เทียนหอม อีกหนึ่งไอเทมแต่งบ้านสุดฮิต ที่ครองใจใครหลาย ๆ คน เพราะทุกครั้งที่กลับมาบ้าน ด้วยอาการเหนื่อยล้า เพียงแค่จุดเทียนหอม ให้กลิ่นอโรม่าอ่อน ๆ ค่อย ๆ ลอยฟุ้งไปทั่วทั้งห้อง ก็จะช่วยทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายได้เสมอ และนอกจาก ประโยชน์ของเทียนหอม จะมีกลิ่นที่ละมุน จากสารพัดกลิ่นที่รังสรรค์มาให้ได้เลือกใช้กันแล้ว เทียนหอม ยังมีรูปแบบ และขนาดที่แตกต่างกันไป เหมาะจะเป็นของวางตกแต่งห้องให้ดูดีขึ้นได้ด้วย และวันนี้ พี่ไว้ใจ จะมา เผยความลับน่ารู้ และการใช้งานเทียนหอมอย่างถูกวิธี ให้เพื่อน ๆ ได้นำไปทำตามกัน เพื่อผลลัพธ์ในการจุดและใช้เทียนหอมที่เราชอบอย่างคุ้มค่าที่สุดนั่นเองค่ะ
เลือกอ่านตามหัวข้อที่สนใจ
- รู้จัก “เทียนหอม” ทำมาจากอะไร? อันตรายหรือไม่?
- ประโยชน์ของเทียนหอมที่ควรค่า น่าใช้
- วิธีใช้เทียนหอม หรือการจุดเทียนหอม ที่ถูกต้อง
- แนะนำ Tips การดูแลเทียนหอมให้ใช้งานได้นาน
รู้จัก “เทียนหอม” ทำมาจากอะไร? อันตรายหรือไม่?
ในปัจจุบัน มีวัสดุหลัก ๆ ที่ใช้ในการทำเทียนหอม 3 ชนิด คือ
- ซอยแว๊กซ์ (Soy Wax Candles)
เนื้อของเทียนหอมประเภทนี้ ทำจากไขถั่วเหลือง ซึ่งผลิตมาจากน้ำมันของถั่วเหลืองธรรมชาติ มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ในตัว ไม่สามารถขึ้นรูป หรือหล่อได้ จึงทำให้ส่วนใหญ่ อยู่ในภาชนะ เป็นถ้วยรูปทรงต่าง ๆ เนื่องจากถั่วเหลือง เป็นพืชหมุนเวียนที่เกษตรกรปลูกได้เอง จึงไม่เป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อม และมนุษย์
อีกทั้งยังใช้งานค่อนข้างสะดวก อย่างเวลาน้ำตาเทียนหก ก็ทำความสะอาดได้ง่าย ๆ ด้วยสบู่ และน้ำอุ่น ซึ่ง ประโยชน์ของเทียนหอม ชนิดนี้ คือ ไร้ควัน และมีระยะติดไฟที่ค่อนข้างนาน ทำให้เทียนหอมชนิดนี้ ส่งกลิ่นได้อย่างต่อเนื่อง และยาวนาน จึงทำให้มีราคาที่ค่อนข้างสูงค่ะ
- พาราฟิน (Paraffin Wax Candles)
เทียนหอมที่สามารถเห็นได้ตามท้องตลาด มักทำมาจากไขพาราฟิน ซึ่งเป็นสารที่ได้มาจากการกลั่นของปิโตรเลียม มีลักษณะใส ไม่ละลายน้ำ ไม่มีกลิ่นโดยธรรมชาติ ต่างจากไขถั่วเหลืองที่มีกลิ่นอ่อน ๆ จึงเหมาะที่จะนำมาเติมสี แล้วเติมน้ำมันหอมระเหย หรือเติมกลิ่นตามความต้องการ แต่เทียนชนิดนี้ เพื่อน ๆ ต้องระวังนะคะ เพราะมักมีเขม่า และเกิดควันดำเวลาใช้งาน ราคาจึงไม่สูงมาก
- ไขผึ้ง (Bees Wax Candles)
ไขผึ้ง หรือ ขี้ผึ้ง ผลิตจากต่อมไขมันของผึ้ง ไม่ละลายน้ำ แต่จะละลายได้ดีในน้ำมัน และน้ำมันหอมระเหย จะมีกลิ่นหอมหวานเหมือนน้ำผึ้ง และมีสีเหลืองทองโดยธรรมชาติ จึงไม่จำเป็นต้องเติมแต่งกลิ่น หรือสีให้มาก
