เชื่อว่าในสภาวะเศรษฐกิจฝืดเคืองอย่างในปัจจุบัน การจะใช้จ่ายเงินก้อนใหญ่สำหรับเพื่อนๆ ที่รายได้ไม่แน่นอน คงเป็นเรื่องที่ต้องคิดกันหนัก แต่ทำยังไงได้เมื่อคนเรายังจำเป็นต้องมี “ที่อยู่อาศัย” ต้องการมีบ้านมีที่พักเป็นหลักให้รู้สึกอุ่นใจและมั่นคง หลายคนคงมองหา “โครงการบ้านเอื้ออาทร” เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยตอบโจทย์ชีวิต สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่สนใจอยาก ซื้อบ้านเอื้ออาทร ต้องการจองบ้านเอื้ออาทร พี่ไว้ใจ ก็มีขั้นตอนการจองและข้อมูลสำคัญที่ควรรู้มาฝากทุกคนให้ได้เอาไปเตรียมตัวเตรียมความพร้อมกัน จะมีเรื่องอะไรบ้าง ตามมาดูกันได้เลย
เลือกอ่านตามหัวข้อที่สนใจ
- โครงการบ้านเอื้ออาทร คืออะไร
- คุณสมบัติผู้มีสิทธิ์ซื้อบ้านเอื้ออาทร
- ช่องทาง รายละเอียดขั้นตอนการจอง
- เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการจอง
- ข้อควรรู้เพิ่มเติม

Credit : thairath.co.th
โครงการบ้านเอื้ออาทร คืออะไร
ก่อนจะไปดูเงื่อนไขขั้นตอนการ จองซื้อบ้านเอื้ออาทร เรามาทำความรู้จักกับโครงการกันคร่าวๆ ก่อนดีกว่า โครงการบ้านเอื้ออาทร หรือที่เราเรียกสั้นๆ ว่า บ้านเอื้ออาทร คือโครงการที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือให้คนที่มีรายได้น้อยได้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงมากขึ้น ซึ่งตัวโครงการจะประกอบไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและสาธารณูปโภคพื้นฐานที่สำคัญ มีบ้านหลากหลายรูปแบบ หลายราคาให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว บ้านแฝด หรือห้องชุด
โดยโครงการบ้านเอื้ออาทรนั้นมีกระจายอยู่ทั่วประเทศ ทั้งในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และต่างจังหวัด โดยราคาจะอยู่ระหว่าง 250,000 – 1,000,000 บาท ขึ้นอยู่กับประเภทบ้าน ทำเลที่ตั้ง และเพื่อนๆ ไม่ต้องกังวลเรื่องสินเชื่อแต่อย่างใด เพราะสามารถกู้สินเชื่อจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารออมสิน โดยที่การเคหะแห่งชาติจะเป็นผู้ค้ำประกันให้นั่นเอง

Credit : siamrat.co.th
คุณสมบัติผู้มีสิทธิ์ ซื้อบ้านเอื้ออาทร
อย่างที่บอกว่าโครงการบ้านเอื้ออาทรมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในด้านที่อยู่อาศัย ดังนั้น ทางการเคหะแห่งชาติจึงต้องมีการกำหนดคุณสมบัติของผู้ที่มีสิทธิ์ซื้อบ้านเอื้ออาทร เพื่อให้เข้าถึงผู้ที่ต้องการจริงๆ โดยกำหนดคุณสมบัติไว้ ดังนี้
– มีสัญชาติไทย
– อายุ 20 ปีขึ้นไป
– รายได้ครอบครัวรวมกันไม่เกิน 40,000 บาท / เดือน
– ไม่ติด Blacklist หรือ เครดิตบูโร กับสถาบันการเงินใด
ช่องทางและรายละเอียดการจอง ซื้อบ้านเอื้ออาทร
ในการจองซื้อบ้านเอื้ออาทร สามารถทำได้ 3 ช่องทาง ได้แก่
- ยื่นเอกสารการจองที่ สำนักงานใหญ่ การเคหะแห่งชาติ เลขที่ 905 ถ.นวมินทร์ ซอย 10 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
- ติดต่อที่สำนักงานขาย ศูนย์ขาย และสำนักงานเคหะประจำจังหวัดที่มีโครงการอยู่
