เพื่อน ๆ คงเคยเจอกับปัญหาเสื้อผ้าสวย ๆ ชุดตัวเก่งของเราที่ดูดีสีสดแค่ช่วงแรก ๆ ที่ซื้อมาเท่านั้น เมื่อใส่ไปนาน ๆ เสื้อผ้าก็เริ่มหมองซีด ไม่สวยสดใสเหมือนเคย วันนี้ พี่ไว้ใจ จะมาแนะนำ 10 เคล็ดลับ การดูแลเสื้อผ้า ให้สะอาด และวิธีซักผ้าแบบผิด ๆ ที่ไม่ควรทำตาม เพื่อที่จะได้ยืดอายุเสื้อผ้า ให้ใส่ไปได้นาน ๆ ซึ่งจะมีวิธีดูแลเสื้อผ้า แบบไหนบ้าง ตามพี่ไว้ใจไปดูกันได้เลยค่ะ
เลือกอ่านตามหัวข้อที่สนใจ
- 10 Tips ยืดอายุให้เสื้อผ้า เพื่อให้เสื้อผ้าของคุณอยู่ได้นานขึ้น
- 10 วิธีการซักและดูแลเสื้อผ้าแบบผิด ๆ ที่ไม่ควรทำตาม
10 Tips ยืดอายุให้เสื้อผ้า เพื่อให้เสื้อผ้าของคุณอยู่ได้นานขึ้น
1. ใช้ปากกาขจัดคราบ
เริ่มแรกในการรักษาคราบสกปรก และกลิ่นไม่พึงประสงค์ ที่ทำได้เร็วที่สุด ก็คือ การใช้ปากกากำจัดคราบ หรือผ้าเช็ดทำความสะอาด นับเป็นนวัตกรรมใหม่ ที่สะดวกและง่ายในการขจัดคราบ แบบเร่งด่วน เพียงแค่ใช้ปากกากำจัดคราบ ป้ายลงบริเวณรอยสกปรก แล้วค่อยนำไปซักทำความสะอาดอีกครั้งภายหลัง ซึ่งสามารถใช้กับคราบอาหาร คราบชา กาแฟ คราบซอสต่าง ๆ
2. กำจัดรอยเปื้อนเฉพาะจุดก่อนซัก
ถ้าหากเสื้อผ้า มีคราบเปื้อนสกปรกต่าง ๆ การดูแลเสื้อผ้าที่ถูกวิธี ควรทำความสะอาดบริเวณนั้น เป็นพิเศษเสียก่อน เพื่อให้คราบได้สลายออกไปบางส่วน ด้วยการใช้น้ำยาขจัดคราบป้ายทิ้งไว้ หรือแช่ผ้าทิ้งไว้ ก่อนที่จะนำไปซัก
3. อ่านฉลากการดูแลผ้าก่อน
การอ่านฉลากดูแลผ้าที่ติดมากับผ้าหรือเสื้อผ้าชิ้นนั้น ๆ จะเป็นวิธี การดูแลเสื้อผ้า ของเราได้ดีที่สุด เพราะเสื้อผ้าบางชนิดต้องซักน้ำเย็น หรือ ซักมือ เท่านั้น อย่างเช่น เสื้อสเวตเตอร์ หรือผ้าถัก ที่ไม่ควรซักด้วยเครื่อง ซึ่งตัวฉลากที่ติดมากับเสื้อผ้านี้ จะเป็นตัวบอกได้ดีว่าเราควรซักอย่างไร
4. แยกผ้าสีก่อนซัก
การดูแลเสื้อผ้า ด้วยวิธีนี้ เพื่อน ๆ คงทำกันอยู่แล้ว เพราะก่อนจะทำการซักผ้า จำเป็นต้องแยกผ้าสี และผ้าขาวก่อนทุกครั้ง ถ้าหากนำไปซักรวมกัน อาจจะทำสีของผ้าสีเข้ม หลุดไปผสมกับผ้าสีขาว หรืออาจจะทำให้เสื้อผ้าสีซีดลง ก็จะยิ่งทำให้เสื้อผ้าของเราดูเก่าได้
5. กลับเสื้อด้านในออกมาก่อนซัก
ทุกครั้งที่เราถอดเสื้อลงตะกร้า เนื้อผ้าด้านในของเสื้อ ก็มักจะกลับออกมาโดยอัติโนมัติอยู่แล้วแหละค่ะ แต่ก่อนจะซักก็อยากให้ดูอีกครั้ง ว่ากลับเสื้อด้านในออกมาหมดทุกตัวแล้วหรือยัง เพราะการซักเครื่อง จะทำให้เสื้อผ้าเกิดการเสียดสี และการชำระล้าง อาจจะทำให้ผิวเสื้อผ้าเสื่อมลงไปเรื่อย ๆ ได้ค่ะ
6. ใช้ถุงซักผ้าตาข่าย