ประโยชน์ของเทียนหอม ชนิดนี้ จึงเหมาะสำหรับผู้ที่แพ้กลิ่นสังเคราะห์ นอกจากนี้ เทียนจากขี้ผึ้ง ยังมีอุณหภูมิการเผาไหม้ค่อนข้างสูง ซึ่งจะไม่ค่อยมีน้ำตาเทียนหก ให้เรารำคาญใจอีกด้วยค่ะ
ประโยชน์ของเทียนหอม ที่ควรค่า น่าใช้
- ให้แสงสว่าง และสร้างบรรยากาศ เพราะกลิ่นหอมของเทียน ช่วยสร้างบรรยากาศให้เรารู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น
- ช่วยผ่อนคลาย จิตใจให้สงบ ปรับปรุงอารมณ์ ให้กลับสู่สภาวะปกติ และสงบลงได้ หลังจากผ่านความเครียด มาเป็นระยะเวลานาน ๆ เป็น วิธีใช้เทียนหอม ที่ช่วยบำบัดจิตใจให้หายจากอาการซึมเศร้าได้
- ช่วยให้หลับสบาย การได้กลิ่นหอม และแสงไฟอ่อน ๆ จากเทียนหอม จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย สบายตา อีกทั้งยังทำให้เราปล่อยวางจากสิ่งต่าง ๆ รอบตัวได้
- กระตุ้นความจำ ด้วยกลิ่นเฉพาะในเทียนหอม สามารถกระตุ้นความจำในสมองได้
- ประดับตกแต่ง เพิ่มสไตล์ให้ห้องดูดี ในปัจจุบัน เทียนหอมมีรูปแบบ และบรรจุภัณฑ์ที่หลากหลาย จึงนิยมนำมาใช้ในการประดับตกแต่งภายในบ้าน ให้ดูสวยงามได้
- ช่วยดับกลิ่นไม่พึงประสงค์ ตอนนี้มีกลิ่นต่าง ๆ มากมาย ให้เพื่อน ๆ ได้เลือกใช้ สามารถเลือกกลิ่นโปรดของตัวเอง มาช่วยดับกลิ่นไม่พึงประสงค์ อีกทั้งยังช่วยสร้างบรรยากาศภายในห้อง ให้ดูสดชื่นเพิ่มขึ้นอีกด้วยค่ะ
วิธีใช้เทียนหอม หรือการจุดเทียนหอม ที่ถูกต้อง
เล็มไส้เทียนก่อนจุดใช้งาน
หากพอเริ่มจุดเทียน แล้วมีกลิ่นไหม้ หรือควันมากวนใจ ให้เราตัดหรือเล็มส่วนปลายไส้เทียนที่ไหม้ออกไปก่อน โดยใช้กรรไกรสำหรับเล็มไส้เทียนโดยเฉพาะ หรือถ้าไม่มีสามารถใช้กรรไกรตัดเล็บแทนก่อน
ส่วนความยาวของไส้เทียนที่พอดีนั้น จะอยู่ที่ประมาณ 5 มิลลิเมตร ถ้าหากไส้เทียนยาวเกินไป อาจทำให้เกิดควันดำ แต่ถ้าสั้นเกินไป ก็จะทำให้ความร้อนไม่พอและเผาไหม้เนื้อเทียนได้ไม่เต็มที่ เนื้อเทียนก็จะละลายอยู่แค่ในวงแคบ ๆ และท่วมไส้เทียนจนดับได้
การจุดเทียน
วิธีใช้เทียนหอม ที่คุ้มค่า และให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เราควรจุดเทียนโดยให้หน้าเทียนละลายเสมอกันทั่วทั้งหมด ไม่ให้เกิดเป็นแอ่งน้ำตาเทียนอยู่ตรงกลาง ให้เราเลือกเทียนหอมที่มีไส้ขนาดพอดี ไม่สั้นจนเกินไป รวมทั้งไม่เล็มไส้เทียนจนสั้นเกินไป และควรจุดเทียนในห้องแอร์ที่เย็นกำลังพอดี ไม่หนาวจนเกินไป เพราะจะทำให้เนื้อเทียนรอบนอกที่ติดกับขอบแก้วไม่ละลาย
วิธีการดับเทียนที่ถูกต้อง
