ติดตามไว้ใจ :

ขจัดกลิ่นอับ ดับกลิ่นตู้เย็น เหม็นยังไงก็แก้ได้ ด้วยเทคนิคง่ายๆ แค่นี้เอง

ขจัดกลิ่นอับ ดับกลิ่นตู้เย็น เหม็นยังไงก็แก้ได้ ด้วยเทคนิคง่ายๆ แค่นี้เอง

ชอบเรื่องนี้ใช่ไหม? แชร์เลย

10

เพื่อน ๆ เคยได้กลิ่นเหม็นอับ ในตู้เย็นของเรากันบ้างไหมคะ? กลิ่นไม่พึงประสงค์เหล่านั้น อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ตู้เย็นสกปรก มีอาหารมากเกินไป อาหารบูด ฯลฯ ซึ่งการแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด จะช่วยขจัดสิ่งสกปรก กลิ่นอับ และช่วยถนอมอาหารให้สดใหม่ รวมถึงเพื่อสุขภาพของเพื่อน ๆ เองได้ด้วย วันนี้ พี่ไว้ใจ เลยมี เทคนิค ในการ ดับกลิ่นตู้เย็น อย่างง่าย ที่สามารถช่วยให้เรา กําจัดกลิ่นในตู้เย็น ซึ่งเป็นปัญหากวนใจอย่างมาก มาฝากให้อ่านกันนะคะ

เลือกอ่านตามหัวข้อที่สนใจ

กลิ่นอับในตู้เย็นเกิดจาก สาเหตุอะไรบ้าง ?

  • การจัดเก็บอาหารโดยไม่ปิดฝา

การเก็บอาหารไว้ในตู้เย็นโดยที่ไม่ปิดฝาให้สนิท กลิ่นของอาหารจะกระจายไปทั่ว หากกลิ่นนี้คงอยู่เป็นเวลานาน ก็จะทำให้อาหารบูด เสียเร็วขึ้น ดังนั้นสิ่งสำคัญ คือต้องเก็บอาหารไว้ในภาชนะที่มีฝาปิดสนิท 

  • การแช่อาหารเยอะเกินไป

การเก็บอาหาร ไว้ในตู้เย็นมากเกินไป จะทำให้การกระจายความเย็นภายในไม่ทั่วถึง ทำให้ตู้เย็นทำงานหนักขึ้น เพื่อรักษาอุณหภูมิภายใน และหากอาหารไม่ได้รับความเย็น จะทำให้อาหารเสีย เกิดแบคทีเรียที่เป็นอันตราย และสร้างกลิ่นเหม็น

  • ขาดการทำความสะอาดภายในตู้เย็น

หากเพื่อน ๆ ไม่ได้ทำความสะอาด ภายในตู้เย็นอย่างสม่ำเสมอ อาจทำให้พื้นผิวที่สกปรกสะสม และก่อให้เกิดเชื้อแบคทีเรีย การดูแลตู้เย็นให้สะอาด ช่วยถนอมอาหารให้สดใหม่ คงสภาพได้ยาวนานขึ้น การทำความสะอาดชั้นวางและช่องใส่ผักก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ภายในตู้เย็นของคุณสะอาดและไม่มีกลิ่น 

  • มีน้ำเสียขังในถาดระบายน้ำ

การกดละลายน้ำแข็งในช่องแช่แข็ง น้ำจากน้ำแข็งที่ละลาย จะเข้าไปสะสมในถาดระบายน้ำของตู้เย็น เพื่อป้องกันไม่ให้รั่วไหลภายใน และหากเราลืมทำความสะอาด ถาดระบายน้ำเป็นประจำ ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดเชื้อรา เชื้อโรค และเป็นแหล่งเพาะเชื้อแบคทีเรียซึ่งทำให้เกิดกลิ่นเหม็นได้ กลิ่นสามารถเข้าไปในตู้เย็น ผ่านทางท่อระบายน้ำ ที่เชื่อมต่อด้านในของตู้เย็น กับถาดระบายน้ำ ดังนั้น ควรทำความสะอาด ถาดระบายน้ำอย่างน้อยทุก ๆ 3 เดือน

  • เก็บอาหารที่หมดอายุและอาหารหกเลอะในตู้เย็น

การเก็บอาหารไว้ในตู้เย็นจนหมดอายุ อาจทำให้เกิดการบูด เน่าเสียในตู้เย็น และสร้างแบคทีเรีย หรือเชื้อรา ซึ่งเป็นที่มาของกลิ่นเหม็น และเชื้อโรคภายในตู้เย็น ดังนั้น เมื่อใดก็ตามที่เก็บอาหารในตู้เย็น อย่าลืมตรวจเช็กบ่อย ๆ ว่ามีอาหารเก่าแช่ค้างอยู่หรือไม่ รวมถึงถ้าทำอาหารหกเลอะในตู้เย็น พี่ไว้ใจ ขอเตือนว่า อย่าลืมทำความสะอาดโดยเร็วที่สุด อย่าปล่อยทิ้งไว้ เพื่อป้องกันกลิ่นเหม็นในตู้เย็นของเพื่อน ๆ นะคะ

