เวลาเพื่อนๆ พักผ่อนอยู่ที่บ้าน หนึ่งในกิจกรรมหลักที่มักจะขาดไม่ได้สำหรับสายบันเทิงก็คือ การดูหนัง ฟังเพลง หรือร้องคาราโอเกะ ซึ่งบางทีกิจกรรมเหล่านี้ก็อาจจะมีเสียงดังเล็ดลอดออกไปได้ สำหรับใครที่อยากมีห้องเก็บเสียงไว้ในบ้าน ก็สามารถหาอุปกรณ์ต่างๆ มาทำได้โดยไม่ต้องใช้งบอะไรมากมาย วันนี้ พี่ไว้ใจ มี 5 เทคนิค ทําห้องเก็บเสียง แบบง่ายๆ เปลี่ยนห้องธรรมดาๆ ในบ้านให้กลายเป็นโฮมเธียร์เตอร์ขนาดย่อม สำหรับนั่งดูหนังฟังเพลง หรือจะซ้อมดนตรีก็ทำได้อย่างเต็มที่ ช่วยให้เสียงไม่สะท้อนไปมา แถมยังไม่รบกวนเพื่อนบ้านอีกด้วย ลองมาดูไอเดียกันเลย
เลือกอ่านตามหัวข้อที่สนใจ
- ปูพรมบนพื้นห้อง
- อุดรอยรั่วตามช่องประตูหน้าต่าง
- ติดโฟมซับเสียงลดการสะท้อน
- เฟอร์นิเจอร์ช่วยได้
- ทำผนังกันเสียงจากภายนอก
1. ปูพรมบนพื้นห้อง
เริ่มจากปรับพื้นที่ในห้องเพื่อให้เหมาะกับการ ทําห้องเก็บเสียง กันก่อน โดยการหาพรมมาวางในห้อง หรือใครที่พอจะมีงบประมาณก็สามารถสั่งตัดพรมเพื่อมาปูให้เต็มพื้นที่ห้องได้ สนนราคาพรมแบบมาตรฐานก็อยู่ที่ประมาณ 200-500 บาท ต่อตารางเมตรเท่านั้น แถมมีสีสันให้เลือกหลากหลายด้วย วิธีการนี้จึงเป็นหนึ่งในวิธีที่จะช่วยลดเสียงสะท้อนที่เกิดขึ้นในห้อง จากการที่คลื่นเสียงไปกระทบกับวัสดุเดิมอย่างพื้นหิน พื้นไม้ หรือพื้นกระเบื้อง โดยพรมจะเป็นตัวช่วยดูดซับเสียงสะท้อนนั่นเอง

Credit : pexels.com
2. อุดรอยรั่วตามช่องประตูหน้าต่าง
สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้ห้องเก็บเสียงไม่อยู่ก็คือ ช่องว่างระหว่างประตูหรือหน้าต่างกับวงกบ เพราะเมื่อมีช่องว่างให้อากาศออกไปได้ เสียงซึ่งเดินทางผ่านตัวกลางที่เป็นอากาศก็จะเล็ดลอดออกไปจากรอยรั่วตามหน้าต่างและประตูได้นั่นเอง
ดังนั้น วิธีทําห้องเก็บเสียง ขั้นพื้นฐาน เพื่อนๆ ควรหาแถบผ้า แผ่นยางกันเสียง เส้นพลาสติก หรือเส้นโฟม มาติดตามร่องเหล่านี้ ซึ่งสามารถหาซื้อได้ทั่วไปตามร้านของแต่งบ้าน ราคาต่อความยาวบานประตูขนาดมาตรฐาน 0.80-0.90 เมตร อยู่ที่ประมาณ 150-500 บาท เท่านั้น
3. ติดโฟมซับเสียงลดการสะท้อน
หนึ่งในคุณสมบัติของห้องเก็บเสียงที่ดีก็คือ ต้องไม่มีการก้องสะท้อนของเสียง และ วิธีทําห้องเก็บเสียง แบบคลาสสิกที่เรามักเห็นกันนั่นก็คือ การนำเอารังไข่มาบุผนังห้องเก็บเสียงหรือห้องซ้อมดนตรี เพราะมีราคาถูกและหาได้ทั่วไป
