ในภาวะที่เศรษฐกิจผันผวนแบบนี้ ทาวน์เฮ้าส์มือสองสภาพดี นับว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่กำลังมองหาบ้านสักหลัง ซึ่งก็มีเรื่องที่ต้องยอมรับกันว่ามักจะมีการสึกหรอหรือเสื่อมสภาพในบางจุดเป็นปกติ ไม่ว่าจะเป็น โครงสร้างบ้าน ระบบภายใน บริเวณภายนอก เพราะผ่านการใช้งานมาแล้ว นั่นเอง ซึ่งในฐานะผู้ซื้อหรือกำลังตัดสินใจเข้าไปดูก่อนซื้อ จึงควรหาข้อมูลประกอบด้วยว่า ในการตรวจรับบ้านต้องดูอะไรบ้าง ? หลายคนอาจจะไม่อยากจ้างวิศวกร Inspector มาช่วยตรวจสอบ ก็สามารถเช็กลิสต์ตาม พี่ไว้ใจ ไป ตรวจสอบทาวน์เฮ้าส์มือสองได้ด้วยตัวเอง เพื่อจะได้ไม่ต้องผิดหวังและเสียเงินซ่อมแซมในภายหลังอีก
เลือกอ่านตามหัวข้อที่สนใจ

Credit : Canva.com
ขั้นตอนเบื้องต้นในการตรวจรับบ้าน ทาวน์เฮ้าส์มือสอง
พี่ไว้ใจเชื่อว่าหลายคนที่ต้องการซื้อทาวน์เฮ้าส์มือสองสภาพดี อาจจะเป็นมือใหม่ที่เพิ่งซื้อบ้านครั้งแรกหรือยังไม่เคยตรวจรับบ้านด้วยตัวเองจึงไม่รู้ว่าการตรวจรับบ้านต้องดูอะไรบ้าง เราจึงมีเทคนิคขั้นตอนเบื้องต้นมาแนะนำ ตามไปดูกันได้เลย
ขั้นที่ 1 ทำการนัดหมาย
ทำการนัดหมายกับเจ้าของบ้าน ให้เรียบร้อย ว่าเราจะเข้าไปตรวจบ้าน ควรเป็นวันที่มีเวลามากพอสมควร เพราะต้องใช้เวลานาน และควรไปในช่วงเวลา ที่มีแสงเพียงพออย่าง ช่วงเช้าหรือกลางวัน เพื่อที่เราจะได้มองเห็นข้อบกพร่องได้ง่าย
ขั้นที่ 2 เตรียมเอกสารเช็กลิสต์
เตรียมเอกสาร หรือทำเช็กลิสต์ ในการตรวจรับบ้าน ซึ่งเราสามารถดาวน์โหลดได้ทั่วไป เพื่อใช้ให้คะแนน ในแต่ละส่วนที่เราค้องตรวจสอบ และป้องกันไม่ให้มีการหลงลืม ตรวจในส่วนใดส่วนหนึ่งของบ้านไป