5 วิธี ดับกลิ่นตู้เย็น

หากตู้เย็นของเพื่อน ๆ มีกลิ่นอับชื้น หรือกลิ่นเหม็น พี่ไว้ใจ มีวิธีที่จะมาช่วย ดับกลิ่นตู้เย็น ดังนี้

  • ทำความสะอาดตู้เย็นอย่างสม่ำเสมอและทั่วถึง

เมื่อไหร่ที่เพื่อน ๆ ได้กลิ่นเหม็นจากตู้เย็น ควรทำความสะอาดภายในตู้เย็นทั้งหมด และเก็บอาหาร เครื่องดื่มที่หมดอายุทิ้ง ใช้ผลิตภัณฑ์ ทำความสะอาดเอนกประสงค์จากธรรมชาติ เช่น เบกกิ้งโซดา หรือมะนาว เช็ดภายในตู้ย็นให้ทั่วด้วยผ้าชุบน้ำหมาด ๆ จากนั้นเช็ดให้แห้งด้วยผ้าอีกครั้ง นำชั้นวางออกมาล้าง ทำความสะอาด และเช็ดให้แห้ง ก่อนที่จะนำกลับเข้าไปวางในตู้เย็น เพียงเท่านี้ก็ช่วย กําจัดกลิ่นในตู้เย็น ได้แล้ว

  • ใช้น้ำยาขจัดกลิ่นอับ

หากตู้เย็นที่ทำความสะอาดแล้ว ยังมีกลิ่นเหม็นอยู่ ให้ใช้น้ำยา ดับกลิ่นตู้เย็น หรือสารขจัดกลิ่น เพื่อกำจัดกลิ่นในตู้เย็น เพื่อน ๆ สามารถใช้ เบคกิ้งโซดา เทใส่ถ้วยวางไว้ในตู้เย็น เพราะเบคกิ้งโซดา จะช่วยดูดกลิ่นได้ และการใช้ กากกาแฟ หรือ ถ่านกัมมันต์ จะช่วยดูดซับกลิ่นไม่พึงประสงค์ ในตู้เย็นได้ด้วยเช่นกัน หรือถ้าต้องการเพิ่มกลิ่นหอม ๆ ให้กับตู้เย็น ให้ใช้ก้านสำลี แช่ในน้ำมันหอมระเหยกลิ่นวานิลลา วางไว้ในตู้เย็น ก็ช่วยให้ตู้เย็นมีกลิ่นหอมได้ 

  • เก็บอาหารในภาชนะที่ปิดมิดชิดและติดวันหมดอายุ

อาหารทุกชนิดมีกลิ่นเฉพาะ และจะกระจายไปทั่วตู้เย็น หากเราวางไว้โดยไม่ปิด หรือห่อให้มิดชิด ทางที่ดีควรเก็บอาหาร ไว้ในภาชนะที่ปิดสนิท เพื่อป้องกันไม่ให้กลิ่นกระจาย นอกจากนี้ยังคงความสดได้นานขึ้น และเมื่อมีอาหารที่เก็บไว้ในตู้เย็นเป็นเวลานาน จะทำให้เกิดกลิ่นฉุน และแพร่กระจายภายในตู้เย็น วิธี ดับกลิ่นตู้เย็น ที่ดีที่สุดคือ ติดฉลากวันหมดอายุของอาหาร หรือวันที่จัดเก็บ เพื่อที่จะไม่ให้อาหารเน่าเสีย และส่งกลิ่นเหม็น 

  • เก็บอาหารสดไว้ข้างหน้า

ขณะเก็บอาหารไว้ในตู้เย็น เราควรเก็บอาหารสดไว้ข้างหน้า เพื่อให้มองเห็นได้ง่าย จะได้หยิบมาทำอาหารก่อน และยังทำให้ตู้เย็นของเราไม่มีอาหารที่หมดอายุ หรือเน่าเสีย ซึ่งเป็นที่มาของกลิ่นเหม็น

  • ตรวจสอบอุณหภูมิภายในตู้เย็นให้ถูกต้อง

อุณหภูมิภายในตู้เย็นก็มีความสำคัญในการจัดเก็บ และถนอมอาหารให้สดใหม่ หากอุณหภูมิร้อนเกินไป จะกระตุ้นการเติบโตของจุลินทรีย์ ซึ่งสามารถเร่งการเสื่อมสภาพของอาหารได้ อุณหภูมิในห้องแช่เย็นปกติ คือ 4 – 5 องศาเซลเซียส ขณะที่อุณหภูมิในห้องแช่แข็งคือ -18 ถึง -17 องศาเซลเซียส ทุกวันนี้ มีตู้เย็นที่ใช้เทคโนโลยี ต้านจุลชีพของ Microben ซึ่งยับยั้ง การเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ และช่วยในการจัดการ กับแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดกลิ่น

