“เสียงรบกวนจากภายนอก” นับเป็นอีกหนึ่งปัญหาปวดจิตที่เพื่อนๆ ชาวคอนโด ทาวน์เฮาส์ ตึกแถว หรือห้องเช่า ต้องเคยเจอกันมาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเสียงเพลง เสียงการทะเลาะวิวาท หรือเสียงจากกิจกรรมต่างๆ ซึ่งล้วนแต่ชวนให้รู้สึกหงุดหงิด บางครั้งส่งผลต่อการพักผ่อน นำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิตย่ำแย่ ซึ่งหนึ่งในวิธีแก้ที่ตอบโจทย์ที่สุดก็คงหนีไม่พ้น การเลือกใช้ ผนังกันเสียงภายนอก เป็นตัวช่วยลดเสียงรบกวนจากนอกห้อง และบทความนี้ พี่ไว้ใจ จะมาชวนเพื่อนๆ ไปค้นหา แนวทางในการจัดการปัญหาเสียง วิธีกันเสียงจากข้างห้อง เพื่อให้เราสามารถพักผ่อนและใช้ชีวิตภายในบ้านได้เต็มที่นั่นเอง เอาล่ะ ไปดูกันดีกว่าว่าจะมีวิธีไหนบ้าง
เลือกอ่านตามหัวข้อที่สนใจ
- รู้จัก ผนังกันเสียงภายนอก และ ผนังดูดซับเสียง
- ปัญหาเสียงที่มักเจอบ่อยและวิธีแก้
- เทคนิคเก็บเสียงภายในและกันเสียงภายนอก
รู้จัก ผนังกันเสียงภายนอก และ ผนังดูดซับเสียง
หลายคนอาจจะสับสนอยู่ว่า ผนังกันเสียงภายนอก หรือ ผนังดูดซับเสียง มีประสิทธิภาพการใช้งานเหมือนหรือต่างกันย่างไร พี่ไว้ใจจะอธิบายให้เพื่อนๆ เข้าใจง่ายๆ ดังนี้

ตัวอย่าง แผ่นผนังกันเสียง Q Sound Barrier
ผนังกันเสียงภายนอก คือ วัสดุที่เป็นแผ่น มีคุณสมบัติในการกั้นเสียงไม่ให้ทะลุผ่านจากห้องหนึ่งไปยังอีกห้องหนึ่ง หรือกั้นเพื่อไม่ให้เสียงรบกวนจากภายนอกเข้ามายังภายในห้องได้ รวมไปถึงการกั้นเสียงจากภายในไม่ให้ออกไปภายนอกด้วย ทั้งนี้ผนังกันเสียงส่วนใหญ่จะใช้กับผนัง เช่น ฉนวนกันเสียง ที่สามารถใช้ได้กับทั้งผนังแบบก่ออิฐ และผนังโครงเบา
โดยการติดตั้งนั้นสามารถทำได้ด้วยการติดตั้งโครงคร่าวบนผนังเก่า ใส่ฉนวนกันเสียงลงไป และปิดด้วยแผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ หรือสามารถติดบนฝ้าเพดานก็ได้ ซึ่งผนังกันเสียงภายนอก มีประโยชน์ในการช่วยลดเสียงสะท้อน เพิ่มคุณภาพเสียง ช่วยให้ได้ยินคลื่นเสียงอย่างชัดเจน รวมไปถึงลดมลพิษทางเสียง หากฟังเสียงที่ดังมากเกินไป อาจจะส่งผลกระทบต่อการนอนหลับ หรือความเครียดต่างๆ ได้ และผนังกันเสียงภายนอกยังนำมาซึ่งสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยที่ดีขึ้น

การติดตั้ง แผนกรุผนัง SCG รุ่น Zoundblock
ส่วน ผนังดูดซับเสียง มีคุณสมบัติในการลดเสียงก้อง และลดเสียงสะท้อน ภายในห้องที่อาจรบกวนการทำกิจกรรมต่างๆ ภายในห้องได้ อาทิ การทำงาน การประชุม การพูดคุย หรือว่าการดูหนังฟังเพลง ฯลฯ วัสดุดูดซับเสียงมีทั้งสำหรับผนัง ฝ้าเพดาน และแบบปูพื้น
