มีนัดตอน 8 โมงเช้า แต่… ตื่น 9 โมง !! วิ่งไปอาบน้ำแต่งตัวแบบด่วน ๆ ใครเคยเป็นแบบนี้บ้างคะ ก่อนนอนเวลาตั้งนาฬิกาปลุก ก็คิดว่าเผื่อเวลาแล้วนะ แต่ตอนเช้าดันเผลอกดเลื่อนปลุก 5 นาที เป็นแบบนี้ทีไร ต้องได้ไปเรียน หรือไปทำงานสายทุกที พี่ไว้ใจ เชื่อว่าคงไม่มีใครอยากให้เกิดปัญหาแบบนี้แน่นอนใช่ไหมคะ ถ้าอย่างนั้น เรามาดู เคล็ดลับง่าย ๆ เกี่ยวกับ วิธีตื่นเช้า กันดีกว่าค่ะ ว่าทำยังไงให้ตื่นมาได้แบบสดชื่น ไม่ง่วง แถมยังไปทันนัด ไปเรียนไปทำงานไม่สายอีกด้วย
เลือกอ่านตามหัวข้อที่สนใจ
ประโยชน์ และ ข้อดีของการตื่นเช้า
เริ่มต้นกันด้วย ประโยชน์ และ ข้อดีของการตื่นเช้า กันก่อนค่ะ สำหรับการตื่นเช้านั้นมีข้อดีมากมาย อาทิ
1. มีเวลาให้กับตัวเองมากขึ้น โดยการตื่นเช้า ช่วยให้ในแต่ละวันของเรา สามารถที่จะวางแผนเวลาทำอะไรได้ง่าย อีกทั้งยังช่วยให้มีเวลากับตัวเองในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้มากขึ้น เช่น การออกกำลังกายในตอนเช้า นั่งสมาธิ อ่านหนังสือ เล่นเกม ปลูกต้นไม้ เป็นต้น
2. สุขภาพร่างกายและจิตใจดีขึ้น การเข้านอนเป็นเวลา โดยตื่นเช้าในทุกวัน ช่วยให้นาฬิกาชีวิต และร่างกาย ทำงานได้อย่างเป็นระบบ เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพร่างกาย และจิตใจ ให้ดีขึ้นตามลำดับค่ะ
3. ได้มุมมองและไอเดียใหม่ ๆ ในช่วงเช้าหลังจากการตื่นนอน สมองยังคงเต็มไปด้วยพลังงาน และยังเปิดโล่งพร้อมรับอะไรใหม่ ๆ จึงไม่แปลก ที่เราจะมีไอเดียพุ่งกระฉูดได้ง่าย ในช่วงเวลาดังกล่าว
4. เริ่มต้นวันดี ๆ พร้อมกับการได้ทานอาหารเช้า หนึ่งใน ข้อดีของการตื่นเช้า คือ การได้เริ่มต้นวันด้วยการทานอาหารเช้ามื้อแรก โดยเฉพาะมื้อเช้า นับว่าเป็นมื้อที่สำคัญต่อร่างกาย และสมอง ทำให้ได้รับพลังงาน สารอาหารที่สำคัญ อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้ระบบต่าง ๆ ของร่างกายพร้อมทำงานอีกด้วยค่ะ
8 เคล็ดลับสำหรับคนอยากตื่นเช้า
ได้ทราบเกี่ยวกับ ข้อดีของการตื่นเช้า กันไปแล้ว มาต่อกันที่ เคล็ดลับง่าย ๆ สำหรับคนอยากตื่นเช้ากันบ้างค่ะ ซึ่งพี่ไว้ใจได้รวบรวมมาฝากกันดังนี้ค่ะ
1. เมื่อตื่นแล้ว ควรลุกออกจากที่นอนทันที เคล็ดลับแรกสำหรับคนที่อยากตื่นเช้า นั่นก็คือ หากตื่นนอนแล้ว ควรรีบลุกออกจากที่นอนทันที ไม่ควรนอนต่อ นอนเล่นมือถือ เพื่อป้องกันการเผลอหลับ หรือเกิดความขี้เกียจลุกออกจากที่นอนค่ะ ทั้งนี้เพื่อน ๆ อาจลุกขึ้นจากที่นอนเพื่อบิดขี้เกียจ หรือจะเดินตรงไปเข้าห้องน้ำ อาบน้ำแปรงฟันเลยก็จะยิ่งดี เพื่อเป็นการเรียกความสดชื่น และปลุกร่างกายให้ตื่นรับเช้าวันใหม่
2. ค่อย ๆ ปรับเวลาในการตื่นนอน ในการตื่นเช้า อาจเป็นเรื่องยากสำหรับบางคน แต่ วิธีตื่นเช้า ง่าย ๆ ที่สามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ นั่นก็คือ การปรับเวลาในการตื่นนอน โดยอาจขยับเวลาตื่นจากเดิมให้เร็วขึ้นทีละน้อย ประมาณ 10 – 15 นาทีต่อวัน จะช่วยให้เราสามารถปรับตัวในการตื่นนอนตอนเช้าได้ง่ายยิ่งขึ้นค่ะ
3. เข้านอนให้เร็วขึ้น การที่จำทำให้เรา ตื่นเช้าได้แบบสดชื่น ไม่งัวเงีย ก็คือ การเข้านอนให้เร็วขึ้นในแต่ละคืน เพื่อให้ร่างกายได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ และลดการกดเลื่อนนาฬิกาปลุกในช่วงเช้านั่นเอง สำหรับใครที่ติดการนอนดึก ก็ค่อย ๆ ปรับเปลี่ยน ขยับเวลานอนให้เร็วขึ้นทีละนิด ก็ช่วยได้นะคะ
