บ้านที่เราอยู่อาศัย นอกจากจะต้องมีความสะดวกสบาย และมีพื้นที่ใช้สอย ที่ตอบโจทย์ความต้องการในชีวิตแล้ว อากาศภายในบ้าน หรือ ภายในห้อง ก็มีความสำคัญ เพราะหากมีการระบายอากาศที่ไม่ดี จะมีความร้อน และความชื้นเกิดขึ้น ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มีไรฝุ่น กับเชื้อราตามฝาผนัง เสี่ยงต่อการเกิดโรคภูมิแพ้ หรือหอบหืดได้ค่ะ และวันนี้ พี่ไว้ใจ ก็มีคำแนะนำสำหรับ วิธีระบายอากาศในห้อง มาให้เพื่อน ๆ ลองทำตามกันดู เพื่อบ้านที่สะอาด สดชื่น และปลอดโปร่งนะคะ
เลือกอ่านตามหัวข้อที่สนใจ
- เปิดหน้าต่าง
- ปลูกต้นไม้
- ใช้น้ำมันหอมระเหย
- เก็บรองเท้า
- ดูแลสัตว์เลี้ยง
- ทำความสะอาดแบบไร้สารเคมี
- เครื่องฟอกอากาศ
- ลดกลิ่นจากเฟอร์นิเจอร์ใหม่
- เครื่องปรับอากาศ
- เลือกใช้น้ำมันปรุงอาหาร
1. เปิดหน้าต่าง
ถ้าอากาศภายในบ้าน มีความร้อน และอบอ้าวไปซะทุกพื้นที่ของบ้าน ให้เพื่อน ๆ เปิดหน้าต่างทิ้งเอาไว้ ให้ลมโกรก ซึ่งก็เป็น วิธีระบายอากาศในห้อง แบบง่าย ๆ เพื่อให้ถ่ายเทสะดวก
เมื่ออากาศจากด้านนอก เข้ามาภายในบ้าน ก็จะดันอากาศร้อน ๆ ที่อยู่ภายในบ้าน ให้ลอยตัว ช่วยระบายความร้อนอบอ้าวภายในบ้าน ทำให้บ้านเย็นสบายไม่อึดอัด
2. ปลูกต้นไม้
อากาศที่เป็นมลพิษ คือหนึ่งในสาเหตุ ที่ส่งผลให้ชั้นบรรยากาศของโลกร้อนขึ้น และยังส่งผลกระทบ ทำให้บรรยากาศในบ้านอึดอัด และร้อนขี้น
ดังนั้น การปลูกต้นไม้ ที่ช่วยดูดซับสารพิษ หรือ ต้นไม้ฟอกอากาศ เป็นการ เพิ่มออกซิเจน ในห้องนอน หรือในบ้าน และยังสร้างบรรยากาศ ให้บ้านดูสดชื่น สบายตา น่าพักผ่อนยิ่งขึ้น
3. ใช้น้ำมันหอมระเหย
น้ำมันหอมระเหยบางชนิด มีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรีย เพื่อน ๆ สามารถเติมลงในน้ำยาทำความสะอาดแบบโฮมเมด
สำหรับการฉีดพ่น ทำความสะอาดภายในบ้าน ซึ่งน้ำมันหอมระเหยนี้ สามารถลดแบคทีเรียในอากาศ ทำให้ภายในบ้านสดชื่น และอาจเป็น วิธีระบายอากาศในห้อง ได้อีกด้วย
4. เก็บรองเท้า
รองเท้าหลาย ๆ คู่ ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอับ หากวางไว้ภายในบ้าน จะทำให้เสียบรรยากาศภายในบ้าน ดังนั้น เพื่อน ๆ ควรถอดรองเท้าไว้นอกบ้าน และเก็บไว้ใน ตู้เก็บรองเท้า เพียงแค่นี้ก็สามารถช่วยขจัดกลิ่นภายในบ้าน ไม่ต้องเหม็นอับจากกลิ่นรองเท้า เป็นวิธีง่าย ๆ ที่สามารถทำได้ทุกวัน
5. ดูแลสัตว์เลี้ยง
เพื่อน ๆ ที่เลี้ยงสัตว์ในบ้าน ไม่ว่าจะเป็น สุนัข แมว หรือสัตว์เลี้ยงตัวเล็ก ๆ คงจะทราบดีว่า กลิ่นตัวของสัตว์เลี้ยง สามารถติดตามเสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ หรือข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้าน ได้
ดังนั้น หากไม่ต้องการให้สิ่งของในบ้านมีกลิ่น ต้องดูแลความสะอาดให้สัตว์เลี้ยงอยู่เสมอ อย่างเช่น การอาบน้ำ เพียงเท่านี้ ก็จะช่วยให้สัตว์เลี้ยงของเรา ไม่มีกลิ่นตัวแรง ๆ ที่จะนำไปติดข้าวของภายในบ้านได้
นอกจากนั้น อย่าลืมทำความสะอาดจุดที่สัตว์เลี้ยงชอบนอน เช่น ที่นอน หรือ กรง เพื่อลดการสะสมของเชื้อโรค และลดกลิ่นอับได้ด้วย
6. ทำความสะอาดแบบไร้สารเคมี