วิธีการดับเทียนที่ถูกต้อง เราควรใช้ฝาครอบแบบเฉพาะในการดับเทียน หรือใช้น้ำตาเทียนเป็นตัวช่วยได้เหมือนกัน ซึ่งวิธีง่าย ๆ ก็คือการเอียงแก้วให้น้ำตาเทียนไหลมาท่วมไส้เทียนจนเปลวไฟดับลง
หรืออาจหาวัสดุที่มีปลายเล็ก ๆ มากดบริเวณโคนไส้เทียนให้ค่อย ๆ จมลงไปในน้ำตาเทียน และงัดขึ้นมาใหม่ แต่อย่าลืมจัดไส้เทียนให้ตั้งอยู่ตรงกลาง เพื่อเตรียมพร้อมใช้งานในการจุดครั้งต่อไปด้วยนะคะ และไม่ควรดับเทียนด้วยการเป่า เนื่องจากจะทำให้เกิดควันดำ และเกิดกลิ่นเหม็นไหม้ได้ค่ะ
แนะนำ Tips การดูแลเทียนหอมให้ใช้งานได้นาน
การเช็ดคราบน้ำตาเทียน หลังจากจุดเทียนเสร็จแล้ว รอให้เทียนเย็น แล้วค่อยเช็ดทำความสะอาดฝุ่น และคราบน้ำตาเทียนด้วยผ้านุ่ม ๆ
วางให้ถูกตำแหน่ง การที่เทียนหอมนั้น ส่งกลิ่นได้ไม่เต็มที่ อาจเป็นเพราะว่า ตำแหน่งในการวางเทียนหอมนั้น วางอยู่ในจุดที่สูงกว่าจมูก ซึ่งเราควรวางเทียนหอมให้อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าจมูก เนื่องจากโมเลกุลของกลิ่นนั้น จะลอยจากล่างขึ้นบน และควรวางเทียนหอม ไว้ห่างจากตัวเราประมาณ 1 – 2 เมตร
การเก็บรักษาเทียนหอม เทียนหอมจะมีอายุการใช้งานประมาณ 3 ปี แต่หลังจากที่เราจุดครั้งแรก ก็ควรใช้ภายใน 1 ปีนะคะ เพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุด
รักษาสภาพของเทียนหอม เราควรเก็บเทียนหอมให้มิดชิด พ้นจากอากาศ แสงแดด รวมทั้งฝุ่นต่าง ๆ สามารถใช้ถุงพลาสติก หรือใช้ภาชนะที่ปิดสนิท จะช่วยรักษาสภาพของเทียนหอมได้ดีกว่าการตั้งทิ้งไว้บนชั้นค่ะ
อุณหภูมิในการเก็บรักษา อุณหภูมิมีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง เทียนหอมจะเริ่มละลาย เมื่ออุณหภูมิอยู่ที่ 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป ไม่ควรเก็บไว้ในตู้เย็น เพราะถ้าอุณหภูมิต่ำเกินไป จะทำให้เนื้อเทียนแข็งกรอบ และแตกหักได้ง่ายค่ะ
สรุปส่งท้าย
เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับ ประโยชน์ของเทียนหอม และวิธีใช้ที่ถูกต้อง ที่พี่ไว้ใจได้รวบรวมข้อมูลมาฝากกันในวันนี้ นอกจากเทียนหอมจะมีกลิ่นหอม ช่วยให้เราผ่อนคลายแล้ว ยังสามารถใช้ตกแต่งบ้าน หรือห้องนอนของเราได้ด้วย รวมถึงตอนนี้เทียนหอมเป็นที่นิยมอย่างมาก เนื่องจากราคาไม่แพง และหาซื้อได้ง่าย เหมาะกับใครหลาย ๆ คนที่อยากดับกลิ่นไม่พึงประสงค์ภายในห้อง แต่เราควรเก็บเทียนหอม ให้ห่างจากความชื้น ความร้อน และแสงแดดด้วยนะคะ เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้งานของเทียนหอมค่ะ