4. หลีกเลี่ยงแสงสีฟ้าก่อนนอน สำหรับใครที่ติดมือถือ แท็บเล็ต หรือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ควรงดการใช้งานอุปกรณ์ดังกล่าวอย่างน้อย 1 ชั่วโมง ก่อนที่จะเข้านอน เพื่อลดความเครียดจากการเสพสื่อ ทั้งจากโซเชียลมีเดีย หรือเว็บไซต์ต่าง ๆ และเพื่อลดการรบกวนจากอันตรายของแสงสีฟ้า ที่ส่งผลกระทบต่อดวงตาของเราโดยตรงด้วยค่ะ
5. งดการดื่มเครื่องดื่มชูกำลัง หรือ เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนก่อนนอน หากเพื่อน ๆ ต้องการตื่นเช้าในวัดถัดไป ดังนั้นก่อนนอน หรือ ในช่วงเวลาใกล้จะเข้านอน ควรงดการดื่มเครื่องดื่มชูกำลัง และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน รวมไปถึงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ก่อนนอนค่ะ เพื่อให้ร่างกายได้ปรับเข้าสู่โหมดของการเตรียมพักผ่อน และได้เกิดความผ่อนคลาย ดังนั้น หากไม่อยากนอนไม่หลับ จนตื่นสายในวันถัดไป ก็ควรงด หรือ หลีกเลี่ยง การดื่มเครื่องดื่มดังกล่าว ก่อนที่จะเข้านอนนะคะ
6. ย้ายตำแหน่งของนาฬิกาปลุก ยังคงอยู่กันที่ วิธีตื่นเช้า ที่ทำได้ง่าย ๆ อีกหนึ่งวิธี นั่นก็คือ การย้ายตำแหน่งของนาฬิกาปลุก เพราะการวางนาฬิกาปลุกไว้ในตำแหน่งเดิม ๆ ทุกวัน ก็มีโอกาสสูง ที่เราจะกดเลื่อนนาฬิกาปลุกได้ง่าย ดังนั้น อาจนำนาฬิกาปลุกไปวางไว้ในตำแหน่งปลายเตียง ข้างผนังห้อง บนโต๊ะเขียนหนังสือ บนชั้นลอยติดผนัง หรือตำแหน่งอื่น ๆ ของห้อง ที่ห่างออกไปจากเตียง เมื่อถึงเวลาที่นาฬิการ้องปลุก จะทำให้เราต้องลุกขึ้นไปปิดเสียง ก็เป็นเคล็ดลับ ที่จะช่วยทำให้เราตื่น และลุกออกจากที่นอนได้ง่ายกว่าปกติค่ะ
7. เปลี่ยนเสียงนาฬิกาปลุกอยู่เสมอ หากเพื่อน ๆ พบปัญหาในการตื่นเช้า สำหรับคนที่อยากจะแก้ปัญหาดังกล่าว อีกหนึ่งวิธีที่สามารถทำได้ ก็คือ การเปลี่ยนเสียงนาฬิกาปลุกอยู่เสมอ เพราะโทนเสียงแบบเดิม ๆ ที่เราใช้อยู่ จิตใต้สำนึกของเรายังคงมีความคุ้นชิน และเมื่อได้ยินเสียงดังกล่าว อาจทำให้ยิ่งเกิดความรู้สึกไม่อยากตื่นนอน หรือ เกิดความเชยชินกับเสียงนั้น รวมถึงการจดจำและทำให้กดเลื่อนเวลาเพื่อนอนต่อไปอีกก็เป็นได้ค่ะ
8. เข้านอนและตื่นนอนด้วยเวลาเดิมทุกวัน สำหรับ วิธีตื่นเช้า ในหัวข้อสุดท้าย อย่าง การเข้านอน และตื่นนอน ด้วยเวลาเดิมเป็นประจำทุกวัน ซึ่งการใช้วิธีนี้ จะช่วยให้ร่างกาย และสมอง ค่อย ๆ เกิดการเรียนรู้ ปรับตัวเข้ากับการเข้านอน หรือ ตื่นนอนในช่วงเวลานั้น ๆ จึงทำให้เกิดเป็นนิสัย หรือ กิจวัตรในแบบที่แต่ละคนต้องการได้ค่ะ
สรุปส่งท้าย
ในช่วงแรกของการปรับตัวเกี่ยวกับการเข้านอน และตื่นนอนในตอนเช้า อาจยังเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากสำหรับมือใหม่ หรือคนที่เพิ่งหันมาตื่นเช้ากันอยู่บ้างนะคะ แต่อย่างไรก็ดี การหมั่นฝึกฝนตัวเองเป็นประจำ ด้วยเคล็ดลับง่าย ๆ ที่ พี่ไว้ใจ ได้นำมาฝากเพื่อน ๆ กันในเบื้องต้น ก็ไม่ยากเกินความสามารถของทุกคนอย่างแน่นอนค่ะ โดยเมื่อมีการปรับกิจวัตรประจำวัน และปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิต ตามแบบของ วิธีตื่นเช้า ร่างกายและสมอง จะค่อย ๆ คุ้นชิน ทำให้เราสามารถตื่นเช้าได้อย่างสดชื่น มีพลัง พร้อมรับกับกิจกรรมในแต่ละวันได้อย่างเต็มที่นั่นเอง