Credit : Canva.com
ขั้นที่ 3 เตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็น
สำหรับอุปกรณ์ที่จำเป็น ที่เพื่อน ๆ ควรพกไปในการตรวจระบบบ้าน มีคร่าว ๆ ดังนี้
– สมุด ปากกา หรือ อุปกรณ์ในการจดรายละเอียดต่าง ๆ
– กระดาษทำเครื่องหมาย / Post-it / เทปกาวชนิดลอกง่าย เพื่อใช้มาร์กจุดที่ต้องให้แก้ไข
– ไฟฉาย ใช้ส่องเพื่อเช็กสีและความเรียบของพื้นผิวต่าง ๆ
– ตลับเมตร / สายวัด ใช้วัดพื้นที่ว่ามีขนาดตรงตามที่แจ้งไว้หรือไม่
– บันได ใช้สำหรับขึ้นไปตรวจเช็กเหนือฝ้าเพดาน (อาจติดต่อขอยืมจากเจ้าของหรือคนขายให้เตรียมไว้)
– กล้อง / มือถือ ใช้ถ่ายรูป
– ไขขวงด้ามไม้ / เหรียญสิบ / ค้อนหัวยาง เพื่อใช้เคาะกระเบื้องเช็กความแน่นของปูนกาวใต้กระเบื้อง
– กระดาษทิชชู่หรือขนมปัง ใช้แทนสิ่งปฏิกูลเพื่อทดสอบระบบระบายน้ำ หรือชักโครก
– อุปกรณ์ไฟฟ้าชิ้นเล็กๆ สำหรับตรวจสอบปลั๊กไฟว่าสามารถใช้งานได้หรือไม่
– ถุงมือยาง / รองเท้ายาง สำหรับใส่ป้องกันเมื่อต้องตรวจสอบระบบไฟฟ้าต่างๆ
ขั้นที่ 4 เริ่มตรวจสอบตามเช็กลิสต์
เมื่อเริ่มตรวจสอบตามเช็กลิสต์ โดยแบ่งเป็นพื้นที่ภายนอก และภายในบ้าน ไล่ตั้งแต่ประตู รั้ว ผนัง ไปตามห้องต่าง ๆ ใช้การตรวจสอบโดยไล่สายตา จากพื้นไปจนถึงฝ้าเพดาน และอย่าลืมถ่ายภาพก่อนและหลัง การทำเครื่องหมายไว้ทุกจุด เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเมื่อมีต้องให้มีการแก้ไข
และควรไปตรวจรับบ้านอย่างน้อย 2 คน ขึ้นไป เพื่อจะได้ช่วยกันตรวจสอบไม่ให้พลาดรายละเอียดจุดไหนไป อาจแบ่งหน้าที่กันว่าคนหนึ่งเป็นคนจดบันทึก อีกคนเป็นทำเครื่องหมายและถ่ายรูป
4 เช็กลิสต์สำคัญ ที่ต้องตรวจก่อน เซ็นรับบ้าน ทาวน์เฮ้าส์มือสองสภาพดี

Credit : Canva.com
1. การตรวจสอบ บริเวณภายนอกบ้าน
ตรวจสอบรอบ ๆ บ้านว่าดินมีโอกาสในการทรุดตัวไหม โดยสังเกตในบริเวณที่มีความชื้น เช่น บริเวณที่ระบายน้ำ บริเวณที่มีการซักล้าง หากดินหลวมแสดงว่ามีโอกาสในการทรุดตัวสูง
ตรวจสอบหลังคาว่า มีรอยรั่วไหม โดยใช้สายยางลองฉีดน้ำฉีดเพื่อทดสอบ หากตรวจสอบแล้ว มีน้ำหยดจากรอยรั่ว นอกจากซ่อมหลังคา ก็ต้องไม่ลืมดูบริเวณที่น้ำหยดลงมาด้วย ว่าพื้นหรือผนังมีความเสียหาย มากน้อยแค่ไหน
2. ตรวจสอบโครงสร้าง
ตรวจสอบโครงสร้างบ้าน ทาวน์เฮ้าส์มือสองสภาพดี ของเรา โดยการสังเกตว่า ภาพรวมบ้านตั้งตรงขนานกับพื้น ไม่มีการเอนเอียง เช็คโดยการใช้ลูกบอลทรงกลม หรือลูกปิงปอง วางลงบนพื้นหลาย ๆ จุด ถ้าลูกบอลไม่ไหลไปทางใดทางหนึ่งแสดงว่า บ้านของเราตั้งตรงดีแล้ว
ตรวจสอบหารอยร้าว บ้านที่โครงสร้างไม่ดี มักจะเกิดรอยร้าวที่คานหรือเสา ใช้บันไดในการตรวจสอบส่วนที่อยู่สูง หากสังเกตแล้วมีรอยร้าว ที่เนื้อคอนกรีตด้านในของคานหรือเสา ควรให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยแก้ปัญหาโดยด่วน
ตรวจสอบพื้นภายใน ว่าพื้นเต็มหรือไม่ ด้วยการนำเหรียญมาค่อยๆเคาะไปตามพื้น สังเกตว่ามีพื้นที่โปร่งหรือไม่ และทำเครื่องหมายไว้ให้ชัดเจน
ตรวจสอบฝ้าเพดาน ว่ามีน้ำซึมหรือผนังบวมหรือไม่ สังเกตง่าย ๆ ได้จากคราบ หรือรอยด่างของสีบนผนัง ซึ่งเกิดจากการรั่วซึมของน้ำ