แต่ทุกวันนี้เราสามารถหาซื้อผนังดูดซับเสียงมาติดบนผนังเดิมของห้องได้ง่ายขึ้น แถมยังราคาไม่แพง และรูปแบบก็สวยงามมากขึ้น โดยมีทั้งแผ่นดูดซับเสียงที่มีรูพรุน หรือแผ่นโฟมที่มีลอนคลื่นหรือหยัก สามารถหาซื้อได้ทั่วไปหรือหาจากร้านค้าออนไลน์ มีราคาแผ่นละไม่ถึง 100 บาทให้เลือกเช่นกัน
4. เฟอร์นิเจอร์ช่วยได้
ไม่ว่าจะเป็น โต๊ะ โซฟา ตู้ หรือผ้าม่าน ก็มีส่วนช่วยลดการสะท้อนเสียงได้ เพื่อนๆ อาจจะเคยสังเกตว่าเวลาคุยกันในห้องเปล่าๆ ที่ยังไม่มีเฟอร์นิเจอร์ จะมีเสียงก้องสะท้อนไปมาตลอด แต่กับห้องที่มีเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ อยู่แล้ว จะมีเสียงสะท้อนน้อยกว่า
ดังนั้นการ ทําห้องเก็บเสียง แบบง่ายๆ วิธีหนึ่งก็คือการจัดเฟอร์นิเจอร์ชิ้นต่าง ๆ วางในห้อง ที่นอกจากจะทำให้พักผ่อนได้อย่างสะดวกสบายแล้ว วัสดุที่ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ยังช่วยลดเสียงสะท้อนได้ด้วย เช่น ผ้าบุโซฟา ช่องต่างๆ ของตู้ และพื้นผิวของผ้าม่าน ที่มีลักษณะเป็นรูพรุนหรือเป็นช่อง ทำให้พื้นผิวที่เสียงไปกระทบไม่เรียบ และลดการสะท้อนได้นั่งเอง
5. ทำผนังกันเสียงจากภายนอก
การทําห้องเก็บเสียงนอกจากจะต้องกันเสียงออกแล้ว ยังต้องทำผนังและฝ้าเพดานของห้องให้กันเสียงจากภายนอกเข้ามาในห้องได้ด้วย วิธีที่ใช้ ทําห้องเก็บเสียง ก็สามารถทำได้ทั้งการติดฉนวนกันเสียง โดยจะติดโครงคร่าวสังกะสี(โครงเบา) กับตัวผนังห้องเดิมก่อน และระหว่างโครงก็จะใส่ฉนวนกันเสียงที่มีความหนาลงไป และปิดทับด้วยแผ่นกันเสียงที่มีลักษณะคล้ายผนังเบา แต่ถ้าใครที่ยังไม่มีงบประมาณหรือว่ายังไม่ได้ต้องการคุณสมบัติที่เป็นมืออาชีพมากนัก ก็สามารถทำได้เองด้วยการประยุกต์นำเอาชั้นหนังสือหรือชั้นวางของมาวางชิดผนัง เหมือนเป็นการเพิ่มความหนาและช่องอากาศของผนัง เพราะหลักการของการทำผนังกันเสียงคือผนังควรมีความหนาและมีช่องอากาศด้านในด้วยนั่นเอง
สรุปส่งท้าย
เพื่อนๆ จะสังเกตได้ว่าคุณสมบัติหลักๆ ที่ต้องมีในการทําห้องเก็บเสียง มี 3 ข้อหลักๆ นั่นก็คือ 1.การกันไม่ให้เสียงจากภายนอกเข้ามา 2.การกันเสียงภายในไม่ให้ออกไปสู่ภายนอก และ 3.ต้องไม่ให้เกิดเสียงสะท้อนภายในห้อง ซึ่งเพื่อนๆ สามารถนำ วิธีทําห้องเก็บเสียง จากวัสดุที่หาได้ทั่วไป โดยใช้เทคนิคที่พี่ไว้ใจเล่าให้ฟังไปทำเองได้ไม่ยาก แถมยังช่วยลดงบประมาณสำหรับเพื่อนๆ ที่อยากมีห้องดูหนัง ห้องอัดเสียง หรือห้องซ้อมดนตรีไว้ใช้ในบ้านได้อย่างดี