วิธีดูแล เสื้อผ้า ด้วยการใช้ถุงซักผ้าตาข่ายนั้น เหมาะสำหรับใช้ซักเสื้อผ้าที่ละเอียดอ่อน อย่างเช่น ถุงเท้า และของใช้สำหรับเด็กอ่อนที่มีขนาดเล็ก จะเป็นการช่วยถนอมเสื้อผ้าได้
7. เลือกใช้ผงซักฟอกและน้ำยาปรับผ้านุ่ม ถนอมเนื้อผ้า
เพื่อน ๆ อาจจะไม่สนใจเรื่องผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเสื้อผ้ามากนัก แต่รู้ไหมว่า การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเสื้อผ้า ให้เหมาะสมกับเนื้อผ้านั้น ก็สามารถช่วยรักษาเสื้อผ้าให้มีสีสด ใส่ได้นาน ๆ และทุกวันนี้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเสื้อผ้า ก็ออกมาหลากหลายรูปแบบ ให้เหมาะสำหรับ ผ้าสี ผ้าขาว หรือผ้าสีเข้ม เราก็ควรจะเลือกใช้ให้ถูกกับชนิดผ้า ด้วยนะคะ
8. ตากผ้าในที่แดดไม่จัด และมีอากาศถ่ายเทสะดวก
เป็นที่รู้กันดีว่าแดดเมืองไทยนั้นแรงขนาดไหน ถ้าหากเพื่อน ๆ นำผ้าที่ซักแล้ว ไปตากแดดแรง ๆ ทั้งวันโดยตรง ก็ยิ่งจะทำให้ผ้าสีซีดเร็วขึ้นไปอีก แถมยังทำให้ผ้าบางชนิดหดตัวด้วย แต่ถ้าสามารถหลีกเลี่ยงได้ ก็แนะนำให้ตากในที่แดดไม่จัด และมีอากาศถ่ายเทสะดวก มีลมผ่านได้จะดีกว่า เพราะเสื้อผ้าจะได้ไม่สีซีดเร็วค่ะ
9. หลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนสูง
การใช้ความร้อน สำหรับผ้าบางประเภทนั้น ก็สามารถทำให้ผ้าเกิดการหดตัว ยืดออก และเกิดคราบฝังแน่นถาวรได้ จึงควรระมัดระวัง และเลือกรอบเครื่องซักผ้า ใช้อุณหภูมิของน้ำที่ถูกต้อง พร้อมอบผ้าอย่างเหมาะสม เพราะการใช้ความร้อนที่สูงมากในเครื่องอบผ้า สามารถทำให้เกิดคราบ และทำให้ผ้าเสียหายได้
10. ระวังการใช้น้ำยาฟอกขาว
การใช้น้ำยาสารฟอกขาว ไม่ได้มีผลดีกับเสื้อผ้าของเราเลยนะคะ แถมยังจะทำให้เนื้อผ้า และเส้นใยผ้า เกิดความเสียหาย จึงจะต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเหล่านี้ให้กับเสื้อผ้าของเราค่ะ
วิธีการซักและดูแลเสื้อผ้าแบบผิด ๆ ที่ไม่ควรทำตาม
1. ใช้แอลกอฮอล์เพื่อขจัดหมึก
การใช้แอลกอฮอล์เพื่อขจัดคราบหมึก เป็นวิธีการขจัดคราบที่ไม่ถูกต้อง เพราะการใช้แอลกอฮอล์ จะสามารถทำให้คราบนั้นออกไป แต่ยังคงอยู่กับเสื้อผ้าค่ะ
2. ใช้น้ำกาแฟล้างผ้าเพื่อช่วยผ้าสีดำที่ซีด
เพื่อน ๆ อาจจะเคยได้ยินคำแนะนำที่บอกว่า ให้เติมกาแฟดำ 1 ถ้วยลงในน้ำล้าง เพื่อช่วยไม่ให้กางเกงยีนส์สีดำซีดจาง หรือ กาแฟสามารถย้อมสีผ้าได้นั้น เป็นความเข้าใจที่ผิดนะคะ เพราะในความเป็นจริง กาแฟ ไม่ได้ทำให้เสื้อผ้าสีดำของเพื่อน ๆ ที่ซีดจาง กลับมาสีดำสนิทได้เหมือนเดิม หรือแม้แต่จะป้องกันไม่ให้สีดำซีดลง ก็ไม่สามารถทำได้ค่ะ
