ติดตามไว้ใจ :

เช่าบ้าน VS ซื้อบ้าน มนุษย์เงินเดือนพร้อมไหม ควรเลือกแบบไหนดี

เช่าบ้าน VS ซื้อบ้าน มนุษย์เงินเดือนพร้อมไหม ควรเลือกแบบไหนดี

ชอบเรื่องนี้ใช่ไหม? แชร์เลย

10

เชื่อเถอะว่าเหล่ามนุษย์เงินเดือนทั้งหลายที่จากบ้านมาทำงานอยู่กทม. หรือปริมณฑลใกล้เคียง ต้องเคยตั้งคำถามกับตัวเองเป็นแน่ ว่าจริงๆ แล้วเราควรจะ เช่าบ้าน เพื่ออยู่อาศัยชั่วคราว หรือ ซื้อบ้าน เพื่อเป็นของเราไปเลย แบบไหนจะคุ้มกว่ากัน? คิดทบทวนไปมา สุดท้ายก็ไม่สามารถตัดสินใจได้สักทีว่า สรุปแล้วซื้อบ้านดีกว่าจริงไหม? หรือเช่าบ้านราคาถูกกว่าจริงรึเปล่า? บทความนี้ พี่ไว้ใจ จะมาช่วยเพื่อนๆ ตัดสินใจด้วยการเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย และควรต้องพิจารณาจากปัจจัยความพร้อมด้านไหนบ้าง ถ้าพร้อมแล้วมาเริ่มกันเลย

เลือกอ่านตามหัวข้อที่สนใจ

เช็ก 3 ปัจจัยความพร้อมก่อน เช่าบ้าน ซื้อบ้าน

ก่อนอื่นเรามาเช็กแนวทางเตรียมการก่อนตัดสินใจ อย่างแรกเลยก็คือ เช็กปัจจัยความพร้อม ในแต่ละด้านของมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างแรกที่ทุกคนต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อหรือเช่านั่นเอง และนี่คือประ 3 เด็นหลักที่ต้องเอาไปเช็กกัน

1. หน้าที่การงานมั่นคง

หนึ่งในปัจจัยที่สำคัญสำหรับมนุษย์เงินเดือน คือความพร้อมทางด้านการเงิน ซึ่งการจะได้เงินมานั้นขึ้นอยู่กับแหล่งที่มาของเงินด้วย ลองถามตัวเองดูว่าคุณพร้อมที่จะลงหลักปักฐานแล้วรึยัง? งานที่คุณทำมีความมั่นคงมากแค่ไหน? เงินเดือนที่คุณรับสามารถเพียงพอต่อการใช้ชีวิตโดยไม่ลำบากรึเปล่า? หากคุณตอบคำถามเหล่านี้ได้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นเยอะเลย

2. ความสามารถในการผ่อนชำระ

คุณควรดูว่าคุณมีความสามารถในการชำระเงินมากน้อยแค่ไหน แน่นอนว่าส่วนใหญ่ค่าผ่อนในการซื้อบ้านจะสูงกว่าค่าเช่า แต่ค่าผ่อนชำระต่อเดือนก็ไม่ควรเกิน 40% ของรายรับ เพราะถ้าสูงเกินกว่านั้นจะทำให้สถานะภาพทางการเงินไม่คล่องตัว นอกจากนี้ยังค่าใช้จ่ายต่างๆ อย่างพวก ค่าบำรุงดูแล ค่าตกแต่ง หรือค่าภาษี ตามมาอีก

3. ความต้องการที่แท้จริง

แน่นอนว่าแต่ละคนก็มีเหตุผลและความต้องการที่หลากหลายแตกต่างกันไป ลองสำรวจความต้องการจริงๆ ของคุณดูว่า ประเด็นสำคัญที่คุณจะซื้อหรือเช่าบ้านนั้น เพื่อจะใช้ชีวิตอยู่ที่กทม.ในระยะสั้นหรือระยะยาว? อยู่คนเดียว อยู่กับแฟน หรือเป็นครอบครัวใหญ่? มีการเปลี่ยนหรือย้ายสถานที่ทำงานบ่อยไหม? อนาคตจะขยายหรือปรับเปลี่ยนไปแบบไหน? เป็นต้น

