยู่ในคอนโดที่มีพื้นที่จำกัดและไม่สามารถกั้นห้องพระได้เป็นสัดส่วน เราจะ ตั้งหิ้งพระตรงไหนดี เพื่อนๆ คงพอได้ไอเดียและนึกภาพออกกันแล้วว่าบ้านของเรามีจุดไหนที่เหมาะสมบ้าง นอกจากนี้พี่ไว้ใจยังเชื่อว่า การมีหิ้งพระไว้ในบ้านเป็นสิ่งที่ดี ไม่ว่าจะเป็นหิ้งพระขนาดเล็กหรือใหญ่ก็ไม่มีผลอะไร ทุกคนควรเลือกทำตามกำลังและตามความสะดวกในการจัดวางของตัวเอง เพื่อให้เหมาะสมกับการดำเนินชีวิตของแต่ละคน

อยากพูดอะไรเกี่ยวกับบทความนี้

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

*

บทความสุดฮิตติดอันดับ

Category อื่นๆ