หลายคน คงจะรู้จัก ต้นยางอินเดีย ซึ่งเป็นต้นไม้ที่กำลังฮิตติดลมบนอยู่ในขณะนี้ เป็นต้นไม้ที่มีลักษณะของต้นและใบที่สวยงาม โดดเด่น นิยมปลูกไว้ในบ้าน เนื่องจากมีคุณสมบัติ ในการดักจับฝุ่น และฟอกอากาศได้ด้วย ดังนั้น วันนี้ พี่ไว้ใจ จะแนะนำให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักยางอินเดียมากขึ้น โดยเฉพาะ วิธีปลูก ต้นยางอินเดีย และเคล็ดไม่ลับน่ารู้ สำหรับ นักปลูกมือใหม่ เพื่อให้ทราบ วิธีดูแล ต้นยางอินเดีย ได้อย่างถูกต้อง จะมีวิธีอะไรบ้างนั้น ตามไปดูกันค่ะ
เลือกอ่านตามหัวข้อที่สนใจ
- เข้าใจและรู้จักต้นยางอินเดีย
- วิธีดูแลต้นยางอินเดีย ให้รอดและสวย
- วิธีขยายพันธุ์ ต้นยางอินเดีย
- โรคพืชที่พบบ่อยในต้นยางอินเดีย
- เคล็ดไม่ลับ และข้อควรระวัง
1. เข้าใจและรู้จักต้นยางอินเดีย
ยางอินเดีย มีชื่อภาษาอังกฤษคือ Rubber Plant หรือเรียกอีกชื่อว่า Indian Rubber Tree เป็นไม้ประดับ ช่วยฟอกอากาศที่กำลังมาแรง มีลักษณะเด่นคือ รูปทรงใบที่โค้งมนเป็นทรงรี ผิวใบมันเงาและหนา สีของใบที่เขียวไปจนถึงดำเข้ม เป็นไม้ไม่ผลัดใบ
หากปลูกลงดิน ลำต้นมีความสูงเต็มที่ถึง 15 – 25 เมตร เจริญเติบโตได้ไว จึงทำให้ได้ความนิยมเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ทุกส่วนของลำต้น จะมียางสีขาว ๆ ซึ่งยังสามารถนำไปใช้เป็นยางลบดินสอได้ด้วย ดังนั้น จึงเป็นที่มาของชื่อที่เรียกกันว่า ต้นยางลบ นั่นเอง
ส่วน วิธีดูแล ต้นยางอินเดีย ก็ไม่ยาก เพียงแค่ได้น้ำที่พอเหมาะ แสงแดดที่ส่องถึง รวมถึงอากาศที่ถ่ายเทได้สะดวก ก็ทำให้สามารถเจริญเติบโต และมีสีสันของใบที่สวยงามได้ โดยต้นยางอินเดียในประเทศไทย ที่ได้รับความนิยม มีทั้งหมด 3 สายพันธุ์ ได้แก่
- ยางอินเดียดำ (Ficus elastica Black Prince หรือ Black Knight) สายพันธุ์นี้ได้รับความนิยมอย่างมาก ในการนำมาประดับตกแต่ง ภายในบ้าน ด้วยลักษณะใบที่มีสีเขียวเข้มจนเกือบดำ ปลายยอดสีแดงอมชมพู ตัดกับสีของใบ มีความสวยงามเป็นอย่างมาก
- ยางอินเดียเขียว (Ficus elastica decora) จะมีลักษณะคล้ายกับยางอินเดียดำ แต่จะมีใบสีเขียวสด มีความสวยงามไม่แพ้กันเลยค่ะ
- ยางอินเดียด่าง (Ficus elastica variegata) สีสันสวยงาม เหมาะสำหรับประดับตกแต่งบ้าน จะมีอยู่ 2 ชนิดคือ ยางอินเดียด่างชมพู ใบจะเป็นสีเขียวแกมสีชมพู และ ยางอินเดียด่างขาว ลักษณะเด่นคือ ใบจะมีสีเขียวแกมขาว