แนะนำ 7 Tips ดูแลและป้องกันกลิ่นเหม็นในตู้เย็น

  1. ล้างทำความสะอาด ภายในตู้เย็นด้วยเบกกิ้งโซดา
    นำเบกกิ้งโซดา 2 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำอุ่น ใช้ฟองน้ำเช็ดขจัดคราบตกค้าง ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วขัดออกโดยใช้แปรงสีฟัน เช็ดตู้เย็นให้ทั่วอีกครั้ง ด้วยน้ำเปล่า และฟองน้ำที่สะอาด เพื่อเอาเบกกิ้งโซดาออกจากตู้เย็น จากนั้นใช้ผ้าสะอาดเช็ดให้แห้งอีกครั้ง
  1. ตั้งเวลาระบายอากาศในตู้เย็นหลังทำความสะอาด
    เนื่องจากเป็นพื้นที่ปิด กลิ่นจึงติดอยู่ และซึมเข้าไปในผนัง รวมถึงชั้นวาง ดังนั้นเมื่อล้างคราบอาหาร ละลายน้ำแข็งที่เน่าเสีย ออกจากตู้เย็น และช่องแช่แข็งของเราแล้ว ให้ตั้งเวลาระบายอากาศ หลังจากถอดปลั๊กตู้เย็น เปิดประตูและปล่อยให้อากาศหมุนเวียนอย่างน้อย 30 นาที
  1. ตรวจเช็กกลิ่นจากวันที่หมดอายุของอาหาร
    เป็นเรื่องง่าย ในการตรวจเช็ก อาหารในตู้เย็น หากมีวันหมดอายุกำกับ เราสามารถแยกของที่หมดอายุ ออกจากตู้เย็นก่อนที่จะเน่าเสีย และส่งกลิ่นเหม็น 
  1. ใช้ภาชนะแก้วสำหรับเก็บอาหาร แทนพลาสติก
    ข้อดีของกล่องเก็บอาหารที่ทำจากแก้ว คือ ไม่มีสารพิษออกมาทำปฏิกิริยาใด ๆ กับอาหาร จึงเหมาะสำหรับ ใช้ในการเก็บอาหารแห้ง อาหารสด และของเหลวอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  1. ดับกลิ่นด้วย ตัวช่วยจากธรรมชาติ
    วิธีดับกลิ่นตู้เย็น ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ เบกกิ้งโซดา แต่ก็มีตัวช่วยอื่นจากธรรมชาติ และยังหาง่าย มีอยู่ในห้องครัว ที่จะช่วยดับกลิ่นได้ เช่น มะนาว กากกาแฟ ถ่านดำ
  1. ตั้งอุณหภูมิของตู้เย็นให้คงที่
    เราสามารถลด การเน่าเสีย ของอาหารได้ โดยการเก็บในตู้เย็นที่อุณหภูมิเหมาะสม 4 – 5 องศาเซลเซียส และเก็บของที่เน่าเสียง่ายออกจากตู้เย็นทันที
  1. ทำความสะอาดหลังจากปิดหรือถอดปลั๊ก 
    ถ้าหากเพื่อน ๆ ต้องถอดปลั๊กตู้เย็นเป็นเวลานาน ควรทำความสะอาด ให้เรียบร้อยก่อน และนำอาหารออกให้หมด จากนั้น เปิดประตูตู้เย็นให้กว้างเล็กน้อยทิ้งไว้ เพื่อระบายอากาศ กำจัดกลิ่นในตู้เย็น ไม่ให้เกิดกลิ่นอับ เพราะแม้ว่าตู้เย็นจะสะอาดแล้ว แต่ถ้าปิดประตูตู้เย็นไว้ อากาศที่อบและร้อน ไม่ถ่ายเท อาจทำให้มีกลิ่นเหม็นในภายหลัง

สรุปส่งท้าย

การทำความสะอาดตู้เย็น อย่างสม่ำเสมอ และคอยดูแลหาสาเหตุ ที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็น ไม่ปล่อยทิ้งไว้ สามารถยืดอายุ การใช้งานของตู้เย็นให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้น รวมถึงทำให้อาหารคงความสดใหม่ ไร้เชื้อโรค หรือเชื้อแบคทีเรีย ที่อาจปนเปื้อนมากับอาหาร เมื่อนำมารับประทาน อาจส่งผลเสียกับสุขภาพเราได้ เพราะฉะนั้น อย่ามองข้ามเรื่องสำคัญแบบนี้ อ่านจบแล้ว ไปเช็กกลิ่นตู้เย็นของเรากันเลยค่ะ

อยากพูดอะไรเกี่ยวกับบทความนี้

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

*

บทความสุดฮิตติดอันดับ

Category อื่นๆ

star

อ่านอะไรต่อดี