Credit : Canva.com
3. ตรวจสอบระบบไฟฟ้า
ตรวจสอบสภาพสายไฟทั้งหมด ว่ามีส่วนใดชำรุดเสียหายบ้าง หากมีรอยแตกหรือเก่ามากแล้ว ก็ควรเปลี่ยนใหม่ทั้งวงจร
ตรวจสอบการทำงานของมิเตอร์ไฟฟ้า ด้วยการปิดสวิตช์และเครื่อใช้ไฟฟ้าทุกๆ ที่ในบ้านและตรวจสอบว่ามิเตอร์ยังหมุนหรือไม่ หากยังหมุนอยู่แสดงว่ามีกระแสไฟฟ้ารั่วจำเป็นต้องเรียกช่างเข้ามาแก้ไข
ตรวจสอบเต้าเสียบปลั๊กไฟ โดยการทดสอบว่าเต้ารับมีไฟเข้าหรือไม่ โดยใช้อุปกรณ์เป็นไขควงวัดไฟ หรือใช้หลอดไฟ เสียบเข้าไปในเต้าไฟ หากไฟสว่าง ก็แสดงว่ายังใช้งานได้อยู่ หากกรอบของเต้ารับ มีความเสียหาย หรือรอยแตกร้าว ก็ควรเปลี่ยนเช่นกัน
ตรวจสอบเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในที่บ้าน โดยใช้ไขควงวัดไฟตรวจสอบ บริเวณเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้งานประจำเช่น ตู้เย็น โทรทัศน์ ไมโครเวฟ หากมีกระแสไฟฟ้ารั่ว ก็ต้องต่อไฟฟ้าลงดิน เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อคนในบ้าน (หากไม่แน่ใจในจุดนี้ ควรพาเพื่อน หรือผู้ที่มีความรู้ไปด้วย)
4. ตรวจสอบระบบน้ำประปา
ตรวจสอบรูรั่วของท่อประปา ซึ่งสังเกตได้ง่าย ๆ จากรอยน้ำไหลซึม น้ำขัง บนพื้น และตรวจสอบรอยรั่วตามข้อต่อท่อด้วยการใช้ทิชชู่พันไว้บริเวณที่สงสัย หากลองเปิดใช้น้ำ แล้วปล่อยทิ้งไว้สักพักแล้วทิชชู่เปียก แสดงว่ามีรอยรั่วจริง ต้องได้รับการแก้ไข
ตรวจสอบการทำงานของมิเตอร์น้ำ ด้วยวิธีเดียวกับการตรวจสอบมิเตอร์ไฟฟ้า คือปิดการใช้น้ำทั้งหมดภายในบ้าน หากมิเตอร์ยังหมุนอยู่แสดงว่ามีการรั่วซึมของน้ำ
ตรวจสอบความชื้นของผนังและฝ้า ในทาวน์เฮ้าส์มือสองสภาพดี บางทีเราก็มองหารอยรั่วไม่พบ เพราะจุดที่รั่วอาจเป็นท่อส่วน ที่ซ่อนไว้ภายในผนังหรือฝ้า ให้เราสังเกตจากคราบน้ำหรือร่องรอยผนังหลุดร่อน เพราะมีโอกาสมาจากการรั่วซึมของท่อน้ำ ภายในบริเวณนั้นสูง

Credit : Canva.com
สรุปส่งท้าย
พี่ไว้ใจขอแนะนำว่าแม้จะเป็น ทาวน์เฮ้าส์มือสองสภาพดี แต่ก่อนซื้อหรือเข้าอยู่ก็ควรให้ความสำคัญกับส่วนโครงสร้างพื้นฐานเป็นหลัก หากโครงสร้างยังมั่นคง แข็งแรงไม่มีปัญหาเสาและคานเอียง ก็นับว่ามีสภาพที่ดี แต่หากโครงสร้างไม่แข็งแรง
บ้านมีความลาดเอียงก็นับว่าต้องปรับปรุง จำเป็นต้องให้คิดวิเคราะห์ให้ดีถึงผลที่อาจตามมา เพราะโครงสร้างเป็นส่วนที่สามารถแก้ไขซ่อมแซมได้ยาก มีค่าใช้จ่ายสูงที่สุดและอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อคนในบ้านได้อีกด้วย
และแม้ว่าการตรวจรับบ้านเอง อาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องมีความรู้ และความเชี่ยวชาญพอสมควร แต่หากลองนำ วิธีการตรวจรับบ้าน ที่เราได้แนะนำข้างต้นไปปรับใช้ รับรองว่าการตรวจรับเอง ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินไปอย่างแน่นอน