2. วิธีดูแล ต้นยางอินเดีย ให้รอดและสวย
ดิน วิธี ปลูกยางอินเดีย โดยเฉพาะการปลูกในกระถางนั้น ควรใช้ดินร่วน ผสมกับแกลบดำ หรือขุยมะพร้าว เพื่อให้น้ำผ่านได้สะดวก ไม่ใช้ดินที่อัดแน่น เพราะน้ำจะขังจนรากเน่าได้
น้ำ หากวางต้นไม้ในบ้าน ควรรดน้ำสัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้งก็พอ หรือลองใช้นิ้วจิ้มดินดูก่อน หากยังมีความชื้นอยู่ ก็ไม่ต้องรดน้ำก็ได้ค่ะ แต่หาก วางต้นไม้ไว้นอกบ้าน ให้ลองสังเกต ถ้าเป็นมุมที่โดนแสงแดด อาจต้องรดน้ำ วันเว้นวันนะคะ เพราะอากาศร้อน จะทำให้ดินแห้งเร็ว
ปุ๋ย ที่เหมาะสมกับยางอินเดีย คือ ปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยคอก โดยนำไปละลายกับน้ำให้เจือจาง รดทุก 1 – 2 เดือน หรือจะเลือกเป็น ปุ๋ยออสโมโค้ท เป็นปุ๋ยที่สามารถละลายได้ ใส่ทุก ๆ 3 เดือน
แสงแดด วิธีดูแล ต้นยางอินเดีย แสงแดด ถือเป็นสิ่งสำคัญมาก หากวางในบ้าน ควรวางในมุมที่ แสงแดดสามารถส่องถึง และอากาศถ่ายเทได้ดี เช่น ริมหน้าต่าง ริมประตู เพราะยางอินเดียชอบแสงแดด วางในทิศที่แสงสามารถส่องถึงได้ 3 – 4 ชั่วโมง/วัน
หากปลูกนอกบ้าน สามารถวางได้ทุกมุม ที่มีแสงแดดส่องถึง แต่ควรเลือกเป็นแดดครึ่งวันนะคะ เพราะการปลูกในกระถาง หากโดดแสงโดยตรง อาจจะทำให้ใบไหม้ได้ค่ะ หากได้แสงแดดและอากาศที่ดี ยางอินเดียของเรา จะยิ่งเจริญเติบโตได้ดี มีสีใบที่สวย ในทางตรงกันข้าม หากแสงแดดส่องไม่ถึง ไม่มีอากาศถ่ายเท อาจทำให้ ใบร่วง และตายในที่สุดค่ะ
3. วิธีขยายพันธุ์ ต้นยางอินเดีย
ตัดชำหรือปักชำ คือวิธีที่ดีที่สุด โดยตัดกิ่งที่แก่ ออกเป็นท่อน ๆ โดยเลือกท่อนที่มีข้อหนึ่งข้อ และมีใบติดมาด้วย จากนั้น นำไปชำในกระบะทราย หรือถ่านแกลบ โดยให้ใบอยู่เหนือทราย และควรมีหลักไม้ผูกกับใบ เพื่อป้องกันการล้ม จากนั้นตาที่โคนใบ จะแตกยอด พร้อมกับราก ก็จะแตกออกด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้ ยังขยายด้วยการปักชำในน้ำได้ด้วย โดยการตัดแบบวิธีข้างต้น แต่จะใช้น้ำแทนดิน โดยผสมน้ำยาเร่งรากลงไปในน้ำ เทลงไปในแก้วที่ใส่กิ่งยางอินเดียให้ท่วมข้อ ทิ้งไว้ประมาณ 1 เดือน รากสีขาวก็จะเริ่มออก แล้วนำไปปลูกลงดินในขั้นตอนต่อไป
การตอน ก่อนอื่นเลยให้นำขุยมะพร้าว มาผสมน้ำให้ชุ่ม นำไปใส่ถุงมัดยาง เตรียมไว้สำหรับทำการตอน จากนั้นทำการควั่นต้นยางอินเดีย ตรงบริเวณประมาณกลางต้น หรือสูงขึ้นไปทางยอด