3. ขยี้เสื้อผ้าหนัก ๆ แรง ๆ เกินไป
เพื่อน ๆ คงคิดว่าการขยี้เสื้อผ้าแรง ๆ จะทำให้ผ้ายิ่งสะอาด แต่ความเป็นจริงแล้ว ยิ่งทำให้คราบสกปรกแทรกซึม และเนื้อผ้าถูกทำลายไปด้วย ควรจะป้ายน้ำยาซักผ้าลงบนคราบ แล้วทิ้งไว้ให้ซึมสักพัก จากนั้นค่อยขยี้ผ้าอย่างเบามือ คราบสกปรกก็จะหลุดออกได้ค่ะ
4. ใช้ผงซักฟอกมากเกินไป
การใช้ผงซักฟอกมากเกินไป ไม่ได้ทำให้เสื้อผ้าสะอาดเสมอไป เพราะผงซักฟอก อาจจะเป็นสาเหตุของการเกิดคราบสกปรก และยังกัดเนื้อผ้า ใยผ้า ให้เสียหายได้ด้วยนะคะ
5. ซักผ้ามากเกินไป
การซักผ้าแต่ละครั้ง ถ้าซักในปริมาณที่มากเกินไป ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เครื่องซักผ้าทำงานหนักขึ้น และยังทำให้การซักไม่ทั่วถึง เสื้อผ้าที่ซักออกมา ก็ไม่สะอาด ไม่มีกลิ่นหอม ดังนั้นเพื่อน ๆ ควรซักเสื้อผ้าในปริมาณที่พอดีนะคะ
6. สารฟอกขาวมากเกินไป
การใช้สารฟอกขาวมากเกินไป ทำให้เสื้อผ้าของเพื่อน ๆ ดูหมองคล้ำ และเป็นคราบสกปรก จนอาจกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคได้ แถมการใช้สารฟอกขาวในจำนวนมาก และบ่อยครั้งเกินไป ยังเป็นการทำลายเนื้อผ้าไปในตัวด้วยค่ะ
7. ใช้น้ำร้อนฆ่าเชื้อโรคในการซัก
การใช้น้ำร้อนเพียงอย่างเดียวในการซักผ้า ไม่ได้ฆ่าเชื้อโรค และแบคทีเรียทั้งหมดในเสื้อผ้าของเราได้ แต่อาจจะเป็นการทำให้เนื้อผ้าบางชนิดเกิดการหดตัว หรือเสื่อมสภาพได้เร็วขึ้นค่ะ
8. ไม่ปิดซิปเสื้อผ้าก่อนซัก
ถ้าหากเพื่อน ๆ ซักเสื้อผ้าที่มีซิป รวมกับเสื้อผ้าเนื้อบาง แล้วไม่ปิดซิปก่อนซัก อาจจะทำให้ฟันของซิปไปขูดเนื้อเสื้อผ้าตัวอื่น จนขาดเสียหายได้ค่ะ
9. ไม่ปลดกระดุมเสื้อผ้าก่อนซัก
เพราะการซักเสื้อผ้าทั้ง ๆ ที่ยังติดกระดุมอยู่ อาจจะทำให้กระดุมหลุดร่วงง่ายขึ้น และเสื้อผ้าอาจฉีกขาดได้จากแรงเหวี่ยงของเครื่องซักผ้า ทั้งยังทำให้การซักไม่ทั่วถึงไปยังมุม ริม ของรังกระดุมอีกด้วยค่ะ
10. ซักถุงเท้าผิดวิธี
การซักถุงเท้า ไม่ควรซักพร้อมกับเสื้อผ้าอื่น ๆ เพราะถุงเท้าเป็นสิ่งที่สกปรก มากกว่าเสื้อผ้าที่สวมใส่ จึงควรที่จะแยกออกมาซักต่างหาก และยังจะช่วยให้ถุงเท้า ไม่ยืด หรือเสียทรงด้วยค่ะ
สรุปส่งท้าย
เป็นอย่างไรกันบ้างคะ มีใครเคยทำพลาดข้อไหนกันมาบ้าง กับ 10 เคล็ดลับ การดูแลเสื้อผ้า ให้สะอาด และวิธีซักผ้าแบบผิด ๆ ที่ไม่ควรทำตาม พี่ไว้ใจ หวังว่าเพื่อน ๆ จะได้รู้ วิธีดูแล เสื้อผ้า สำหรับนำไปปรับเปลี่ยนวิธีซักให้ถูกต้อง เพื่อให้เสื้อผ้าของเรา ยังคงสภาพที่ดี และใช้งานต่อไปได้อีกยาวนานค่ะ



