เทียบข้อดี-ข้อเสีย การเช่าบ้าน

ข้อดี ของการเช่าบ้าน

  • รักษาสภาพคล่องทางการเงินได้: การเช่าบ้านไม่จำเป็นต้องใช้เงินก้อนจำนวนมาก ส่วนใหญ่แล้วจะมีเพียงค่าเช่าล่วงหน้าล่วงหน้า 1-2 เดือน หรือค่ามัดจำ แต่สุดท้ายแล้วจะได้เงินก้อนนี้คืนตอนที่เราย้ายออก
  • ความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิต : หากในอนาคตมีการเปลี่ยนที่ทำงาน หรือมีเหตุจำเป็นทำให้ต้องย้ายออกก็สามารถโยกย้ายได้ เพราะไม่มีข้อผูกมัด ไม่ต้องกังวลเรื่องการจัดการขายทรัพย์สินเหมือนการซื้อบ้าน จึงทำให้มีความคล่องตัวและยืดหยุ่น
  • ไม่สิ้นเปลืองเรื่องการตกแต่ง : เช่าบ้าน กทม. ส่วนใหญ่มักจะพร้อมอาศัยเข้าอยู่เลย ไม่จำเป็นต้องเสียเงินซื้อเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่ง หรือเครื่องไฟฟ้าต่างๆ เอง
  • ไม่มีปัญหาจุกจิกให้กวนใจ: เช่น ไม่ต้องเสียภาษีโรงเรือน ไม่ต้องจ่ายค่าส่วนกลางของหมู่บ้าน ไม่ต้องกังวลเรื่องภัยพิบัติต่างๆ เช่น น้ำท่วม  ดินทรุด ถนนพัง เพราะเป็นบ้านเช่า

ข้อเสีย ของการเช่าบ้าน

  • ไม่มีทรัพย์สินเป็นของตัวเอง : เพราะเป็นการเช่าบ้านผู้อื่นอาศัยอยู่ จึงทำให้เราไม่ได้เป็นเจ้าของสถานที่นั้นๆ
  • ไม่สามารถตกแต่งบ้านได้ตามใจชอบ : เพราะหากเราเกิดการโยกย้ายสถานที่ เปลี่ยนมือผู้เช่า อาจทำให้เราต้องเสียเวลาขนย้ายของเข้า-ออกได้ แถมยังต้องเสียค่าซ่อมแซมต่างๆ ที่อาจเกิดจากการเคลื่อนย้ายได้

เทียบข้อดี-ข้อเสีย การซื้อบ้าน

ข้อดี ของการซื้อบ้าน

  • โอกาสในการลงทุนหรือทำกำไร : ด้วยความเป็นเจ้าของในสินทรัพย์ หากคุณต้องการลงทุนหรือทำกำไร ก็สามารถขายต่อ หรือปล่อยเช่าได้
  • ตกแต่งบ้านได้ตามใจชอบ : คุณสามารถตกแต่งและสร้างสรรค์มุมต่างๆ ภายในบ้านได้อย่างอิสระ ซึ่งการได้อยู่ในมุมที่ชอบพื้นที่ที่ใช่ย่อมเป็นการสร้างแรงใจในแต่ละวันได้เป็นอย่างดี
  • ลดหย่อนภาษีได้ : เราสามารถนำดอกเบี้ยในการซื้อบ้านแต่ละปีไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท
  • มีสินทรัพย์เป็นของตัวเอง : ถือเป็นการลงทุนระยะยาวที่เหมาะสม เพราะมูลค่าของสินทรัพย์เหล่านี้ จะเพิ่มสูงขึ้นตามระยะเวลาจนสามารถคืนทุนให้กับเงินกู้หรือสินเชื่อในเบื้องต้น แม้ว่าการลงทุนในช่วงแรกนั้นจะแพงไปสักนิดก็ตาม

ข้อเสีย ของการซื้อบ้าน

  • ความพร้อมทางด้านการเงิน : ซื้อบ้านต้องมีค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ตั้งแต่เริ่มซื้อต้องมีเงินดาวน์ ต้องหาเงินกู้ ค่าโอนกรรมสิทธิ์ ค่าจดจำนอง รวมถึงค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่นๆ หากบริหารเงินไม่ดี ขาดส่งธนาคารนานๆ อาจถูกยึดบ้านเพื่อบังคับจำนองได้ ผู้ซื้อจึงต้องมีเงินก้อนหรือเงินออมไว้ด้วยจะดีที่สุด
  • ความยุ่งยาก : หากคุณคิดจะย้ายที่อยู่ ต้องลงประกาศขายบ้านในเว็บไซต์ หรือจ้างเอเจ้นท์เข้ามาดูแลการขายหรือปล่อยเช่า
  • ค่าใช้จ่ายในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเงินผ่อนที่ต้องผ่อนกับธนาคารทุกเดือน ค่าซ่อมบำรุงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น ค่าตกแต่ง ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หรือแม้แต่ค่าส่วนกลาง

สรุปส่งท้าย

ไม่ว่าจะเลือกเลือก เช่าบ้าน หรือซื้อบ้าน ก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมและความต้องการของแต่ละคน ดังนั้นก่อนตัดสินใจเพื่อนๆ ต้องศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบ เพื่อทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการวางแผนการเงินของตัวเองในอนาคต ยังไงเพื่อนๆ ลองนำข้อดี-ข้อเสีย ปัจจัยความพร้อมที่พี่ไว้ใจนำมาฝากไปปรับใช้กันดู และหวังว่าทุกคนจะได้แนวทางคำตอบในการตัดสินใจในการเลือกที่อยู่อาศัยได้ตอบโจทย์ความต้องการของตัวเองอย่างคุ้มค่าที่สุดนะ

อยากพูดอะไรเกี่ยวกับบทความนี้

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

*

บทความสุดฮิตติดอันดับ

Category อื่นๆ

star

อ่านอะไรต่อดี