เมื่อทำการควั่นเรียบร้อยแล้ว ผ่ากลางถุงขุยมะพร้าวที่เตรียมไว้ เพื่อห่อบริเวณที่ควั่นไว้ และใช้เชือกฟางมัดให้แน่น อย่าลืมใช้ไม้ค้ำที่ลำต้นไว้ด้วยนะคะ เพื่อไม่ให้ต้นล้ม รอจนยางอินเดียแตกรากออกมา ประมาณ 10 – 15 วัน แล้วค่อยตัดออกมาปลูกลงกระถางใหม่ค่ะ
4. โรคพืชที่พบบ่อยในต้นยางอินเดีย
ส่วนใหญ่จะพบ อาการใบเหลือง เนื่องจากรดน้ำบ่อยจนเกินไป ทำให้รากเน่า และทำให้ใบหลุดร่วงด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีอาการใบหงิกงอ เนื่องมาจากสาเหตุ การปลูกลงกระถาง ที่โดดแสงแดดโดยตรง เป็นเวลานาน ควรได้รับการแก้ไขทันที เพราะอาการเหล่านี้ จะลุกลามเร็วมาก หากแก้ไขไม่ทันอาจทำให้ต้นไม้ตายได้ค่ะ
5. เคล็ดไม่ลับและข้อควรระวัง
- ระบบรากชอนไช ไม่ควรปลูกชิดอาคาร การปลูกลงดินเมื่อโตเต็มที่จะสูงถึง 25 เมตร อาจส่งผลกระทบต่ออาคารได้
- ใบเงางาม มีเคล็ดลับคือ ควรหมั่นใช้ผ้าชุบน้ำพอหมาด เช็ดใบเพิ่มความชุ่มชื้น ไม่ให้มีฝุ่นเกาะ และช่วยให้ใบเงาสวยนั่นเอง
- ต้นยางอินเดีย มีความคล้าย ต้นกร่างด่าง ก่อนเลือกซื้อควรตรวจดูให้แน่ใจ
- ในการตัดแต่งลำต้น หรือ กิ่ง ใบ ต้องระวังอย่าให้ผิวหนังของเรา ถูกน้ำยางจากต้นยางอินเดีย เพราะจะให้ผิวระคายเคืองได้
- การวางตกแต่งในบ้าน เมื่อซื้อมาแล้วควรวางต้นยางอินเดีย ไว้นอกบ้านก่อนเพื่อให้ต้นไม้ปรับสภาพอากาศ โดยวางไว้บริเวณที่มีแดดรำไร ก่อนนำเข้ามาปลูกตามจุดที่คิดไว้
สรุปส่งท้าย
ยางอินเดีย นอกจากจะเป็นไม้ฟอกอากาศแล้ว ยังเป็นต้นไม้มงคลที่มีความหมายดี ๆ โดยเชื่อว่า จะช่วยเยียวยา และส่งเสริมผู้อยู่อาศัยในบ้าน ให้มีความเจริญเติบโต วิธี ปลูกยางอินเดีย ก็ไม่ยาก หรือจะใช้ประดับตกแต่งบ้าน ก็สวยชิคได้ โดยเฉพาะสายมินิมอลที่จะวางตรงมุมไหนของบ้าน ก็สวยโดดเด่นได้
เห็นอย่างนี้แล้วเพื่อน ๆ คงอยากจะมีไว้สักต้นแล้วใช่ไหมล่ะคะ เมื่อมีแล้วก็อย่าลืม วิธีดูแล ต้นยางอินเดีย โดยเฉพาะการคอยเช็ดใบให้สวยอยู่เสมอ วางในตำแหน่งที่มีแสงแดด และอากาศถ่ายเทได้สะดวก หรือหากบ้านไหนมีปัญหา เรื่องแสงแดดและอากาศ อาจจะยกกระถางออกมาวางนอกบ้านบ้างก็ได้เช่นกัน เท่านี้เพื่อน ๆ ก็จะมีต้นยางอินเดียสวย ๆ ไว้ประดับบ้าน พี่ไว้ใจหวังว่าบทความนี้ จะเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อน ๆ และสามารถเลี้ยงต้นยางอินเดียได้อย่างมีความสุขนะคะ