- จองบ้านเอื้ออาทรออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ การเคหะแห่งชาติ
ในส่วนรายละเอียดขั้นตอนการจองซื้อบ้านเอื้ออาทร ในปัจจุบัน สามารถทำได้ทั้งแบบ Walk-In และแบบออนไลน์ โดยมีขั้นตอนหลักๆ ดังนี้
กรณี Walk-In จองผ่านเคาน์เตอร์
- เลือกบ้านที่สนใจ ตามชื่อโคงการ หรือพื้นที่ (พี่ไว้ใจแนะนำให้เพื่อนๆ เช็คสภาพแวดล้อมของโครงการ และความเป็นอยู่โดยรอบให้ละเอียด)
- วางเงินจองจำนวน 3,000 บาท
- ติดต่อเจ้าหน้าที่การเคหะแห่งชาติ เพื่อยื่นขอจองสิทธิ์บ้าน และเข้าทำสัญญา
- รับสัญญาจองหรือสัญญาจะซื้อจะขาย
- ยื่นขอสินเชื่อเพื่อกู้ซื้อบ้านจากสถาบันการเงิน ซึ่งสามารถเลือกได้ทั้งธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารออมสินเลย
กรณีจองบ้านเอื้ออาทรออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์
- เข้าไปเว็บไซต์ การเคหะฯ
- ค้นหาบ้านที่สนใจ โดยสามารถพิมพ์ค้นหาจากชื่อโครงการหรือทำเลที่ตั้ง
- เลือกห้องหรือบ้านที่ยังว่าง และกรอกข้อมูลรายละเอียดส่วนตัวให้ครบถ้วน (ข้อมูลสำหรับการจองที่ต้องกรอก)
– หมายเลขบัตรประชาชน
– ชื่อ-นามสกุล
– ที่อยู่ที่ติดต่อได้
– เบอร์โทรศัพท์
– อาชีพ
– รายได้ครัวเรือนต่อเดือน - ยืนยันการจองและพิมพ์เอกสารการจองผ่านเว็บไซต์ได้เลย
- ติดต่อทำสัญญา ณ สำนักงานใหญ่ การเคหะแห่งชาติ หรือสำนักงานเคหะชุมชน ทุกแห่งทั่วประเทศ ภายใน 7 วัน
* ชำระค่าจองบ้านที่สำนักงานเคหะชุมชน หรือเคาน์เตอร์เซอร์วิสทุกแห่งทั่วประเทศ ภายใน 7 วัน
อ่านคู่มือการจองผ่านเว็บไซต์เพิ่มเติมได้ที่ http://house.nha.co.th/help/HELP-04.pdf
เอกสารที่ต้องใช้ในการจอง
สำหรับเอกสารที่ใช้ในการจองนั้น ไม่ว่าจะจองผ่านเคาน์เตอร์หรือจองออนไลน์ก็จำเป็นต้องเตรียมเอกสารให้พร้อม ดังนี้
- บัตรประจำตัวประชาชนจำนวน 1 ชุด
- สำเนาทะเบียนบ้านจำนวน 1 ชุด
- สำเนาทะเบียนสมรส และเอกสารคู่สมรส (ถ้ามี) จำนวน 1 ชุด
- หนังสือรับรองรายได้ตนเองและคู่สมรส หนังสือรับรองรายได้จากหน่วยงาน
- สลิปเงินเดือน หรือสำเนาบัญชีเงินฝาก
ข้อควรรู้เพิ่มเติม
ถึงแม้เพื่อนๆ จะเป็นเจ้าของบ้านเอื้ออาทรแล้ว แต่ใน 5 ปีแรกนั้นกรรมสิทธิ์จะยังตกเป็นของการเคหะแห่งชาติอยู่ และในระหว่างนั้นเพื่อนๆ ก็จะไม่สามารถขายหรือปล่อยเช่าบ้านได้ทุกกรณี ซึ่งเพื่อนๆ จะสามารถโอนกรรมสิทธิ์มาเป็นของตัวเองได้ก็ต่อเมื่อหลังจากผ่าน 5 ปีไปแล้วเท่านั้น
นอกจากนี้ก็มีข้อควรระวังที่ควรรู้ คือ หากเพื่อนๆ ค้างชำระค่างวดเกิน 90 วัน การเคหะแห่งชาติจะทำการซื้อบ้านคืนทันที และจำเป็นต้องย้ายออกภายใน 30 วันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และการเคหะแห่งชาติจะนำบ้านที่ซื้อคืนมาไปขายทอดตลาดนั่นเอง
สรุปส่งท้าย
โดยสรุป โครงการบ้านเอื้ออาทรนับว่าเป็นที่ต้องการของใครหลายๆ คน ทั้งในด้านราคาและทำเลที่ตั้ง ดังนั้นถ้าเพื่อนๆ ไม่อยากพลาดบ้านที่ถูกใจ ก็จำเป็นต้องเตรียมเอกสารให้พร้อมจอง และทำตามขั้นตอนที่พี่ไว้ใจนำมาฝาก รับรองว่าได้บ้านชัวร์ไม่เสียสิทธิ์แน่นอน