น้ำยาทำความสะอาดแบบไร้สารเคมี เป็นตัวช่วยที่เพื่อน ๆ สามารถทำใช้เองได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องเสี่ยงกับสารเคมี เป็นทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก โดยให้เพื่อน ๆ ลองใช้ น้ำส้มสายชู เบกกิ้งโซดา หรือ มะนาว มาทำความสะอาด พื้นที่ที่สกปรก
เพียงเท่านี้เราก็ไม่ต้องสูดไอระเหยจากสารเคมีเข้าไป จนกลายเป็นปัญหาด้านสุขภาพในระยะยาว และยังไม่มีสารตกค้างในบริเวณที่เราทำความสะอาด จนอาจเกิดการสะสมเป็นกลิ่นอับด้วยค่ะ
7. เครื่องฟอกอากาศ
เครื่องฟอกอากาศ เป็นตัวช่วยที่มีประสิทธิภาพ ในการทำความสะอาดให้อากาศในบ้าน หรือในห้อง สดชื่น มากยิ่งขึ้น ช่วยดักจับฝุ่นละอองต่าง ๆ แบคทีเรีย และเชื้อโรคในอากาศ ส่งผลดีต่อร่างกายเรา ซึ่งทำให้อาการภูมิแพ้ดีขึ้น
พี่ไว้ใจแนะนำเลยว่า เพื่อน ๆ ควรที่จะมีเครื่องฟอกอากาศไว้ในห้องนอน เพื่อเป็นการเพิ่มออกซิเจน ทำให้หลับสนิทตลอดคืน พักผ่อนได้เพียงพอ ส่งผลให้สุขภาพของเราดีขึ้นอีกด้วย
8. ลดกลิ่นจากเฟอร์นิเจอร์ใหม่
หากเพื่อน ๆ ซื้อโซฟา หรือเก้าอี้มาใหม่ เฟอร์นิเจอร์เหล่านี้ จะมีสารประกอบอินทรีย์ที่ระเหยง่ายอยู่ด้วย เป็นสารเคมีที่ตกค้างอยู่ในอากาศ อาจพบได้ง่ายจาก กาว สี เนื้อผ้า
และเพื่อเป็นการลด สารประกอบอินทรีย์ระเหย ภายในบ้านของเรา ควรวางเฟอร์นิเจอร์ใหม่ในจุดที่อากาศถ่ายเทสะดวก หรือ เปิดหน้าต่างในห้องนั้นบ่อย ๆ ตลอดวัน ในช่วง 2 – 3 เดือนแรก
9. เครื่องปรับอากาศ
เครื่องปรับอากาศ ที่เราใช้เป็นประจำ นอกจากช่วยทำความเย็นแล้ว ยังช่วยทำให้อากาศสะอาด เพิ่มออกซิเจน ภายในห้อง และในบ้านได้ด้วย ซึ่งเครื่องปรับอากาศนั้น ทำงานโดยการ ดึงความร้อนออกจากบ้าน ระบายความร้อน และแลกเปลี่ยนความเย็นกลับเข้าไป
ซึ่งโดยระบบส่วนใหญ่ จะมีตัวกรอง ที่เราต้องเปลี่ยน หรือ ทำความสะอาดเป็นประจำ ตัวกรองนี้จะช่วยลดฝุ่นละออง ที่ปนเปื้อน ลอยอยู่ในอากาศ ทำให้ภายในบ้านมีอากาศที่ดีได้ ดังนั้น อย่าลืมดูแล ตรวจเช็กสภาพ และบำรุงรักษาตัวกรอง รวมทั้งส่วนอื่น ๆ ของเครื่องปรับอากาศอยู่เสมอนะคะ
10. เลือกใช้น้ำมันปรุงอาหาร
การเลือกใช้ น้ำมันปรุงอาหาร ก็เป็นส่วนหนึ่ง เพื่อหลีกเลี่ยงห้องครัว ที่เต็มไปด้วยควัน และกลิ่นน้ำมันไหม้ ไปทั่วบ้านของเรา ถึงแม้เครื่องดูดควันภายในห้องครัวจะช่วยได้ แต่ก็แนะนำว่า เพื่อน ๆ ควรจะเลือกใช้น้ำมันปรุงอาหาร ที่อุณหภูมิสูงขึ้น ก็เป็นอีกทางเลือกที่ดี ที่ทำให้มีควันน้อย ในเวลาที่เราทำอาหาร ช่วยลดกลิ่นเหม็นจากควัน ของการทำอาหารภายในบ้านได้
สรุปส่งท้าย
ถึงแม้ว่าที่บ้านของเพื่อน ๆ จะมีตัวช่วยอย่าง เครื่องปรับอากาศ หรือ พัดลมไอเย็น แล้ว แต่ถ้าจะให้เปิดแอร์ทั้งวัน มีหวังค่าไฟคงพุ่งปรี้ด จนลมแทบจับแน่ ๆ ค่ะ ดังนั้น วิธีระบายอากาศในห้อง ที่พี่ไว้ใจแนะนำไปนั้น อาจเป็นตัวช่วยที่ดี ที่ทำให้อากาศภายในบ้านของเพื่อน ๆ ถ่ายเทได้สะดวก โดยที่ไม่จำเป็นต้องเปิดแอร์ตลอดเวลา และไม่ต้องสิ้นเปลืองค่าไฟ หรือเพิ่มค่าใช้จ่ายอะไรมาก เริ่มต้นอย่างการเปิดหน้าต่าง เพื่อระบายอากาศ เป็นประจำก็ได้นะคะ


