โดยผนังดูดซับเสียงจะเป็นแผ่นบุที่หุ้มด้วยผ้าชนิดพิเศษเคลือบสารไม่ลามไฟ หรือหุ้มด้วยผ้าใยแก้วพิเศษ ส่วนแผ่นฝ้าดูดซับเสียงนั้น โดยมากจะเป็นแผ่นฝ้ากลาสวูดหรือแผ่นฝ้ายิปซัม และสุดท้ายสำหรับพื้นดูดซับเสียง มักนิยมใช้เป็นพรมอัดชนิดลูกฟูก
ปัญหาเสียงที่มักเจอบ่อยและวิธีแก้
สำหรับการแก้ปัญหามลภาวะทางเสียงนั้น เรามีข้อแนะนำในการเลือกใช้วัสดุแต่ละประเภทให้ตรงโจทย์ และสามารถแก้ไขปัญหาเสียงรบกวนจากภายนอกได้เหมาะสมที่สุด ดังนี้เลย
- บ้านที่มีปัญหาเสียงดังจากห้องข้างๆ แนะนำให้ใช้ “ผนังกันเสียงภายนอก” ซึ่งมีคุณสมบัติกันเสียงไม่ให้ทะลุจากห้องหนึ่ง หรือกันเสียงจากภายในไม่ให้ออก และกันเสียงจากภายนอกไม่ให้เข้า โดยติดตั้งตรงช่องว่างของโครงคร่าวระหว่างผนัง 2 ชั้น เหมาะสำหรับอาคารที่ติดกัน เช่น อาคารพาณิชย์ คอนโด ทาวน์เฮาส์ ทาวน์โฮม เป็นต้น ส่วนห้องที่ควรติดตั้ง ควรเป็นห้องนอน หรือห้องทำงาน
- บ้านติดถนนใหญ่ อาจเจอปัญหาเสียงเครื่องยนต์รถ หรือเสียงสั่นสะเทือนรบกวนจากภายนอก แนะนำให้ทำผนังบ้าน 2 ชั้น ใช้ผนังกันเสียงภายนอก หรือปลูกต้นไม้ใบดกริมรั้วหน้าบ้าน เพื่อช่วยลดเสียงที่จะผ่านเข้ามาในบริเวณบ้าน
- บ้านที่มีเสียงสะท้อน เสียงเล็ดลอดตามช่องว่าง ผนังห้องไม่เก็บเสียง หรือผนังกันเสียงออกไม่ได้ อย่างเช่น เสียงจากห้องคาราโอเกะ ห้องโฮมเธียเตอร์ ห้องอัดเสียง เล่นดนตรี หรือห้องประชุม แนะนำให้ใช้ “ผนังดูดซับเสียง” ซึ่งมีคุณสมบัติลดเสียงก้องและเสียงสะท้อน สามารถกันเสียงจากผนังได้มากขึ้น 6-10 เดซิเบล
เทคนิคเก็บเสียงภายในและกันเสียงรบกวนจากภายนอก
นอกจากใช้ ผนังกันเสียงภายนอก และผนังดูดซับเสียงแล้ว เพื่อนๆ ยังสามารถหยุดปัญหาเสียงรบกวนจากห้องข้างๆ และวิธีเก็บเสียงภายในห้องของเราเองไม่ให้ออกไปรบกวนคนอื่น ด้วย 5 วิธีดังต่อไปนี้
ติดตั้งฝ้าเพดาน
เสียงไม่ได้เข้ามาทางผนังบ้านหรือช่องหน้าต่างเท่านั้น ยิ่งหากเป็นบ้านทาวน์เฮาส์ เสียงยังคงเล็ดลอดมาได้ เพราะว่าเสียงสามารถเดินทางอ้อมผนังที่กั้นระหว่างบ้าน ผ่านโถงหลังคามายังอีกฝั่งได้ การติดฝ้าเพดานจึงจะช่วยป้องกันเสียงได้อีกทาง ยิ่งหากบนฝ้ามีการติดตั้งฉนวนกันร้อนด้วยแล้ว ได้ทั้งกันร้อนและกันเสียงไปในตัว
ลดเสียงสะท้อนด้วยชั้นติดผนัง Built-in
หากสังเกตดีๆ หลังจากที่เราสร้างบ้านเสร็จใหม่ๆ ห้องยังโล่ง ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ของตกแต่งมากนัก เสียงในบ้านจะมีความดังกังวาน สะท้อนได้ดี นั่นเป็นเพราะไม่มีสิ่งของมาช่วยดูดซับเสียง ทำให้เสียงสะท้อน ผนังกลับไปกลับมา วิธีแก้ปัญหาการลดทอนการหักเหของคลื่นเสียงทำได้ง่ายๆ เช่น การติดตั้งชั้นลอยสำหรับวางของ หรือติดตั้ง Built-in ชั้นวางทีวี ชั้นหนังสือ หรือตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ปิดทับผนังไว้ก็จะช่วยลดทอนเสียงได้กว่าเดิม
เปลี่ยนหน้าต่างแบบเดิมเป็นรุ่นปิดสนิท
หน้าต่างและวัสดุที่นำมาใช้ส่งผลต่อการรับเสียง ควรเลือกหน้าต่างที่มีรอยต่อน้อยและปิดสนิท เช่น หน้าต่างกรอบอลูมิเนียม บานกระจก จะช่วยป้องกันเสียงได้ดีกว่าหน้าต่างกรอบไม้และบานไม้ ส่วนรูปแบบหน้าต่างที่กันเสียงได้ดี เป็นหน้าต่างบานสไลด์เลื่อน กระทุ้ง พร้อมกับติดขอบกันเสียง แต่หากเป็นหน้าต่างบานเกล็ด คุณสมบัติป้องกันเสียงจะลดน้อยลง
ปิดช่องโหว่รอบผนังบ้าน
ช่องว่างด้านบนและใต้ประตู หากเพื่อนๆ คิดว่าห้องของเราปิดประตูหน้าต่างสนิทแล้ว แต่ยังได้ยินเสียงจากภายนอกชัดเจน แนะนำให้ตรวจสอบรอยร้าวของผนัง ช่องโหว่หรือช่องว่างรอบๆ บ้าน ตรวจสอบดูว่ายาแนวที่พื้นหรือขอบประตูหน้าต่างหลุดร่อนหรือไม่ และทำการปิดช่องทั้งหมด กรณีช่องว่างระหว่างประตู ให้ใช้อุปกรณ์กั้นประตูที่ผลิตจากแผ่นยาง สามารถติดเพื่อกั้นช่องว่างได้ทันที กรณีช่องว่างระหว่างวงกบ อาจใช้ซิลิโคนอุดตามขอบวงกบ เพื่อให้วงกับกับผนังแนบชนิดติดกัน ส่วนรอยร้าวบนผนัง ใช้วิธีการโป๊วสี จะช่วยให้รอยร้าวต่างๆ กลับมาเรียบสนิทเช่นเดิม
ติดวอลเปเปอร์แบบหนา
ปัจจุบันวอลเปเปอร์ถูกพัฒนาให้มีคุณสมบัติกันเสียงจากภายนอก หรือป้องกันเสียงจากภายในออกจากห้องเราได้แล้ว เช่น วอลเปเปอร์ 3D ที่มีลายนูนสูงต่ำ หรือ วอลเปเปอร์แบบหนาชนิด PE Foam เป็นต้น ซึ่งจะช่วยลดทอนเสียงรบกวนจากบริเวณใกล้เคียงได้ดี และดูดซับเสียงรบกวนได้ด้วย
สรุปส่งท้าย
ทั้งหมดนี้ เป็นแนวทางแก้ปัญหาเบื้องต้นสำหรับบ้านที่สร้าง หรือเข้าอยู่อาศัยแล้ว แต่หากใครที่กำลังเริ่มสร้าง หรือกำลังย้ายเข้าไปอยู่ใหม่ การป้องกันเสียงยังสามารถทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบผังบ้าน โดยเลือกตำแหน่งห้อง
สำหรับพักอาศัยให้อยู่ภายใน หรือ เลือกวัสดุก่อผนังอิฐมวลเบาหรือก่ออิฐมอญ 2 ชั้น จะช่วยป้องกันเสียงทางผนังได้ดีกว่าการก่อชั้นเดียว เป็นต้น ฉะนั้นแล้วไม่ว่าตอนนี้เพื่อนๆ จะเป็นฝ่ายทนกับเสียงดังข้างบ้าน หรือบางครั้งก็เป็นฝ่ายทำเสียงดังรบกวนข้างห้องซะเอง ลองนำวิธีที่พี่ไว้ใจนำไปประยุกต์ใช้กันได้ คราวนี้จะได้หมดปัญหาเสียงดังรบกวนอย่างแน่นอน











